วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้วางกรอบโครงการสินเชื่อใหม่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้ประกอบการในการต่อยอดพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและให้เกิดความยั่งยืนตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม
โดยนอกจากมาตรการทางการเงินแล้ว ยังมีโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี วงเงิน 20 ล้านบาท สำหรับยกระดับศักยภาพด้านการตลาด การเงิน เทคโนโลยีผลิตและนวัตกรรม และด้านมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ประกอบการมีโอกาสในตลาดใหม่ เพิ่มรายได้ลดต้นทุน เพื่อลดแรงกดดันจากสภาวะการแข่งขันและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะสร้างมูลค่าเศรษฐกิจได้กว่า 209 ล้านบาท
สำหรับโครงการสินเชื่อใหม่ของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ ในปีงบประมาณ 2569 วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ หรือ “เสือติดปีก เฟส 2” มุ่งเน้นกลุ่ม SMEs ศักยภาพในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ต้องการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3-5% วงเงินกู้สูงสุดรายละ 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยาวถึง 10 ปี
โครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ หรือ “คงกระพัน เฟส 2” สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้ธุรกิจสามารถฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจได้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5-7% วงเงินสูงสุด 5 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืม 3 ปี และ โครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (Top up) วงเงิน 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนที่มีประวัติการชำระหนี้ดีเยี่ยม (เกรด A) ต่อเนื่อง 12 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยคงที่พิเศษ 2.5% และ 3.5% วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท
นอกจากนี้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯ ยังได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ลูกหนี้สินเชื่อกองทุน ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี จำนวน 3 โครงการ งบประมาณ 20 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.โครงการเสริมแกร่งธุรกิจ การเงินดีมีทุนหนุนเติบโต (Financial Shield) ที่มุ่งสร้างทักษะการบริหารการเงินและจัดการหนี้ ผ่านการให้คำปรึกษาเชิงลึกและฝึกอบรมด้านการบริหารจัดการการเงิน การเสริมสภาพคล่องธุรกิจ และบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ มีเป้าหมายผู้เข้าร่วม 100 กิจการ 400 คน
2.โครงการพัฒนาประสิทธิภาพธุรกิจเพิ่มผลผลิตพิชิตต้นทุน (Productivity Accelerator) ที่ช่วยในการปรับเปลี่ยนกระบวนการบริหารจัดการธุรกิจ ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายผู้เข้าร่วม 200 กิจการ 400 คน
3. โครงการเตรียมพร้อมธุรกิจ ขยายโอกาสยกระดับสู่อนาคต (Global & Future Readiness) เพื่อยกระดับศักยภาพธุรกิจ และเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยการขยายตลาดใหม่ เสริมสร้างองค์ความรู้ด้านมาตรฐานระดับสากล รวมถึงการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนด้วย ESG (Environment, Social, and Governance) สำหรับการขยายตลาดสู่ระดับโลก โดยมีกิจกรรมเชื่อมโยงคู่ค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมศักยภาพ จำนวน 100 กิจการ 200 คน ซึ่งจากการดำเนินงานทั้ง 3 โครงการ คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมได้กว่า 209 ล้านบาท และคาดว่าจะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการภายในเดือนเมษายน 2569
“กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีฯคาดหวังว่าการดำเนินงานโครงการสินเชื่อใหม่ และโครงการส่งเสริมและพัฒนาเอสเอ็มอี ในปีงบประมาณ 2569 จะทำให้ผู้ประกอบการ SME ไทยได้รับประโยชน์ ช่วยเสริมสภาพคล่องธุรกิจ สร้างความมั่นคง สร้างโอกาส และมองเห็นแนวทางใหม่ๆในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้านการเงินและการจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสริมฐานรากธุรกิจให้เติบโตและพัฒนาอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต”นายณัฐพล กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี