วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
CIBA DPU ปั้นนักการตลาดยุค Data-Driven เปิดคลาส Marketing Data Analytics เสริมศักยภาพใช้ข้อมูลขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจอย่างแม่นยำ
วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เดินหน้ายกระดับการเรียนการสอนให้สอดรับกับโลกธุรกิจยุคดิจิทัล จัดการเรียนรู้หัวข้อ “Marketing Data Analytics” เพื่อพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการตลาดให้แก่นักศึกษา โดยมุ่งเน้นการเสริมศักยภาพในการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภค การตีความข้อมูล และการนำ Insight ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างเป็นระบบ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริงในยุคที่ธุรกิจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างเข้มข้น จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
การจัดกิจกรรมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรมการตลาดที่ให้ความสำคัญกับ “Data-Driven Marketing” ซึ่งข้อมูลไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขในรายงานอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้ทิศทางธุรกิจ ตั้งแต่การทำความเข้าใจลูกค้าไปจนถึงการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์สมิทธิชัย ไชยวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลเทคโนโลยีและการจัดการข้อมูล และ Managing Director บริษัท i3complete จำกัด ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จริงในภาคธุรกิจ
อาจารย์สุรชัย สวนทับทิม รองคณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี กล่าวว่า เนื้อหาการเรียนรู้ในครั้งนี้ครอบคลุมตั้งแต่การตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์ที่ถูกต้อง การค้นหาสัญญาณสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภค ไปจนถึงการแปลงข้อมูลให้เป็นข้อมูลเชิงลึก (Insight) ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในเชิงธุรกิจ อาทิ การกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ การออกแบบสารสื่อสารให้ตรงใจลูกค้า การเลือกช่องทางการตลาดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การออกแบบประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ตลอดจนการวัดผลและปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ได้เน้นย้ำว่าการทำการตลาดในยุคปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจ เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความแม่นยำในการแข่งขัน
โดยเป้าหมายสำคัญของการจัดการเรียนรู้ คือการพัฒนาผู้เรียนให้สามารถ “คิดบนฐานข้อมูล” แทนการตัดสินใจจากความรู้สึกหรือกระแสเพียงอย่างเดียว เนื่องจากการเข้าใจและใช้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้สามารถมองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และสามารถออกแบบกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นทักษะสำคัญของนักการตลาดในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีการแข่งขันสูง
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ชุติธารรัฐ อุตมะสิริเสนี อาจารย์ประจำสาขาวิชาการตลาดและการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล กล่าวเพิ่มเติมว่า การเรียนรู้ในหัวข้อ Marketing Data Analytics ถือเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนสู่บริบทการทำงานจริง โดยผู้เรียนไม่ได้เพียงเรียนรู้เครื่องมือหรือเทคนิค แต่ได้ฝึกใช้ข้อมูลเพื่อหาคำตอบให้กับโจทย์ทางการตลาดอย่างแท้จริง ตั้งแต่การเข้าใจลูกค้า การสร้างความได้เปรียบให้กับแบรนด์ ไปจนถึงการพัฒนาแผนการตลาดที่สามารถวัดผลและต่อยอดได้ในโลกธุรกิจที่ต้องการทั้งความรวดเร็วและความแม่นยำ
ทั้งนี้ บรรยากาศภายในชั้นเรียนเป็นไปอย่างเข้มข้น นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการตั้งคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล และแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างต่อเนื่อง ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า “Insight” ไม่ได้เกิดจากการคาดเดา แต่เป็นผลลัพธ์จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายมิติให้เกิดเป็นข้อสรุปที่สามารถนำไปใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ได้จริง ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถต่อยอดได้หลากหลาย ทั้งด้านการสร้างแบรนด์ การวางแผนคอนเทนต์ การทำอีคอมเมิร์ซ การขายออนไลน์ ตลอดจนการทำงานในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่
ขณะที่นางสาวไพลิน มะสกุล นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาการตลาดและการสร้างแบรนด์ในยุคดิจิทัล เปิดเผยว่า การเรียนในคลาสนี้ช่วยให้มองการตลาดในมิติที่ลึกขึ้น จากเดิมที่เน้นการสร้างสรรค์คอนเทนต์ กลายเป็นการเข้าใจ “กระบวนการคิด” เบื้องหลังการตัดสินใจทางการตลาด โดยเฉพาะการแปลงข้อมูลให้เป็น Insight ที่ช่วยตอบคำถามสำคัญว่าเหตุใดลูกค้าจึงเลือกแบรนด์ และจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดการซื้อซ้ำ ซึ่งทักษะดังกล่าวสามารถนำไปใช้พัฒนาโครงการต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย และเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริงได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี