533.jpg
‘วราวุธ’กางพิมพ์เขียว ONE MIND พร้อมคุยเวิลด์แบงก์ จ่อตั้งกองทุนแสนล้านเปลี่ยนแปลงอุตฯ

‘วราวุธ’กางพิมพ์เขียว ONE MIND พร้อมคุยเวิลด์แบงก์ จ่อตั้งกองทุนแสนล้านเปลี่ยนแปลงอุตฯ

วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.09 น.

‘วราวุธ’กางพิมพ์เขียว ONE MIND พร้อมคุยเวิลด์แบงก์ จ่อตั้งกองทุนแสนล้านเปลี่ยนแปลงอุตฯ

22 เมษายน 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการบริหารงานอย่างเป็นทางการ ว่า กระทรวงมีแผนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมวงเงินประมาณแสนล้านบาท แต่จะทยอยทำเป็นเฟส โดยรูปแบบของกองทุนจะดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมทุน ภายในสัปดาห์นี้เตรียมหารือกับทางธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เป็นรายแรก เนื่องจากเป็นสถาบันการเงินระหว่างประเทศที่ให้เงินทุนและคำแนะนำทางวิชาการแก่ประเทศกำลังพัฒนา


“เรามีสเปคที่อยากให้ดึงมาร่วมทุนอยู่แล้ว อยากได้บริษัทเอกชนที่เก่ง มีเงินทุน เพื่อมาช่วยซัพพอร์ทอุตสาหกรรม จะเป็นเอกชนไทยหรือต่างชาติก็ได้ แต่ต้องมาเพื่อเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณารายละเอียดไม่ให้ซ้ำซ้อนกับกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เนื่องจากเป้าหมายของกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต้องการช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็ก ที่ต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมในอนาคต และปรับเปลี่ยนเครื่องจักร เป็นต้น

นายวราวุธ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำความเชื่อมั่นในการขับเคลื่อนด้วยหลักการ “ONE MIND” หรือการรวมพลังทุกหน่วยงานในกระทรวงให้สื่อสาร และทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการผ่าน 4 เสาหลัก (4 Pillars) ที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจโลก และคุณภาพชีวิตของคนไทย ทั้งนี้หลักการบริหาร 4 เสาหลัก (4 Pillars) ต้องการพลิกโฉมกระทรวงอุตสาหกรรม โดยวางโครงสร้างการทำงานใหม่

เสาแรก People Engagement การฟังเสียงประชาชน  ยุติความเดือดร้อนด้วยระบบช่องทางรวมทุกปัญหาอุตสาหกรรมไว้ที่เดียว พร้อมระบบติดตามสถานการณ์แก้ไขปัญหาแบบรายเดือน

ส่วนเสาที่ 2 Policy Execution วางเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ขานรับนโยบายรัฐบาลสู่กระทรวงอุตสาหกรรม เป้าหมายเดินหน้าอุตสาหกรรมแห่งอนาคตทั้งดิจิทัล AI , เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ EV การแพทย์และสุขภาพ ผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานสำคัญของโลก การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร พัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลผลิตเกษตรในพื้นที่ชุมชน พร้อมสร้างอาชีพ และสร้างสะพานเชื่อมทักษะให้กับคนไทย โดยเฉพาะนักศึกษา ผู้สูงอายุ คนพิการ วิสาหกิจชุมชน SME

นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีแผนผลักดัน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอัจฉริยะ "New Engine" ที่จะผลักดันให้เป็นพรีเมียม สร้างรายได้ใหม่ให้ประเทศ ครอบคลุม เกษตรและอาหาร จะเปลี่ยนข้าว-ยาง-มัน เป็นสินค้าพรีเมียม ดันไทยเป็น Medical Food Hub ของเอเชีย เช่นเดียวกับสมุนไพรและสุขภาพ ยกระดับสมุนไพรสู่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เจาะตลาดสุขภาพทั่วโลก

ส่วนหัตถกรรมอัจฉริยะ จะผลักดันผ้าไทยและงานคราฟต์สู่แบรนด์สากล รวมถึงดิจิทัลเทคโนโลยี จะดึงเม็ดเงินลงทุน Data Center & Cloud Services ระดับโลก สุดท้ายอุตสาหกรรมสีเขียวเร่งสร้างระบบนิเวศ ของ EV และระบบซื้อขายคาร์บอน

เสาที่ 3 Legal Reform ที่เรียกว่าราชการทันใจ เป้าหมายคือจะต้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน มุ่งเป้ามาตรฐาน OECD โดยมีกฎหมาย 2 ฉบับแรก คือ พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม และ พ.ร.บ.โรงงานฉบับใหม่ เบื้องต้นจัดตั้งคณะทำงานกฎหมายของกระทรวง ให้ประชุมทุกสัปดาห์ และรายงานความก้าวหน้าให้รัฐมนตรี และที่ประชุมผู้บริหารของกระทรวงทุกเดือน

“ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ สมุดพกคาร์บอนของแต่ละโรงงาน โดยจะร่วมองค์การจัดการก๊าซเรือนกระจก โดยเฉพาะการควบคุมมลพิษผ่านระบบ CEMS ตรวจวัดจากปล่องแบบเรียลไทม์ การสนับสนุนโซลาร์รูปทอปชุมชน การส่งเสริมการผลิตสินค้าเพื่อผู้สูงอายุ และคนพิการ พร้อมส่งเสริมการจ้างงานกลุ่มเปราะบางเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่การผลิตของ SME”

เสาที่ 4 สุดท้าย Minister’s Passion คือโจทย์สิ่งแวดล้อม และภัยพิบัติทางธรรมชาติ นโยบายผู้สูงอายุ และคนพิการ รวมถึงการเชื่อมโยงกับโลก และสืบสานต่อยอดจากฐานเดิมที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เคยวางฐานรากไว้ เช่น จากอิสเทิร์นซีบอร์ดสู่โครงการ EEC

ส่วนกลไกใหม่สำคัญที่จะผลักดัน คือการตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับสภาพัฒน์ฯ และ BOI พร้อมผลักดัน กองทุนจัดตั้งกองทุนเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนทุนอุดหนุนการสร้างนวัตกรรมให้ SME รวมทั้งการรีสกิล และอัปสกิลแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยีใหม่ และตลาดคาร์บอนเครดิต รองรับมาตรการกำแพงภาษีคาร์บอน (CBAM) จากต่างประเทศ

"Passion ของผมคือการตอบโจทย์โลกที่เปลี่ยนไป เราจะเปลี่ยนความท้าทายเรื่องสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงวัยให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ของคนไทยทุกคน" นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย. 2569) จะมีการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน โดยจะมีการหารือถึงเงื่อนไขใหม่ในการส่งเสริมการลงทุน โดยเฉพาะการตั้งเงื่อนไขที่เข้มขึ้น ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยได้ประโยชน์ที่สุด เนื่องจากบางอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุนแล้วไม่ใช้ซัพพลายเชนในประเทศเลย หรือไม่มีการจ้างงานในประเทศ

“ด้วยสงครามและวิกฤตที่เกิดขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องกลับมาดูว่าประเทศไทยต้องได้ประโยชน์เต็มที่จากสิ่งใดบ้าง สำหรับแนวทางจะสนับสนุนอุตสาหกรรมด้านใด ปีไหน จำเป็นที่ต้องฟังความคิดเห็นจากทุกหน่วยงาน อย่างในมุมมองของกระทรวงอุตสาหกรรม ย้ำว่าประเทศไทยคือความมั่นคงทางด้านอาหาร จึงต้องสนับสนุนอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร”นายวราวุธ กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top