วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
กกพ.คุมสถานการณ์‘แม่เมาะ’ เร่งซ่อม-ปรับแผนผลิต‘ไฟฟ้า’ ชูถ่านหินลดต้นทุน ย้ำความมั่นคงระบบไฟฟ้า
19 มีนาคม 2569 ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า ในการประชุม กกพ. ครั้งที่ 11/2569 (ครั้งที่ 1001) ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์พลังงานและการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะอย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน
ในสถานการณ์ที่ราคาพลังงานโลกมีความผันผวน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ (LNG) ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าอาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยหากราคา LNG ปรับเพิ่มจากประมาณ 12 USD/MMBtu เป็น 25 USD/MMBtu จะทำให้ค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) เพิ่มขึ้นประมาณ 0.58 บาทต่อหน่วย ดังนั้นการปรับแผนการผลิตไฟฟ้าโดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 0.70 บาทต่อหน่วย และมีเสถียรภาพด้านราคา จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวม และรักษาเสถียรภาพค่าไฟฟ้าของประเทศ
ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินของประเทศไทยดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด โดยมีระบบควบคุมมลพิษทางอากาศที่ได้มาตรฐานสากล และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การผลิตไฟฟ้าเป็นไปอย่างสมดุลทั้งด้านความมั่นคงพลังงาน ต้นทุนค่าไฟฟ้า และการดูแลสิ่งแวดล้อมควบคู่กัน
“กกพ. ให้ความสำคัญทั้งความมั่นคงระบบไฟฟ้าและค่าไฟฟ้าของประชาชน โดยได้กำกับดูแลและเน้นย้ำให้มีการปรับแผนการผลิตไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อบริหารต้นทุนพลังงานในภาพรวม” ดร.พูลพัฒน์ กล่าว
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าแม่เมาะของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กรณีเกิดเหตุดินสไลด์ในพื้นที่ทิ้งและเก็บมูลดินทรายของเหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบลำเลียงดินและการจัดหาเชื้อเพลิงลิกไนต์สำหรับการผลิตไฟฟ้า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้ระบบสายพานลำเลียงดินได้รับความเสียหาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ กระทบต่อการเปิดหน้าดินและการลำเลียงถ่านหินลิกไนต์ อย่างไรก็ตาม กฟผ. ได้เร่งดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าจะสามารถกลับมาใช้งานได้บางส่วนภายในเดือนกรกฎาคม 2569 และจะกลับสู่สภาวะปกติได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569
ในระหว่างนี้ กฟผ. ได้บริหารจัดการเชื้อเพลิงโดยใช้ถ่านหินลิกไนต์จากแหล่งสำรอง (Stock) ร่วมกับการขนส่งด้วยรถบรรทุก พร้อมปรับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ภาคเหนือ
ทั้งนี้ กกพ. ได้กำชับให้ กฟผ. เร่งดำเนินการซ่อมบำรุงและปรับปรุงระบบสายพานลำเลียงดินโดยเร็ว เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินการได้ตามปกติภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งให้พิจารณาปรับแผนการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตจากโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีต้นทุนต่ำ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้าในภาพรวมและบรรเทาผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน
“กกพ. จะกำกับดูแลอย่างเต็มที่ ทั้งด้านความมั่นคงพลังงานและการดูแลค่าไฟฟ้า เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและค่าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสม” ดร.พูลพัฒน์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี