ประกันชีวิตปี’68 โต 3.45% เบี้ยรับรวมแตะ 676,505 ล้านบาท

ประกันชีวิตปี’68 โต 3.45% เบี้ยรับรวมแตะ 676,505 ล้านบาท

วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) 676,505 ล้านบาท เติบโต 3.45% จากปี 2567 โดยเป็นเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) 190,886 ล้านบาท เติบโต 3.60% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) 485,619 ล้านบาท เติบโต 3.40% โดยคิดเป็นอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 82%

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) ประกอบด้วย 1.เบี้ยประกันภัยรับปีแรก(First Year Premium) 127,172 ล้านบาท เติบโต 5.36% ,2.เบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว(Single Premium 63,714 ล้านบาท เติบโต 0.25%


โดยเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) แยกตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้ 1.การขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) เติบโต 1.54% จากปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 52.05% ,2.การขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) เติบโต 4.61% จากปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 37.96%,3.การขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันชีวิต (Broker) เติบโต 7.07% จากปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 5.46% ,4.การขายผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital) เติบโต 72.45% จากปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 0.63% และ5.การขายผ่านช่องทางอื่น (Others) เช่น การขาย Worksite ,Walkin ผ่านการออกบูธ ผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ ไปรษณีย์ โทรศัพท์ เติบโต 6.81% จากปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 3.90%

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโต มาจากประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ ส่งผลให้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ (Health) เติบโต 11.70% คิดเป็นสัดส่วน 17.16% และสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง (CI) เติบโต 4.59% คิดเป็นสัดส่วน 3.22% และยังช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance)  และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์(Endowment Insurance) ซึ่งเป็นสัญญาหลักเติบโตตามไปด้วย

โดยแบบตลอดชีพ(Whole Life Insurance) เติบโต 5.64% คิดเป็นสัดส่วน 17.30% ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance)  เติบโต 0.10% สัดส่วน 41.77% ขณะเดียวกันประชาชนให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อรองรับรายได้หลังเกษียณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีการเติบโต 9.14% คิดเป็นสัดส่วน 3.18% นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment Link) เติบโต 15.75% สัดส่วน 6.12% เนื่องจากนักลงทุนมองหาช่องทางการลงทุนใหม่ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่พอรับได้ รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากการประกันชีวิตรวมอยู่ด้วย

สำหรับทิศทางและแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิตปี 2569 สมาคมฯคาดการณ์ว่าธุรกิจจะยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินอัตราการเติบโตอยู่ในช่วง 2.50-3.50% จากปัจจัยสนับสนุนที่ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์(Medical Inflation) ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีเฉลี่ย 8-10% โดยในปี 2569 จะสูงถึง 10.8% (ข้อมูลจาก WTW) สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ความกังวลนี้จึงทำให้ประชาชนเริ่มมองหาความคุ้มครองทางการเงินที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตมากขึ้น

นอกจากนี้การขยายช่วงอายุการรับประกันสุขภาพออกไปจนถึง 80 ปี ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตอื่น โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบตลอดชีพซึ่งเป็นสัญญาหลัก ขณะเดียวกันการเข้าใกล้สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในปี 2572 ของไทย ยิ่งกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนความมั่นคงของรายได้หลังเกษียณมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์บำนาญมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น และในภาพรวมธุรกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการจากภาครัฐ ส่งเสริมภาคธุรกิจผ่านโครงการนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Big Data, AI และ Data Analytics มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และการปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายและบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้เอาประกันภัย ซึ่งจะนำไปสู่การขยายฐานลูกค้าในระยะยาว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top