วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2569
ศึกชิง‘ประธาน ส.อ.ท.’ระอุ ใช้แผน‘สลับตัว’เดินเกมใต้ดินดึงเสียงโหวต
แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ตลอด2สัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นที่ทำให้สมาชิกของ ส.อ.ท.รู้สึกไม่สบายใจ หลังปรากฏข่าวว่า ในการประชุมสามัญประจำปี 2569การตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท.วาระปี 2569-2571 ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 นี้ มีสมาชิกกลุ่มหนึ่งที่กระทำการอันไม่เหมาะสม เพื่อต้องการช่วงชิงอำนาจในการบริหารจัดการใน ส.อ.ท. ด้วยการใช้วิธีที่ไม่ถูกต้อง เช่น การบังขู่เข็ญด้วย”อำนาจที่เหนือกว่า” การซื้อเสียง หรือแม้ กระทั่งการปลอมเอกสารรายชื่อตัวแทนบริษัทสมาชิก สอท. ที่มีสิทธิเข้าไปโหวตเลือกตั้ง กรรมการ ส.อ.ท.ชุดใหม่ เพื่อ กรรมชุดใหม่เลือกตัวประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ ตามที่กลุ่มตนต้องการ ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับความน่าเชื่อถือของ ส.อ.ท.อย่างมาก
อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายอาจจะเข้าใจว่าปัญหาดังกล่าวได้จบลงไปแล้ว หลังจากที่นายชนะ ภูมี ผู้เสนอตัวเข้าชิงเก้าอี้ประธาน ได้ขอถอนตัวออกไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะในความเป็นจริงนี่คือ “เกมสลับตัวผู้เล่น” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของ ส.อ.ท. ซึ่งผ่านมา แคนดิเดตทุกคนต้องผ่านเวที แสดงวิสัยทัศน์และสร้างฐานเสียงกันมาเป็นปี ดังนั้นตามธรรมเนียมที่ยึดถือกันมา หากใคร “ถอดใจ” ก็เท่ากับ จบเกมของคนนั้นทันที แต่รอบนี้กลับแตกต่าง เพราะมีสัญญาณว่า กลุ่มขั้วอำนาจเก่าที่พ้นวงโคจรไปนานแล้ว ไม่ยอมยุติบทบาทแต่กำลัง “เปลี่ยนตัวผู้เล่น” เพื่อเดินเกมต่อ
แหล่งข่าว ระบุอีกว่า เบื้องหลังการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจมีแรงผลักจาก “กลุ่มเครือข่ายอำนาจเก่าที่พ้นวงโคจรไปนานแล้ว“ ที่ยังอยากกลับมาครอบงำอีก “มันไม่ใช่แค่การถอนตัว แต่มันเป็นเล่ห์เหลี่ยม และพยายามจะพลิกเกม” “เปลี่ยนตัวคน แต่เกมส์ยังเดินเหมือนเดิม” คำอธิบายนี้สอดคล้องกับกระแสข่าวว่า มีการวางแผน ในลักษณะ“ลับ ลวง พราง” เพราะกลัวว่าพอประกาศถอนตัวกลางคัน กองเชียร์จะวงแตกกระจาย เลยต้องเลี้ยงกระแสและรักษาฐานคะแนนเสียงเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด
“เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ย่านวิภาวดี ความเคลื่อนไหวที่ยิ่งตอกย้ำข่าวลือ คือการนัดพบแบบไม่เป็นทางการของกลุ่มผู้สนับสนุน ในช่วงเย็นของวันที่ 27 มีนาคมนี้ บริเวณ ร้านอาหารชื่อดังย่านวิภาวดี ซึ่งถูกจับตาว่าอาจเป็นจังหวะสำคัญในการ เปิดตัวแคนดิเดตคนใหม่อย่างไม่เป็นทางการ”
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า นี่เป็นคำถามใหญ่ในใจของสมาชิก สอท.จำนวนมาก ว่าหลาย เป็นการเกมส์การใช้ “นอมินีซ้อนนอมินี” หรือไม่? และในวงสนทนาของสมาชิกหลายกลุ่มอุตสาหกรรม เริ่มมีคำถามที่ถูกพูดถึงมากขึ้นว่า สถานการณ์นี้อาจไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวธรรมดา แต่เข้าข่าย “นอมินีซ้อนนอมินี” หรือไม่? แม้ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจน แต่ความสงสัยดังกล่าวกำลังสะท้อนความไม่สบายใจของสมาชิกจำนวนไม่น้อย
ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้ยังคงเป็นขบวนการซื้อเสียงและใช้นอมินีรูปแบบเดิมเพียงแต่สลับคนเล่น และเริ่มมีการกล่าวถึง “หลักฐานการซื้อเสียงเพิ่มเติมจำนวนมาก” ยิ่งตรวจยิ่งเจอ ขณะนี้พบแล้วหลายร้อยบริษัท เป็นขบวนการเครือข่ายใหญ่ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัท ศักดิ์ศรีและธรรมาภิบาลขององค์กรอยู่ตรงไหน? สิ่งที่หลายฝ่ายกังวลไม่ใช่แค่ผลแพ้ชนะ แต่คือ ภาพลักษณ์ขององค์กร เพราะหากกระบวนการได้มาซึ่งอำนาจไม่ถูกต้องและไม่สง่างาม ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั้งสมาชิกและภาคอุตสาหกรรมโดยรวม
“วันนี้ไม่ใช่แค่เลือกตั้ง แต่เป็นเรื่องของเกียรติภูมิของ ส.อ.ท. ที่กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก” การเปลี่ยนตัวเป็นแค่การตบตา สถานการณ์ทั้งหมดทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การแข่งขันตามกติกา แต่เป็นเกมเชิงอำนาจที่ซับซ้อนกว่าที่เคย คำถามสำคัญคือ กลยุทธ์การเปลี่ยนตัวครั้งนี้ จากกลุ่มอำนาจเก่าฯจะยิ่งซ้ำเติมต่อศักดิ์ศรีและธรรมาภิบาลของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้ย่ำแย่ไปมากกว่านี้หรือไม่”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี