มุมมองนักบริหาร :  ประชาชนห่วงเรื่องสุขภาพ...หนุนประกันยังโตได้ ส่วนภาคธุรกิจยังต้องเผชิญหลายปัจจัยที่ท้าทาย

มุมมองนักบริหาร : ประชาชนห่วงเรื่องสุขภาพ...หนุนประกันยังโตได้ ส่วนภาคธุรกิจยังต้องเผชิญหลายปัจจัยที่ท้าทาย

วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

** นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ทิศทางและแนวโน้มธุรกิจประกันชีวิต ปี 2569 สมาคมฯ คาดการณ์ว่าธุรกิจจะยังคงมีทิศทางเติบโตได้  โดยประเมินอัตราการเติบโตอยู่ในช่วง 2.50-3.50%  จากปัจจัยสนับสนุนที่ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 8-10% โดยในปี 2569 จะสูงถึง 10.8% (ข้อมูลจาก WTW) ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นความกังวลนี้จึงทำให้ประชาชนเริ่มมองหาความคุ้มครองทางการเงินที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในอนาคตมากขึ้น นอกจากนี้การขยายช่วงอายุการรับประกันสุขภาพออกไปจนถึง 80 ปี ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนให้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพและโรคร้ายแรงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลเชื่อมโยงไปยังผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตอื่น โดยเฉพาะประกันชีวิตแบบตลอดชีพ ซึ่งเป็นสัญญาหลัก

ขณะเดียวกันการเข้าใกล้สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-Aged Society) ในปี 2572 ของประเทศไทย ยิ่งกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนความมั่นคงของรายได้หลังเกษียณมากขึ้น ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์บำนาญมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น และในภาพรวมธุรกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการจากภาครัฐ ส่งเสริมภาคธุรกิจผ่านโครงการนวัตกรรมต่างๆ รวมถึงมาตรการลดหย่อนภาษีจากเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ Big Data, AI และ Data Analytics มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และการปรับปรุงช่องทางการจำหน่ายและบริการหลังการขาย เพื่อยกระดับประสบการณ์และความพึงพอใจของผู้เอาประกันภัย อันจะนำไปสู่การขยายฐานลูกค้าในระยะยาว


อย่างไรก็ตามภาคธุรกิจประกันชีวิตยังคงต้องติดตามปัจจัยท้าทาย ที่จะส่งผลต่อการเติบโตอย่างสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงมาก และเศรษฐกิจภายในประเทศไทยที่มีการเติบโตแบบชะลอตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสถานการณ์เงินเฟ้อ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิต การออม การลงทุน นอกจากนี้ยังมีมาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 17 ซึ่งมีผลไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 รวมถึงต้องติดตามสถานการณ์สงครามการค้าโลก หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจ ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านการค้าและบริการ ก่อให้เกิดความผันผวนและความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจมากขึ้น อีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญที่ไม่อาจมองข้าม คือผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) มลภาวะต่างๆ และการระบาดของโรคอุบัติใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวมแต่ยังส่งผลต่อความต้องการ ความเชื่อมั่น และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตโดยตรง

ที่ผ่านมาสมาคมฯมีนโยบายที่มุ่งส่งเสริมให้บริษัทประกันชีวิตดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการบริหาร และจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ทั้งก่อนและหลังการรับประกันภัย ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาคธุรกิจประกันชีวิตมีอัตราส่วนความพอเพียงของเงินกองทุนตามความเสี่ยง (CAR Ratio) อยู่ที่ 442.41% สูงกว่าเกณฑ์เงินกองทุนที่ใช้ในการกำกับดูแล สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและเสถียรภาพของระบบประกันชีวิตไทยบนพื้นฐานของความมั่นคงดังกล่าว สมาคมฯยังให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจประกันชีวิตให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวอีกด้วย โดยบูรณาการแนวคิด ESG (Environment, Social, Governance) เข้ากับกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการลงทุน การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาบริการ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคม พร้อมเน้นย้ำความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม บทบาทของภาคธุรกิจต่อสังคม ตลอดจนการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ซึ่งจะช่วยให้ภาคธุรกิจประกันชีวิตสามารถรับมือกับความท้าทายต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไปพร้อมๆกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ส่วนภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตของปี 2568 (ระหว่าง เดือนมกราคม – ธันวาคม) มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 676,505 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.45% เมื่อเทียบกับปี 2567 จำแนกเป็น เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) 190,886 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่ม 3.60% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) 485,619 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3.40% คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ 82%

สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย 1. เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) 127,172 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5.36% 2. เบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว (Single Premium) 63,714 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 0.25% โดยจำแนกเบี้ยประกันภัยรับรวมแยกตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้ 1. การขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 1.54% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 52.05% 2. การขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.61% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 37.96% 3. การขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันชีวิต (Broker) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 7.07% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 5.46% 4. การขายผ่านช่องทางดิจิทัล (Digital) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 72.45% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 0.63% 5. การขายผ่านช่องทางอื่น (Others) เช่น การขาย Worksite , Walkin การขายผ่านการออกบูธ การขายผ่านร้านค้าสะดวกซื้อ ไปรษณีย์ โทรศัพท์ อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 6.81% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วน 3.90%

ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโต มาจากประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพ ส่งผลให้สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ (Health) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 11.70% คิดเป็นสัดส่วน 17.16% และสัญญาเพิ่มเติมโรคร้ายแรง (CI) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 4.59% คิดเป็นสัดส่วน 3.22% และยังช่วยผลักดันให้ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ซึ่งเป็นสัญญาหลักเติบโตขึ้นตามไปด้วย โดยแบบตลอดชีพ (Whole Life Insurance) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5.64% หรือคิดเป็นสัดส่วน 17.30% ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ (Endowment Insurance) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 0.10% หรือคิดเป็นสัดส่วน 41.77% ขณะเดียวกันประชาชนให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินระยะยาว เพื่อรองรับรายได้หลังเกษียณ ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 9.14% หรือ คิดเป็นสัดส่วน 3.18% นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment Link) ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 15.75% หรือคิดเป็นสัดส่วน 6.12% เนื่องจากนักลงทุนมองหาช่องทางการลงทุนใหม่ ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่พอรับได้ รวมถึงได้รับความคุ้มครองจากการประกันชีวิตรวมอยู่ด้วย

** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top