533.jpg
SME D Bank ไตรมาสแรกหนุนผู้ประกอบการถึงแหล่งทุนทะลุ 1.98 หมื่นลบ.

SME D Bank ไตรมาสแรกหนุนผู้ประกอบการถึงแหล่งทุนทะลุ 1.98 หมื่นลบ.

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.37 น.

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1 ปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงชัดเจน จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง กระทบรุนแรงต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่ต้องเผชิญต้นทุนธุรกิจและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น SME D Bank ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ภายใต้กำกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม จึงมุ่งมั่นเป็นกลไกสำคัญของภาครัฐ ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้ข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และปูทางสร้างความยั่งยืนในระยะยาว ภายใต้แนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” คอยช่วยเหลือในทุกสถานการณ์ ผ่านบริการ “ด้านเติมทุน” ที่ปรับปรุงกระบวนการอำนวยสินเชื่อและผ่อนปรนเงื่อนไข   สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงสินเชื่อได้รวดเร็ว   

ส่งผลให้ผลการดำเนินงาน SME D Bank ไตรมาสแรกของปี 2569 เป็นไปตามเป้าหมาย  สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนกว่า 19,800 ล้านบาท สูงกว่า 11.75% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (2568) ส่วนมากเป็นการเติมทุนให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย  ก่อให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 90,720 ล้านบาท  ช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 541,700 ราย ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding) อยู่ที่มากกว่า 100,000 ล้านบาท สูงขึ้นกว่า 3.05% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน  


ขณะเดียวกัน  สนับสนุน “ด้านพัฒนา” เพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 1,900 ราย เน้นด้านการตลาด  เพิ่มรายได้  ขยายโอกาสธุรกิจผ่านช่องทางตลาดใหม่  เหมาะสมในยุคดิจิทัล รวมถึง แนะนำปรึกษาด้านลดต้นทุน ด้วยการใช้พลังงานสะอาด เทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างการเติบโตยั่งยืน ผ่านกิจกรรม Onsite เช่น เปิดตลาด SME D Market ให้ผู้ประกอบการออกบูธฟรี สอนการทำตลาดออนไลน์ และใช้ AI ยกระดับธุรกิจ เป็นต้น ควบคู่เติมทักษะผ่าน Online ด้วยแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank (dx.smebank.co.th) ใช้บริการสะดวกสบาย ทุกที่ ตลอด 24 ชม. โดยมีผู้ประกอบการสมัครสมาชิกและใช้บริการกว่า 5,370 ราย สูงกว่า 124% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และมียอดสมาชิก สะสมรวมกว่า 50,660 ราย

นอกจากนั้น ให้ความสำคัญดูแลช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ อย่างใกล้ชิด  ให้สามารถประคับประคองธุรกิจได้ต่อเนื่องกว่า 5,590 ราย เช่น ปรับโครงสร้างหนี้ สอดคล้องตามความสามารถของกิจการ   เป็นต้น  ส่งผลให้ภาพรวมบริหารจัดการสินเชื่อไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) มีประสิทธิภาพ ลดลงเหลือ ณ สิ้นเดือน มีนาคม 2569 ประมาณ 7,857 ล้านบาท คิดเป็น 7.86% แบ่งเป็น NPLs ก่อนปี 2558 อยู่ที่ 5,127 ล้านบาท หรือคิดเป็น 5.13% และเป็น NPLs หลังปี 2558 อยู่ที่ 2,730 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.73% อีกทั้ง ให้ความสำคัญด้านบริหารความเสี่ยง ด้วยการตั้งสำรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานะ NCR (NPL Coverage Ratio)  หรืออัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ สูงถึงประมาณ 158.52% สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง และมีเสถียรภาพทางการเงินของธนาคาร

นายพิชิต กล่าวต่อว่า สำหรับการทำงานในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้ (2569) SME D Bank ยังคงยึดมั่นแนวทาง “ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ” อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีก้าวผ่านวิกฤตไปได้ และวางรากฐานสู่ธุรกิจสีเขียวสร้างความยั่งยืนในระยะยาว มุ่งสนับสนุนใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ “1.มิติเข้าถึงแหล่งทุน” จัดเตรียมวงเงินรวมกว่า 20,000 ล้านบาท สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กและรายกลางเข้าถึงแหล่งเงินทุน อัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  ช่วยให้มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจในภาวะวิกฤต รวมถึง สามารถยกระดับปรับตัวเพิ่มผลิตภาพ หันมาใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว  ได้แก่ “สินเชื่อ SME Green Productivity” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 30 ล้านบาท  มุ่งสนับสนุนลงทุนติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น  “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  1 ล้านบาท  สนับสนุนเอสเอ็มอีรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และ “สินเชื่อ Beyondติดปีก SME” วงเงินกู้สูงสุดต่อราย  30 ล้านบาท เน้นยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

“2.มิติช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง” ผ่านแนวทาง 3 ลด ได้แก่ 1. ลดเงินต้น 2. ลดอัตราดอกเบี้ย และ 3. ลดค่างวด โดยธนาคารจะพิจารณาตามความสามารถของกิจการ ช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีลดภาระการเงิน สามารถประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน  สร้างโอกาสพลิกฟื้นกิจการ เริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง และ “3.มิติยกระดับเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ” Upskill-Reskill สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น ขยายตลาด เพิ่มรายได้  ลดภาระต้นทุนธุรกิจ พัฒนาสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว (Green Business) เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว  ด้วยกิจกรรม Onsite ควบคู่ Online ผ่านแพลตฟอร์ม DX by SME D Bank  ใช้บริการได้ที่ ตลอด 24 ชม.

 

-031

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top