533.jpg
อีซูซุหนุน  ‘หมัดเดียว เปลี่ยนได้’  พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ ผ่านโครงการ ‘กำลังใจ…THAI FIGHT’

อีซูซุหนุน ‘หมัดเดียว เปลี่ยนได้’ พลิกโอกาสผู้ต้องราชทัณฑ์ ผ่านโครงการ ‘กำลังใจ…THAI FIGHT’

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

อีซูซุ ร่วมมือ ไทยไฟท์ ผู้จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT” อีกทั้งภาครัฐ และเอกชนหลายภาคส่วน ร่วมจัดโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก  พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง  กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ (รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ) เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมงาน ณ ทัณฑสถานวัยหนุ่มกลาง คลองหก จังหวัดปทุมธานี

โครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT (INSPIRE…THAI FIGHT) หมัดเดียว…เปลี่ยนได้”           คือ อีกก้าวสำคัญของการต่อยอดพระดำริใน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการจัดตั้ง “โครงการกำลังใจ” เพื่อประทานโอกาสและความหวังแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ และผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำทักษะเอกลักษณ์จากกีฬามวยไทย มาต่อยอดเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของอีซูซุที่มุ่งเน้นการสร้างทักษะอาชีพ และปลูกฝังวินัยในการทำงาน เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน       ระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและผู้ที่ต้องการโอกาสครั้งใหม่ในชีวิต


ตลอดระยะเวลา 69 ปีที่ผ่านมาอีซูซุได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมหลากหลายด้าน ทั้งการศึกษา การพัฒนาอาชีพ และการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยภายใต้แนวคิดหลัก Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ซึ่งยึดถือหลักการ“การสร้างคุณค่าและเติบโตเคียงข้างสังคมไทย” เป็นสำคัญ ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ในโครงการ “กำลังใจ…THAI FIGHT” หมัดเดียว...เปลี่ยนได้ นี้ จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนกิจกรรม แต่เป็นการร่วมสร้าง “โอกาส” ที่ช่วยให้ผู้ที่ขาดแคลนโอกาสสามารถพัฒนาตนเองและกลับมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศได้

ดร.นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยไฟท์ จำกัด กล่าวถึงแนวคิดของโครงการ       ครั้งนี้ว่า “‘มวยไทย’ เป็นมากกว่ากีฬา แต่เราต้องการนำมาเป็นเครื่องมือเปลี่ยนชีวิต โครงการกำลังใจ…THAI FIGHT จึงเป็นโครงการที่เราใช้ ‘มวยไทย’ มาเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงชีวิต เราไม่ได้มองมวยเป็นเพียงกีฬา แต่คือ ‘สะพานแห่งโอกาส’ ที่ช่วยพลิกชีวิตผู้ต้องราชทัณฑ์ สร้างแรงบันดาลใจ  และเปิดเส้นทางสู่อาชีพในอนาคต เป้าหมายของเราคือ การให้โอกาสได้กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน ให้เขามีทักษะ  มีวินัย และมีศักดิ์ศรีในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง หัวใจของโครงการ คือการนำนักมวยไทยมืออาชีพจากเวที THAI FIGHT เข้าไปฝึกสอนผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมคัดเลือกผู้ที่มีศักยภาพเข้าสู่การแข่งขัน THAI FIGHT LEAGUE’ ในรูปแบบ ‘มวยคาดเชือก’ เวทีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียง การแข่งขัน แต่คือ ‘เวทีแห่งโอกาส’ ที่เปิดทางให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้แสดงความสามารถ สร้างความภาคภูมิใจ และต่อยอดสู่เส้นทางอาชีพไม่ว่าจะก้าวสู่การเป็นนักมวย หรือเป็นผู้ฝึกสอนมวยไทยหลังพ้นโทษ”

ความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในโครงการนี้ จะเป็นพลังสนับสนุน เพื่อร่วมกันสร้างสังคม        แห่งโอกาส ที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เป็นการพิสูจน์ว่า “การให้โอกาส” คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง “กำลังใจ…THAI FIGHT” จึงไม่ใช่เพียงโครงการกีฬา แต่คือ “โมเดลต้นแบบ” ของการพัฒนาคน ที่ผสานพลังของวัฒนธรรมไทยเข้ากับการฟื้นฟูสังคมอย่างยั่งยืน       และสำหรับผู้ต้องราชทัณฑ์หลายคน “หมัดเดียว” บนเวทีมวย อาจไม่ใช่เพียงการต่อสู้เพื่อชัยชนะ แต่คือ “หมัดแรก” ของการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีคุณค่า

สำหรับรูปแบบการจัดการแข่งขัน กำหนดนักมวย 6 คน เข้าร่วมทำการแข่งขันชกแบบคาดเชือก ในพิกัดน้ำหนัก 60 กิโลกรัม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รอบ คือ

  • รอบแรก : วันที่ 5 กรกฎาคม 2569 World Siam Stadium ตะวันนา บางกะปิ
  • แข่งขันแบบเก็บคะแนน / นักมวย 6 คน แบ่งเป็น 2 สาย (สาย A และสาย B)

สายละ 3 คน 

  • แข่งขัน 3 ยก ถ้าเสมอ ไม่มีต่อยกที่ 4
  • เกณฑ์การให้คะแนนคือ ชนะน็อคได้ 3 แต้ม ชนะคะแนนได้ 2 แต้ม และถ้าครบ 3 ยก

เสมอกัน แบ่งไปคนละ 1 แต้ม

  • นักมวยที่มีคะแนนมากอันดับที่ 1 และที่ 2 ของแต่ละสาย เข้ารอบสองต่อไป
  • รอบที่สอง
  • นำนักมวยทั้ง 4 คนจากรอบแรก มาทำการแข่งขันแบบน็อคเอาท์ แพ้ตกรอบทันที

ถ้าแข่งขันครบ 3 ยกแล้วเสมอกัน จะทำการแข่งขันยกที่ 4 ถือเป็นยกตัดสิน

ผู้มีคะแนนมากอันดับ 1 ของสาย A VS ผู้มีคะแนนมากอันดับ 2 ของสาย B

ผู้มีคะแนนมากอันดับ 1 ของสาย B VS ผู้มีคะแนนมากอันดับ 2 ของสาย A

  • รอบชิงชนะเลิศ : วันที่ 20 ธันวาคม 2569
  • นำนักมวยผู้ชนะในรอบสอง มาทำการแข่งขันชิงชนะเลิศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

532.jpg
Back to Top