529.jpg
‘กขค.’ลุยต่อสอบ‘ล้งมะพร้าว’ จ่อเอาผิดเพิ่ม เจอจะๆ 3 สัญญาณ‘ฮั้ว’ ฉุดราคาตกต่ำ

‘กขค.’ลุยต่อสอบ‘ล้งมะพร้าว’ จ่อเอาผิดเพิ่ม เจอจะๆ 3 สัญญาณ‘ฮั้ว’ ฉุดราคาตกต่ำ

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.26 น.

‘กขค.’ลุยต่อสอบ‘ล้งมะพร้าว’ จ่อเอาผิดเพิ่ม เจอจะๆ 3 สัญญาณ‘ฮั้ว’ ฉุดราคาตกต่ำ

เมื่อวันที่ 28-29 มีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) ลงพื้นที่จังหวัดราชบุรี เพื่อตรวจสอบเชิงรุกกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมส่งออกบางราย กระทำการอันอาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 หลายมาตรา ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย พันตำรวจโทพงศ์อินทร์ อินทรขาว ที่ปรึกษาด้านการสืบสวนสอบสวน พร้อมพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยได้เข้าตรวจสอบสถานประกอบการหลายแห่งในอำเภอดำเนินสะดวก เพื่อดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยได้สอบถามข้อมูล บันทึกถ้อยคำพยาน และรวบรวมเอกสารหลักฐานจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว ผู้ประกอบการโรงงานแปรรูป และผู้รับซื้อเพื่อส่งออก


ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ปฏิบัติงานครั้งนี้ พบข้อมูลและพยานหลักฐานเบื้องต้นที่มีนัยสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่

ประเด็นที่ 1 การฮั้วราคารับซื้อและการแบ่งโควตาการส่งออก โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบธุรกิจรับซื้อและส่งออกมะพร้าวรายใหญ่จำนวนหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มีกลุ่มทุนต่างชาติเป็นผู้ถือครองหรือมีอิทธิพลในการควบคุม มีพฤติกรรมนัดหมายและตกลงกำหนดราคารับซื้อมะพร้าวหน้าโรงงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ที่มีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับการจัดสรรโควตาตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการดังกล่าว อันเป็นการจำกัดการแข่งขันในตลาดโดยไม่ชอบธรรม พฤติกรรมเหล่านี้อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตาม มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

ประเด็นที่ 2 การใช้อำนาจเหนือตลาดโดยมิชอบและการกดราคารับซื้อจากเกษตรกร โดยมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้ประกอบการรายใหญ่ดังกล่าวมีอำนาจเหนือตลาดในระดับสูง ทั้งด้านการควบคุมปริมาณตู้คอนเทนเนอร์สำหรับการส่งออกและการเข้าถึงช่องทางตลาดปลายทาง ส่งผลให้เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวซึ่งไม่มีอำนาจต่อรองต้องจำหน่ายผลผลิตในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตมาเป็นเวลานาน ขณะที่ราคาจำหน่ายปลีกในตลาดปลายทางยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนต่างระหว่างราคาหน้าสวนกับราคาปลายทางที่ห่างกันอย่างผิดสังเกตนี้ บ่งชี้ถึงความไม่โปร่งใสในกลไกราคาตลอดห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเป็นความผิดตามมาตรา 50 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

ประเด็นที่ 3 การปลอมปนและสำแดงเท็จในผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าว นอกจากประเด็นด้านการแข่งขันแล้ว ยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตและส่งออกน้ำมะพร้าวที่มีการผสมสารอื่นแต่สำแดงว่าเป็นน้ำมะพร้าวแท้ 100% ซึ่งส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสินค้าเกษตรไทยในตลาดต่างประเทศโดยรวม และยังบิดเบือนกลไกราคามะพร้าวในประเทศอีกด้วย

ขณะนี้ สำนักงาน กขค. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลและพยานหลักฐานที่รวบรวมได้จากการลงพื้นที่ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ สำนักงาน กขค. ยืนยันเจตนารมณ์ในการบังคับใช้กฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเข้มแข็ง เพื่อปกป้องเกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ตลอดจนส่งเสริมให้ตลาดมะพร้าวน้ำหอมมีการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในห่วงโซ่อุปทาน

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top