นักท่องเที่ยวจีนลดลง ฉุดรายได้ ‘AAV’ วูบ 8%

นักท่องเที่ยวจีนลดลง ฉุดรายได้ ‘AAV’ วูบ 8%

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายไพรัชล์ พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV และสายการบินไทยแอร์เอเชีย (TAA) เปิดเผยว่า ในปี 2568 AAV ผู้ถือหุ้นใหญ่ใน TAA มีรายได้จากการขายและบริการรวม 45,690.9 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปี 2567 ปัจจัยหลักมาจากราคาค่าโดยสารเฉลี่ยที่ปรับลดลง 9% ท่ามกลางสถานการณ์ท่องเที่ยวที่เผชิญความท้าทาย จากการชะลอตัวของกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่ปรับลดลง

อย่างไรก็ตามจากประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุน โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันที่ลดลง 10% ตามราคาน้ำมันโลก ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วย (CASK) ลดลง 5% อยู่ที่ 1.76 บาท บริษัทจึงมีกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่ 7,835.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิรวม 2,336.2 ล้านบาท ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 2,541.9 ล้านบาท ตามการแข็งค่าของเงินบาทตลอดทั้งปี หากไม่รวมรายการดังกล่าวบริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานหลักอยู่ที่ 302.7 ล้านบาท


ทั้งนี้ในปี 2568 ไทยแอร์เอเชีย ขนส่งผู้โดยสารรวม 21.0 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1% โดยมีอัตราส่วนขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย 83% จากปริมาณที่นั่งที่ให้บริการ 25.2 ล้านที่นั่ง เพิ่มขึ้น 10% โดย ณ สิ้นปี 2568 มีฝูงบินรวม 62 ลำ และใช้เครื่องปฏิบัติการบิน 59 ลำ

“ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะภาพรวมตลาดจีนที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตามไทยแอร์เอเชียได้ปรับกลยุทธ์เน้นความเป็นผู้นำในตลาดภายในประเทศ จนสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 41% พร้อมขยายเส้นทางบินไปยังเอเชียใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางอินเดียที่ยอดผู้โดยสารไทยแอร์เอเชียเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% รวมถึงการขยายฐานปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเชื่อมต่อนักท่องเที่ยวคุณภาพจากยุโรปและอเมริกา เข้าสู่เครือข่ายบินของเรา”นายไพรัชล์ กล่าว

สำหรับตลาดระหว่างประเทศ แม้ไทยแอร์เอเชียปรับลดปริมาณที่นั่งลง 5% เพื่อให้สอดรับกับความต้องการเดินทาง แต่เส้นทางในตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) และเส้นทางสิทธิเสรีภาพที่ 5 (Fifth Freedom) เช่น ดอนเมือง-ไทเป-โอกินาวา และดอนเมือง-หลวงพระบาง-ฮานอย ยังคงทำผลงานได้โดดเด่นและได้รับการตอบรับที่ดี

นายไพรัชล์ กล่าวว่า แนวโน้มปี 2569 บริษัทเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยตั้งเป้ารายได้จากการขายและบริการเติบโต 7-9% และขนส่งผู้โดยสารที่ 23.5 ล้านคน โดยตั้งเป้าอัตราการขนส่งผู้โดยสารไว้ที่ 85% โดยมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารและรายได้จากบริการเสริม แม้แนวโน้มค่าโดยสารเฉลี่ยจะยังคงทรงตัว ภายใต้กลยุทธ์การขยายฝูงบินเพิ่มอีก 5 ลำ ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569  

นอกจากนี้ตั้งเเต่ต้นปี 2569 ยังได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผ่านแคมเปญ “Feel All the Feelings” ที่มี “ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเดินทางในประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษามาตรฐานความยั่งยืน ซึ่งล่าสุดบริษัทได้รับการประเมินประจำปี 2568 จาก SET ESG Ratings โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ AAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการประเมินหุ้นยั่งยืน สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top