‘CRC’ทุ่มงบ1.8หมื่นล้าน ลุยขยายสาขาในไทย-เวียดนาม

‘CRC’ทุ่มงบ1.8หมื่นล้าน ลุยขยายสาขาในไทย-เวียดนาม

วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.45 น.

 

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2569 เติบโต 4-5% จากปี 2568 ที่มีรายได้อยู่ที่ 253,168 ล้านบาท และตั้งเป้า EBITDA เพิ่มขึ้น 5-7% จากปี 2568 อยู่ที่ 29,836 ล้านบาท โดยบริษัทยังคงให้ความสำคัญใน 5 เรื่องหลัก ประกอบด้วย ลูกค้า, Core Business, New Growth, Synergy ภายในกลุ่มธุรกิจให้มากขึ้น และการบริหารการเงินอย่างมีวินัย เพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ รักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต พร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2569 บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ที่ 16,000-18,000 ล้านบาท ในการรองรับการรีโนเวท 7 สาขา และขยายสาขาใหม่ทั้งในไทยและเวียดนาม 22-26 สาขา ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยในไทยวางแผนขยายสาขาใหม่ ท็อปส์ 8-10 สาขา, GO Wholesale 2 สาขา และไทวัสดุ 3-5 สาขา ส่วนในเวียดนามมีแผนขยายสาขาศูนย์การค้า GO! 2 สาขา, ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! 6 สาขา พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดอาเซียนอื่นๆ นอกจากนี้ New Growth Engine อย่าง Auto 1 ในปี 2568 มี 53 แห่ง ตั้งเป้าเพิ่มเป็น 106 แห่ง ในปี 2569 เพื่อเพื่อรองรับตลาดบริการรถยนต์ที่กำลังเติบโต 

โดย ณ สิ้นปี 2568 ธุรกิจของบริษัทในไทยมี 3,596 ร้านค้า ครอบคลุมใน 63 จังหวัด คิดเป็นสัดส่วนยอดขาย 80% ส่วนในเวียดนาม มีร้านค้าทั้งสิ้น 127 ร้านค้า ครอบคลุม 26 จังหวัด และมีสัดส่วนยอดขาย 20% ขณะเดียวกันบริษัทประสบความสำเร็จในการขยายฐานสมาชิก The 1 ในเวียดนาม โดยมีจำนวนสมาชิกกว่า 4.3 ล้านราย

อย่างไรก็ตามปี 2569 ถือเป็นปีแห่ง “Challenges & Opportunities” ของธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง บริษัทจึงเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี (2568-2570) “New Heights, Next Growth” ภายใต้กลยุทธ์ “Innovation in Action” เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.อัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ โดยต่อยออดความสำเร็จของแพลตฟอร์มออมนิแชแนลที่มียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 ยอดขายจากช่องทางออนไลน์เติบโตถึง 14% จากปี 2567

2.อัพเกรดแบรนด์และสินค้าให้ทันสมัย อาทิ การพัฒนาสินค้าที่วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! เวียดนาม โดยเน้นกลุ่มเบเกอรี่ อาหารพร้อมทาน สินค้าเกี่ยวกับบ้าน และสินค้า Private Lobel ให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ส่วนในไทยจะเน้นเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์สินค้าแฟชั่นชั้นนำจากไทยและเอเชีย พร้อมเร่งขยาย KIS & LOOKS Beauty Specialty Stores ปรับรูปแบบสาขาและราคาสินค้าให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้า Young & Mainstream

3.อัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงานและขยายขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยยกระดับการดำเนินงานในหลายมิติ อาทิ การนำ Al มาใช้เสริมศักยภาพในการบริหารลูกค้า, การทำการตลาด, การสั่งสินค้าและกำหนดราคา รวมถึงการบริหารจัดการหน้าร้าน นอกจากนี้ยังได้พัฒนา One Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าจากทั้งออนไลน์และออฟไลน์ให้เป็นหนึ่งเดียว พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสต๊อก และการจัดส่งสินค้าแบบครบวงจร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top