วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
นายไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ประเมินสถานการณ์วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า เป็น “ตัวแปรใหม่” ที่ยากจะคาดเดาจุดจบ และจะส่งแรงกระเพื่อมต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ในระยะถัดไป โดยเฉพาะด้านต้นทุนก่อสร้างที่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3–6 เดือนข้างหน้า ราคาที่อยู่อาศัยยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการยังคงมีสต๊อกเดิมที่สามารถทยอยระบายได้ แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ คาดว่าช่วงไตรมาส 4 ของปี ราคาบ้านมีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังเปราะบาง ลลิลฯ เลือกใช้ยุทธศาสตร์ “มวยตั้งรับ” มากกว่าการเร่งเกมรุก โดยเน้นรักษาสภาพคล่อง ลดความเสี่ยง และไม่ซ้ำเติมตลาดในช่วงที่กำลังซื้อยังไม่ฟื้นเต็มที่ พร้อมย้ำว่าช่วงเวลานี้ “ไม่ใช่จังหวะเร่งกำไร แต่เป็นจังหวะประคองธุรกิจ” ผ่านการเร่งขายสินค้าจากสต๊อกเดิม ควบคู่กับการควบคุมภาระหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และปรับขนาดองค์กรให้กระชับยืดหยุ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่ดำเนินต่อเนื่องมาแล้วกว่า 2 ปี หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการ “ล็อกต้นทุน” วัสดุก่อสร้างล่วงหน้า โดยเฉพาะเหล็กและกระเบื้องไปจนถึงสิ้นปี เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา โดยระบุว่าเพียงระยะเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ราคาเหล็กปรับเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 15% สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะที่การบริหารสินค้าคงค้างยังคงเป็นหัวใจหลัก ด้วยการเร่งหมุนสต๊อกเก่าออกสู่ตลาด เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องและรักษากระแสเงินสดให้แข็งแรงจนถึงสิ้นปี
"ภายใต้สถานการณ์ที่ความไม่แน่นอนสูง “ความอึดขององค์กร” จะเป็นตัวตัดสินเกม โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มเผชิญภาวะขาดทุน การตัดสินใจลงทุนต้องอยู่บนข้อมูลและความสามารถทางการเงินของตนเองเป็นหลัก พร้อมย้ำว่าธุรกิจต้อง “รู้จักถอย” เพื่อรักษาความคล่องตัวในวันที่จำเป็น เพราะองค์กรที่ปรับตัวเร็วและบริหารสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้นที่จะอยู่รอด"
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าลงทุนอย่างระมัดระวัง เปิดโครงการใหม่ “ลลิล ทาวน์ เพรสทีจ บางนา–เทพารักษ์ (2)” มูลค่า 1,200 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพฝั่งตะวันออก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมโยงกับพื้นที่ EEC รวมถึงโครงข่ายรถไฟฟ้าและการขยายตัวของสนามบินสุวรรณภูมิโครงการดังกล่าวพัฒนาบนพื้นที่ 34 ไร่ รวม 305 ยูนิต ทั้งบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม โดยเฟสแรกในส่วนของทาวน์โฮมสามารถทำยอดขายแล้วกว่า 30 ยูนิต มูลค่า 80–90 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ในทำเลบางนา–เทพารักษ์ที่ยังคงแข็งแกร่ง และจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงถัดไป ขณะที่โซนบ้านเดี่ยวมีลูกค้าให้ความสนใจจองล่วงหน้าแล้ว
ภาพรวมสะท้อนว่า ในสมรภูมิอสังหาฯ รอบใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากต้นทุนและเศรษฐกิจโลก การเติบโตแบบเร่งตัวอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป แต่การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย รักษาสภาพคล่อง และวางเกม “ตั้งรับอย่างมีกลยุทธ์” กลับเป็นกุญแจสำคัญในการพาธุรกิจผ่านความผันผวนครั้งนี้ไปให้ได้อย่างมั่นคง.
-032
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี