วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569
สนค.เผยดัชนี RFTI ไตรมาส 1 ปี 2569 กลับมาขยายตัวหลังจากลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาส มีสาเหตุสำคัญจากราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำต้นทุนขนส่งสูงขึ้นและมีการปรับราคาเพิ่มขึ้น คาดแนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 ยังเพิ่มต่อเนื่อง แต่หากความขัดแย้งคลี่คลาย ค่าดัชนีจะลดลง แนะผู้ประกอบการปรับตัว ใช้พลังงานทางเลือก การขนส่งหลายรูปแบบ ส่วนรัฐต้องมีมาตรการช่วย ก่อนส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน (RFTI) ไตรมาส 1 ปี 2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 ปรับตัวสูงขึ้น 0.4% กลับมาขยายตัว หลังจากลดลงต่อเนื่อง 2 ไตรมาส โดยมีสาเหตุสำคัญจากการสูงขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการขนส่งมีภาระต้นทุนสูงขึ้นทันที จึงจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาค่าขนส่งให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
โดยดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนนที่เพิ่มขึ้น มาจากการสูงขึ้นของค่าบริการในหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 0.5% จากการสูงขึ้นของสิ่งทอ เครื่องจักรและเครื่องมือ ผลิตภัณฑ์อาหาร ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ เป็นสำคัญ และหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง เพิ่มขึ้น 0.1% จากการสูงขึ้นของสินแร่โลหะที่ไม่ใช่เหล็ก แต่หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 0.3% จากการลดลงของผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
สำหรับดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน โครงสร้างแบ่งตามประเภทรถ ไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2568 โดยเป็นการสูงขึ้นของประเภทรถ ดังนี้คือ รถกระบะบรรทุก เพิ่มขึ้น 0.2% รถพ่วง เพิ่มขึ้น 0.5% และรถกึ่งพ่วงบรรทุกวัสดุยาว เพิ่มขึ้น 1.4% ส่วนประเภทรถที่ราคาลดลง ได้แก่ รถตู้บรรทุก ลดลง 0.2% รถบรรทุกของเหลว ลดลง 1.4% รถบรรทุกวัสดุอันตราย ลดลง 0.2% และรถบรรทุกเฉพาะกิจ ลดลง 0.1%
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน (RFTI) ในไตรมาส 2 ปี 2569 คาดการณ์ว่าจะมีทิศทางปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากแรงกดดันด้านต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการกำหนดราคาค่าบริการขนส่ง ภาวะดังกล่าวยังคงเป็นความท้าทายหลักของผู้ประกอบการที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางสภาวะราคาเชื้อเพลิงที่ผันผวน ซึ่งส่งผลให้แนวโน้มราคาค่าบริการขนส่งในภาพรวมมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อสะท้อนภาระต้นทุนที่แท้จริงในช่วงไตรมาสถัดไป
อย่างไรก็ตามทิศทางของดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และอาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หากปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางสามารถคลี่คลายลงได้เร็วกว่าที่ประเมินไว้ ซึ่งจะส่งผลบวกโดยตรงต่อการฟื้นตัวของอุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลก และส่งผลให้ระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง โดยหากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จะช่วยบรรเทาภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการขนส่ง และอาจส่งผลให้ดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน มีการชะลอตัวหรือปรับตัวลดลงตามกลไกตลาดที่ผ่อนคลายขึ้นในระยะถัดไป
“ภาคการขนส่งของประเทศไทยในขณะนี้ กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากความผันผวนของราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งถือเป็นต้นทุนพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ด้วยเหตุนี้การดำเนินนโยบายในระยะต่อไป จึงต้องมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศโลจิสติกส์ที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกและการขนส่งหลายรูปแบบ เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว ส่วนภาครัฐอาจต้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่ง เพื่อบรรเทาภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งถือเป็นต้นน้ำที่สำคัญ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจมีการส่งผ่านภาระดังกล่าวไปสู่ราคาสินค้า และกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน”นายนันทพงษ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี