วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กระทรวงพาณิชย์ เผยผลจำหน่ายสินค้า“ไทยช่วยไทย” ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ จำนวน 2 ครั้ง (วันที่ 1 และ 8 พฤษภาคม 2569) ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ากว่า 60.85 ล้านบาท และมีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้ากว่า 5 แสนคน สะท้อนผลสำเร็จภาครัฐกระจายสินค้าคุณภาพดีราคาประหยัดแก่ประชาชนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกัน Kick Off จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน และนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศเป็นจุดกระจายสินค้าแก่ประชาชนทั่วประเทศ
โดยผลการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ 2 วัน (วันศุกร์ที่ 1 และ วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) พบว่า มีประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ารวม 60,854,290.45 บาท แบ่งเป็น วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้า 33,738,292.45 ล้านบาท และวันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้า 27,115,998 บาท
ครั้งที่ 1 (วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569) มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้าจำนวน 283,894 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 12,491 ร้าน แบ่งเป็น ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,245 ร้าน ร้านค้า OTOP 5,749 ร้าน ร้านค้าชุมชน 5,497 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ 1,192,891 บาท 2.จังหวัดนครราชสีมา 1,167,683 บาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ 1,057,660 บาท 4.จังหวัดขอนแก่น 1,056,944 บาท 5.จังหวัดยะลา 836,991 บาท
อำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอกาบัง จ.ยะลา 468,956 บาท 2.อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 277,000 บาท 3.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 269,870 บาท 4.อำเภอจอมพระ จ.สุรินทร์ 228,207 บาท 5.อำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ 210,934 บาท
สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ 1) น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร 2) ไข่ไก่/ไข่เป็ด 3) ผลิตภัณฑ์ซักผ้า 4) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม 5) ข้าวทุกประเภท ,สินค้า OTOP ได้แก่ 1) ประเภทอาหาร 2) ประเภทผ้า/เครื่องแต่งกาย 3) ประเภทของใช้ 4) ประเภทเครื่องดื่ม 5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร,สินค้าอื่นๆ ได้แก่ 1) อาหารสด 2) อาหารแปรรูป 3) ขนม/เบเกอรี่ 4) เครื่องดื่ม 5) ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
ครั้งที่ 2 (วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569) มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้าจำนวน 217,619 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วมทั้งหมด 9,721 ร้าน แบ่งเป็น ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,210 ร้าน ร้านค้า OTOP 4,506 ร้าน ร้านค้าชุมชน 4,005 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ 1,047,798 บาท 2.จังหวัดนครราชสีมา 937,358 บาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ 880,018 บาท 4.จังหวัดชลบุรี 833,726 บาท 5.จังหวัดราชบุรี 741,810 บาท
อำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 348,227 บาท 2.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 280,019 บาท 3.อำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา 266,846 บาท 4.อำเภอเมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ 257,144 บาท 5.อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 255,700 บาท
สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ในห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ 1) น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร 2) ไข่ไก่/ไข่เป็ด 3) ผลิตภัณฑ์ซักผ้า 4) ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม 5) น้ำตาล ,สินค้า OTOP ได้แก่ 1) ประเภทอาหาร 2) ประเภทผ้า/เครื่องแต่งกาย 3) ประเภทของใช้ 4) ประเภทเครื่องดื่ม 5) ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร, สินค้าอื่นๆ ได้แก่ 1) อาหารสด 2) วัตถุดิบประกอบอาหาร 3) อาหารแปรรูป 4) ขนม/เบเกอรี่ 5) เครื่องดื่ม
ทั้งนี้ประชาชนทุกภูมิภาคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ได้ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเหลืออีก 3 ครั้ง ได้แก่ วันศุกร์ที่ 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 ระหว่างเวลา 08.30-16.30 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 878 แห่ง ในราคาลดแล้วลดอีกสูงสุดถึง 58% ซึ่งเป็นสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยคัดเลือกสินค้าอุปโภค-บริโภคจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ กว่า 3,000 รายการ และสินค้าราคาโปรโมชั่นจากห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น รวมถึงสินค้า OTOP และสินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการชุมชน อาทิ อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป เสื้อผ้า และสินค้าปรุงสำเร็จ เข้าร่วมจำหน่าย
ขณะเดียวกันยังสามารถซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ TOPs, BigC, Lotus’s, Makro, CJ, Go Wholesale และห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ใกล้บ้านท่านได้อีกด้วย เพื่อสร้างความเสมอภาคและกระจายความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสเลือกซื้อสินค้าราคาถูก คุณภาพดี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่าง“ผู้ขายอยู่ได้ ผู้ซื้ออยู่รอด” โดยภาครัฐจะเข้าไปช่วยสนับสนุนผ่านมาตรการต่างๆ ทั้งการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่าย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศ ผ่านการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค ชุมชน และร้านค้าท้องถิ่น ทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
“ปัจจุบันไทยช่วยไทยกลายเป็นโมเดลสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ผลิตสินค้า SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย และต้องขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกแห่งที่ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่”นายพูนพงษ์ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี