วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569
533.jpg
เปิด 23 รายชื่อ เอกนัฏ ดึง รสนา-ปานเทพ-หม่อมกร นั่งคณะทำงานแก้ปมราคาพลังงาน

เปิด 23 รายชื่อ เอกนัฏ ดึง รสนา-ปานเทพ-หม่อมกร นั่งคณะทำงานแก้ปมราคาพลังงาน

วันอาทิตย์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569, 09.11 น.

26 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ลงนามในคำสั่งกระทรวงพลังงาน ที่ 10/2569 แต่งตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของเครือข่ายภาคประชาชน หลังจากสภาองค์กรของผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ได้ยื่นข้อเสนอรวม 8 ข้อ เมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา

โดยคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้ เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของเครือข่ายภาคประชาชน


ด้วยสภาองค์กรของผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ได้มีหนังสือลงวันที่ 16 เมษายน 2569 ยื่นข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 8 ข้อ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานจึงแต่งตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานของเครือข่ายภาคประชาชน โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังนี้

ข้อ 1 องค์ประกอบ

(1) นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ประธานคณะทำงาน
(2) รองปลัดกระทรวงพลังงานที่ได้รับมอบหมาย คณะทำงาน
(3) ผู้แทนกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ คณะทำงาน
(4) ผู้แทนกรมธุรกิจพลังงาน คณะทำงาน
(5) ผู้แทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน คณะทำงาน

(6) ผู้แทนสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน คณะทำงาน
(7) ผู้แทนสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง คณะทำงาน
(8) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน คณะทำงาน
(9) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ คณะทำงาน
(10) นางสาวบุญยืน ศิริธรรม คณะทำงาน

(11) นางสาวรสนา โตสิตระกูล คณะทำงาน
(12) ศาสตราภิชาน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณะทำงาน
(13) ดร.หม่อมหลวง กรกสิวัฒน์ เกษมศรี คณะทำงาน
(14) นายคมสัน โพธิ์คง คณะทำงาน
(15) นายรุ่งชัย จันทสิงห์ คณะทำงาน

(16) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสาท มีแต้ม คณะทำงาน
(17) นายณกานต์ จันธิราชนารา คณะทำงาน
(18) นายสันติสุข โสภณสิริ คณะทำงาน
(19) ดร.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ คณะทำงาน
(20) นายอิฐบูรณ์ อันวงษา คณะทำงาน

(21) นายวชิรพงศ์ สิริพงศ์เมธี คณะทำงาน
(22) ผู้แทนกองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน คณะทำงาน และเลขานุการร่วม
(23) ผู้แทนกองกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน คณะทำงานและ เลขานุการร่วม

ข้อ 2 หน้าที่และอำนาจ

(1) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน ๘ ข้อ ของสภาองค์กรของผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก

(2) เชิญเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน และ หน่วยงานและรัฐวิสาหกิจในการกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมทั้งบุคคลที่เกี่ยวข้อง มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

(3) ขอเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นต่อการปฏิบัติงานจาก หน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน รวมทั้งจากหน่วยงานและรัฐวิสาหกิจในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

(4) รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการ ตามข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

(5) ดำเนินการอื่นตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมอบหมาย

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ.2569 (นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

สำหรับข้อเสนอ 8 ข้อ ของเครือข่ายภาคประชาชน ประกอบด้วย

1.โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้โครงสร้างราคาน้ำมัน อิงราคาสิงคโปร์ บวกค่าใช้จ่ายที่สมมติว่านำเข้าจากสิงคโปร์ เป็นเกณฑ์กำหนดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น ซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรมนั้น ขอเสนอให้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันระหว่างสิงคโปร์ และโรงกลั่นไทย รวมทั้งค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ที่รวมเรียกว่า ค่าพรีเมียม เพื่อป้องกันลาภลอยจากสถานการณ์ด้านราคาของสิงคโปร์

โดยการกำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร และให้กำกับค่าการตลาดตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เคยมีมติกำหนดไว้เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2563 ให้น้ำมันดีเซล บี 7 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.50 บาท และน้ำมันเบนซินแก๊สโซฮอล์ 95 และเบนซินแก๊สโซฮอล์ 91 มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.85 บาท/ลิตร

2.ห้ามใช้เอทานอลและไบโอดีเซล ผสมน้ำมันเบนซิน และน้ำมันดีเซล ยกเว้นมีราคาต่ำกว่า 10% ขึ้นไปของราคาน้ำมันพื้นฐาน (เพราะน้ำมันชีวภาพ ขับได้ระยะทางน้อยกว่าน้ำมันพื้นฐาน 10%) ทั้งนี้ เพื่อไม่เป็นการก่อภาระต่อการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในยามวิกฤตน้ำมันแพงในปัจจุบัน และให้ลดการผสมไบโอดีเซลลงเหลือเพียงแค่ บี 5 เพื่อไม่เป็นภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่มีค่าติดลบประมาณ 50,000 ล้านบาทแล้ว

รวมทั้งพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 ในบทเฉพาะกาล มาตรา 55 เกี่ยวกับการใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยน้ำมันชีวภาพ ที่จะครบระยะเวลา 7 ปี ในวันที่ 24 ก.ย.2569 นี้แล้ว ก็ไม่สมควรแก้ไขกฎหมายต่ออายุการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อชดเชยน้ำมันชีวภาพอีก

3.ยกเลิกการให้ภาคครัวเรือนใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ในราคาที่สมมติว่า นำเข้าจากซาอุดีอาระเบียบวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้า โดยให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ LPG ที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อน ด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งในปัจจุบัน โรงแยกก๊าซซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ผลิต LPG ได้ปีละ 3.7 ล้านตัน ครัวเรือนใช้อยู่ 2.1 ล้านตัน จึงควรให้ประชาชนได้ใช้ทรัพยากรในประเทศในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม

นอกจากนี้ ต้องกำหนดให้ก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือน เป็นสินค้าควบคุมราคาตามบทบัญญัติสินค้าควบคุมราคาของกระทรวงพาณิชย์ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ส่วน LPG ที่เหลือใช้จากภาคครัวเรือน ให้นำไปคำนวณราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักจากโรงกลั่นน้ำมัน และส่วนที่นำเข้า ขายให้แก่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมี โดยตัดขาดจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องนำเงินที่จัดเก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซิน และดีเซล มาชดเชยกับผู้ใช้ LPG อีกต่อไป

4.ราคาค่าการกลั่นอ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ปัจจุบันสูงมากผิดปกติ เดือน มี.ค.เฉลี่ย 7.23 บาท/ลิตร และ 1 - 10 เม.ย.2569 มีค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 16.40 บาท/ลิตร ก่อให้เกิดผลประโยชน์เป็นลาภลอยแก่โรงกลั่น จึงควรกำหนดค่าการกลั่นที่เป็นจริง และเป็นธรรมแก่ประชาชนไม่เกิน 2.50 บาท/ลิตร ส่วนเกินจากนั้น ควรนำมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น และให้เรียกคืนเงินชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชดเชยส่วนที่เป็นลาภลอย ที่เกินจาก 2.50 บาท/ลิตร คืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

โดยอาศัยกฎหมายกลางเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครอง (การจ่ายค่าชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคำสั่งทางปกครอง) คือ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 3 ประกอบกับ หมวด 2 คำสั่งทางปกครอง ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง มาตรา 49-มาตรา 53

5.ตรวจสอบเอกสารของผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 มาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 โดยตรวจสอบย้อนหลัง เพราะไม่ได้ดำเนินการตรวจเช็คสต็อกเก่าก่อนมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดส่วนต่างที่เป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ตามมาตรา 7 มาตรา 10 และมาตรา 11 ได้กักตุนน้ำมันสต็อกเก่าที่ได้รับชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว ก่อนนำมาขายในราคาใหม่ จึงขอให้รัฐมนตรีเรียกคืนเงินส่วนเกินนั้น เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

6.ออก พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2562 เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมัน มีอำนาจที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นที่สูงเกิน 2.50 บาท/ลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องนำ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาใช้เสริม เพื่อไม่ต้องมีการตีความข้อกฎหมายต่ออีก

7.รัฐบาลไม่มีความจำเป็นและต้องหยุดการกู้เงิน 1.5 แสนล้านบาท ให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมาแล้วในข้อ 1-6 แล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพราะการกู้เงินของรัฐบาล ต้องตกเป็นภาระหนี้ของประชาชนผู้ใช้น้ำมันต้องชำระคืนเงินกู้

8.ส่งเสริมการพึ่งตัวเองของประชาชน ด้วยการให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้โดยสะดวก โดยให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วยราคาค่าไฟได้ (net metering) และมีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบ net billing พร้อมสั่งการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กฟน. และ กฟภ. ดำเนินการตามมติ กพช. ดังกล่าว

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top