DIP แนะกลยุทธ์ปั้นแบรนด์ปังติดปีกธุรกิจไทยลุยตลาดโลก

DIP แนะกลยุทธ์ปั้นแบรนด์ปังติดปีกธุรกิจไทยลุยตลาดโลก

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.17 น.

กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดรับสมัครผู้ประกอบการไทยและผู้สนใจด้านการสร้างแบรนด์ ร่วมเสริมศักยภาพทางธุรกิจด้วยเครื่องหมายการค้า ในหลักสูตร “การบริหารจัดการเครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ (Trademark Professional)” รุ่นที่ 1 โดยยกทีมผู้เชี่ยวชาญถ่ายทอดความรู้ผ่านการเวิร์กชอปสุดเข้มข้น พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ระหว่างวันที่ 25 – 26 เมษายน 2569 ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี การันตีเรียนจบหลักสูตรสามารถนำเทคนิคไปประยุกต์ใช้ได้ทันที ด่วน! เปิดรับจำนวนจำกัด เพียง 50 ท่าน สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 เมษายน 2569

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) เปิดเผยว่า หลักสูตร “การบริหารจัดการเครื่องหมายการค้าอย่างมืออาชีพ (Trademark Professional)” มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยในด้านเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบเครื่องหมายการค้าให้สามารถจดทะเบียนได้ ขั้นตอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไทยและสากล การยกระดับการบริหารจัดการเครื่องหมายการค้าอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าแบรนด์และขยายโอกาสธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจากกรมฯ และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางกลยุทธ์แบรนด์และคุ้มครองเครื่องหมายการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเปลี่ยนมุมมองจากการจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว สู่การใช้เครื่องหมายการค้าเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ตอบโจทย์การแข่งขันทางการค้าในยุคปัจจุบันได้อย่างตรงจุด


หลักสูตรดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการไทยยุคใหม่ที่ต้องการพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการแบรนด์อย่างเป็นระบบ ประกอบด้วยเนื้อหาแบบเจาะลึก 12 ชั่วโมงเต็ม แบ่งเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ส่วนที่ 1 การปูพื้นฐานความรู้เครื่องหมายการค้าและแนะนำเทคนิคสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้ อาทิ ลักษณะของเครื่องหมายที่จดทะเบียนได้และไม่ได้พร้อมกรณีศึกษา หลักเกณฑ์ของเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ แนวทางการพิจารณาเครื่องหมายการค้าตามคู่มือนายทะเบียน ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย การฝึกใช้เครื่องมือในการตรวจค้นเครื่องหมายการค้าและวิเคราะห์ความเหมือนคล้าย พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าอย่างใกล้ชิด ส่วนที่ 2 แนวทางต่อยอดการคุ้มครองและสร้างแบรนด์สู่ตลาดโลก อาทิ ภาพรวมและหลักการของระบบ

จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (Madrid System) ขั้นตอนและแนวทางการพิจารณาคำขอขาเข้า (Inbound Application) การตรวจสอบสถานะและแก้ไขคำขอขาเข้า หลักเกณฑ์และขั้นตอนการยื่นคำขอขาออก (Outbound Application) เทคนิคการใช้เครื่องมือออนไลน์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ข้อดี-ข้อจำกัดของระบบมาดริดสำหรับผู้ประกอบการไทย พร้อมฝึกการยื่นคำขอขาออก รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการขยายตลาดและปกป้องแบรนด์ในตลาดโลก

นางอรมน กล่าวว่า จากสถิติคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศไทย พบว่า ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์และยื่นขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้ามากที่สุดเมื่อเทียบกับทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นๆ และยังคงมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2568 มีการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในไทย 55,668 คำขอ เพิ่มขึ้น 8.51% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีจำนวน 51,303 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอคนไทย 51% และต่างชาติ 49% ซึ่งสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันของผู้ยื่นคำขอชาวไทยและต่างชาติ สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพทางธุรกิจและเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนด้านแบรนด์สินค้าและบริการ

ขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับการพัฒนาแบรนด์และคุ้มครองเครื่องหมายการค้าเพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี การจดทะเบียนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการและปกป้องสิทธิของตนเองในทุกตลาดเป้าหมาย โดยหลักสูตรดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจและแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมั่นใจ

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top