กองทุนน้ำมันฯ อุ้มดีเซล วันละ 1,200 ล้าน ช่วยประชาชน

กองทุนน้ำมันฯ อุ้มดีเซล วันละ 1,200 ล้าน ช่วยประชาชน

วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 13.39 น.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) กล่าวว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายการตรึงราคาสินค้าน้ำมันดีเซล เป็นเวลา 15 วัน หลังจากนั้นตามแผนที่นายกรัฐมนตรีสั่งการไว้ ในช่วงนี้หลังจาก 15 วัน จะขยับราคาน้ำมันดีเซลจะค่อยๆ ปรับจาก 29.94 บาท ไปสู่ระดับ 31.94 บาท เพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมัน

นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมใช้เครื่องมือทางภาษี โดยเฉพาะการลดภาษีสรรพสามิต ซึ่งเมื่อรวมกับภาษีอื่นๆ แล้วมีมูลค่าใกล้เคียง 10 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยตรึงราคาไม่ให้กระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพ รวมทั้งหน้าโรงกลั่น จะเป็นกลไกสุดท้ายที่จะเข้าไปหารือ หากพูดคุยกันไม่ลงตัวรัฐบาลก็อาจจะต้องมีมาตรการอื่นๆ เข้าไปจัดการต่อไป


ส่วนสถานะของกองทุนน้ำมันและการแบกรับภาระชดเชย จากการหารือวานนี้ (9 มี.ค.) พบว่า 1 วัน เฉลี่ย 1,200 ล้านบาท จากราคาน้ำมันประกาศวานนี้ 111 เหรียญ แต่ราคามีความผันผวนมาก บางช่วงดิ่งลงเหลือ 95 เหรียญ จึงต้องรอรอดูราคาประกาศจากตลาดกลางสิงคโปร์รายวันว่าจะลดลงตามตลาดโลกหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะปรับลดลง ดังนั้นภาพรวมในขณะนี้ก็ถือว่าไทยใช้เงินชดเชยอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อวัน และปัจจุบันรัฐบาลมีการปรับราคาเบนซินขึ้น 50 สตางค์ พร้อมทั้งลดราคา E20 และ E85 ลง 50 สตางค์ เพื่อจูงใจให้คนสลับมาใช้พลังงานทางเลือกและช่วยลดภาระกองทุน

ทั้งนี้จากการประชุมสรุปสถานการณ์วานนี้ (9 มี.ค.) ยืนยันว่า สถานการณ์พลังงานภายในประเทศไทยหากไม่มีน้ำมันดิบหรือ LNG นำเข้ามาเพิ่มเลย คาดว่าจะสามารถยืนได้ถึง 95 วัน หรือประมาณ 3 เดือน และขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า ในส่วนของ LNG สามารถหาแหล่งเติมให้กับโรงไฟฟ้าและผู้ประกอบการได้ครบถ้วนแล้วไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของน้ำมันดิบยังต้องบริหารจัดการต่อ ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าจากตะวันออกกลางประมาณ 50% และอีก 50% มาจากแหล่งอื่นๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย อเมริกา และหากมีความจำเป็นจริงๆ อาจจะต้องมีการสั่งซื้อจากประเทศรัสเซียเช่นกัน เนื่องจากสถานการณ์วิกฤตของโลกทำให้หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการและสามารถประสานซื้อน้ำมันจากรัสเซียได้มากขึ้น

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า  รัฐบาลมีแนวทางในการยืดระยะเวลาการใช้น้ำมันให้ยาวนานกว่า 3 เดือน โดยวางแผนเพิ่มปริมาณสำรองและนำพลังงานทดแทนมาใช้หลายส่วน อาทิ การเพิ่มสำรองน้ำมันตามกฎหมาย การใช้ไบโอดีเซล (B100) จะขยับการผสมน้ำมันจากสูตร B5 เป็น B7 ในวันที่ 14 มี.ค. นี้ และมีแผนจะขยับเป็น B10 รวมถึงรณรงค์ให้ใช้  E20 และ E85 เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลผลิตจากมันสำปะหลังและอ้อย

“สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับแพงขึ้นในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าการประกาศราคาหน้าโรงกลั่น อิงราคาประกาศตลาดกลางสิงคโปร์มาโดยตลอด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในแถบเอเชีย แม้โรงกลั่นจะซื้อน้ำมันดิบล่วงหน้า 1-4 เดือน แต่ต้นทุนน้ำมันที่นำมาเก็บในแทงค์จะถูกนำมาเฉลี่ยกันทั้งหมด ไม่สามารถแยกออกมาได้ว่าวันนี้จะขายเฉพาะน้ำมันที่ซื้อมาในราคา 60 เหรียญ ดังนั้นในภาวะวิกฤตเช่นนี้ ตลาดสิงคโปร์ อาจมีการเก็งกำไรทำให้ราคากระโดดสูงกว่าราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามเข้าไปดูแล”นายพิพัฒน์ กล่าว

- 030 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top