วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
นายวรงค์ ตังประพฤทธิ์กุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมตะซิตี้ ลาว จำกัด เปิดเผยว่า อมตะเตรียมปรับแผนพัฒนาพื้นที่การลงทุนใหม่ให้สอดรับกับทิศทางสถานการณ์โลก ในด้านปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และการย้ายฐานการลงทุนครั้งใหญ่ใน สปป.ลาว เพื่อให้โครงสร้างทางการตลาดมีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแผนลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานตามความต้องการที่แท้จริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงกระแสเงินสดในสภาวะต้นทุนผันผวน ทั้งพลังงานและอัตราเงินเฟ้อที่สูง และราคาน้ำมันดีเซลใน สปป.ลาว สูงกว่า 60 บาทต่อลิตร ทำให้ต้นทุนก่อสร้างเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าเงินกีบอ่อนค่า ก็ทำให้ต้นทุนการลงทุนเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้อมตะได้บริหารจัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นน้ำ โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์ โดยการพัฒนาระบบสาธาณูปโภคควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ดิน เน้นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น โดยใช้การออกแบบและติดตั้งแบบโมดูมาติดตั้งในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบันได้เริ่มสร้างถนนสายหลักเข้าไปในนิคมฯประมาณ 2 กิโลเมตร เพื่อเปิดขายพื้นที่เป็นโซนๆ สร้างผลตอบแทนทันที แทนแผนเดิมที่จะพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะเข้าไปลงใหม่ จากเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมไฮเทคไปสู่ “เกษตรอัจฉริยะและอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป” ซึ่งมองว่าสร้างรายได้และกระแสเงินสดได้เร็วกว่า โดยใช้เวลาดำเนินการค่อนข้างสั้นประมาณ 6 เดือนเท่านั้น
ทั้งนี้“อมตะซิตี้ นาหม้อ” ได้รับสิทธิ์การพัฒนาพื้นที่จากรัฐบาล สปป.ลาว ด้วยพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ปัจจุบันพัฒนาแฟสแรกแล้ว 6,000 ไร่ ตั้งอยู่ในทำเลเชิงยุทธศาสตร์ ในแขวงอุดมไซ ห่างจากชายแดนจีน 40 กิโลเมตร และใกล้โครงการรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากระยะทางการขนส่งสั้น ทำให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดจีนได้ในเวลาที่รวดเร็ว จากศักยภาพดังกล่าวสามารถผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ของภูมิภาคไปยังจีนได้ในอนาคต
นายวรงค์ กล่าวว่า จากการที่ สปป.ลาวมีโครงสร้างพลังงานกว่า 90% มาจากพลังน้ำและโซลาร์ ซึ่งสอดรับกับเทรนด์โลกที่มุ่งสู่ Net Zero โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและดิจิทัล ดังนั้นอมตะจึงได้กำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการสู่พลังงานสะอาด โดยให้โรงงานในนิคมฯติดตั้ง Solar Rooftop ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและเสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุนในระยะยาว ควบคู่การดึงดูดการลงทุนจากกลุ่ม Data Center และอุตสาหกรรมสะอาดที่ให้ความสำคัญกับพลังงานสีเขียว ขณะเดียวกันโครงการยังได้รับสิทธิประโยชน์ระดับสูงจากรัฐบาล สปป.ลาว ทั้งยกเว้นภาษีกำไรสูงสุด 30 ปี ยกเว้นภาษีนำเข้า และ VAT ภายในนิคมฯ ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค
นอกจากนี้อมตะมีแผนจะขยายการลงทุนนิคมฯอีก 2 พื้นที่ คือ “อมตะซิตี้ นาเตย” บนพื้นที่ 2,000 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการกระจายสินค้า รองรับการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าชายแดน และ “เมืองไซ” ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่น เพื่อยกระดับเป็น Smart City และศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ดึงดูดอุตสาหกรรมมูลค่าสูงแห่งอนาคต
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี