วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการแถลงผลการดำเนินงานความร่วมมือด้านการกำกับดูแลสินค้าออนไลน์และการคุ้มครองผู้บริโภค ระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และ สภาองค์กรของผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และ Shopee ที่ได้บูรณาการการทำงานร่วมกันในการปราบปรามสินค้าไม่ได้มาตรฐาน เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยให้ประชาชน โดยที่ผ่านมา สมอ. ได้ดำเนินการ เชิงรุกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งบูรณาการกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ เพื่อสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง ไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาจำหน่ายในประเทศ สร้างเครือข่ายเฝ้าระวังสินค้าไม่ได้มาตรฐานกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ และร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในการสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานก่อนถึงมือผู้บริโภค
ล่าสุด สมอ. ได้ยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชน โดยร่วมมือกับ Shopee เชื่อมต่อระบบอัตโนมัติในการสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นทาง (API : Application Programming Interface) โดยระบบ จะตรวจสอบกับฐานข้อมูลผู้ได้รับใบอนุญาตของ สมอ. แบบ Real-time โดยเฉพาะสินค้าที่ สมอ. ควบคุมทั้ง 151 มาตรฐาน ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากเป็นสินค้าที่เข้าข่าย และไม่มีใบอนุญาต จะไม่สามารถวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มได้ ขณะนี้ได้เริ่มนำร่องกับผลิตภัณฑ์ “ไดร์เป่าผม” และ “ปลั๊กพ่วง” ก่อนเป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นสินค้าที่เกิดเหตุอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนและก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ และจะเร่งขยายผลไปถึงสินค้าอื่นต่อไป
“ผมขอขอบคุณ Shopee ที่แสดงวิสัยทัศน์ในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่ได้มาร่วมมือกับ สมอ. ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาและคุณภาพของสินค้าที่จำหน่ายในแพลตฟอร์มได้ วันนี้เรามาได้ไกลในระดับหนึ่ง ซึ่งผมได้หารือกับท่านเลขาธิการ สมอ. ว่าวันนี้ระหว่างผู้ขาย (Seller) กับแพลตฟอร์มสามารถ Cross check กันได้แล้ว หลังจากนี้อยากฝาก Shopee ให้มี Window ของ สมอ. ใน Shopee เช่น เวลาจะซื้อ พาวเวอร์แบงก์ ใส่เลข มอก. เข้าไป สามารถรู้ได้เลยว่าผ่านการตรวจสอบจาก สมอ. แล้ว ถ้าสามารถให้ประชาชน Cross check ได้ ทั้ง Shopee และ สมอ. เราจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้การซื้อของในโลกออนไลน์ และที่สำคัญวันนี้ ถ้าขาดองค์กรต่างๆ ทั้ง สภาองค์กรของผู้บริโภค สคบ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ TDPA ETDA คงไม่สามารถทำงานได้ครอบคลุมเช่นนี้ การทำงานในวันนี้ภายใต้นโยบาย ONE MIND ของกระทรวงอุตสาหกรรมต้องรวมเป็นหนึ่ง เพื่อทำงานให้กับพี่น้องประชาชนได้ และเป็นเครื่องยืนยันว่ากระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่แค่เฉพาะในกระทรวง แต่ข้ามไปยังหน่วยงานอื่นๆ เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนได้รับสินค้าที่ได้มาตรฐาน นำมาซึ่งความปลอดภัยและความอุ่นใจจากการใช้สินค้าและบริการจากแพลตฟอร์มต่างๆ” นายวราวุธ กล่าว
ด้าน นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการ สมอ. กล่าวว่า ความสำเร็จระหว่าง สมอ. และ Shopee ในครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายที่ดีในการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าไม่ได้มาตรฐาน และเป็นต้นแบบแก่แพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ หลังจากนี้ สมอ. จะขยายผลในการเชื่อมต่อ API กับผลิตภัณฑ์อื่นต่อไป ได้แก่ พาวเวอร์แบงค์ อะแดปเตอร์ พัดลมไฟฟ้า สายไฟ และหมวกกันน็อก เป็นต้น รวมทั้งเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ต่อไปด้วย
จากข้อมูลตั้งแต่เริ่มเชื่อมต่อ API กับ Shopee เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม - 9 มิถุนายน 2569 มีร้านค้าออนไลน์เข้ามาตรวจสอบสินค้าเพื่อจำหน่ายบนแพลตฟอร์มแล้ว จำนวน 40,806 ครั้ง ได้แก่ ปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงค์ ไดร์เป่าผม ที่หนีบผม เป็นต้น แสดงให้เห็นว่า ระบบนี้สามารถสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไม่ให้เข้ามาจำหน่ายได้ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับความปลอดภัยจากการซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น สมอ. จึงขอความร่วมมือแพลตฟอร์มอื่น ๆ เร่งเชื่อมต่อระบบ API กับ สมอ. หากพบว่ามีการจำหน่ายสินค้าควบคุมที่ไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มก็จะมีความผิดฐานโฆษณา จำหน่าย หรือมีไว้เพื่อจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี