542.jpg
ธอส.เล็งปล่อยกู้ 2.46 แสนล. เน้นกลุ่มอาชีพอิสระ-Green Loan

ธอส.เล็งปล่อยกู้ 2.46 แสนล. เน้นกลุ่มอาชีพอิสระ-Green Loan

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส.เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 95,366.16 ล้านบาท คิดเป็น 38.64% ของเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อใหม่ทั้งปี 2569 ที่ 246,795 ล้านบาท สนับสนุนให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองเพิ่มขึ้น 100,424 บัญชี ซึ่งสะท้อนบทบาทการเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่เป็นผู้นำด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัย และเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์มาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ธอส.เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีแรก 2569 จะสามารถผลักดันเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านบาท และปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 2569 ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 246,795 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยบวก อาทิ สถานการณ์ภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกปี 2569 ที่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน สะท้อนจากจำนวนหน่วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ขณะที่มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.1%


โดยสะท้อนให้เห็นว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของประชาชนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกประเทศ ประกอบกับการที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท จะเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญที่ช่วยรักษาแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของประชาชน ส่งผลให้การปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในปี 2569 คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 539,062 ล้านบาท ลดลงเพียง 0.001% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือว่าดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ธอส.ยังติดตามความท้าทายด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในแถบประเทศตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาพลังงานให้ปรับเพิ่มสูงขึ้น ในปี 2569 ธอส.จึงได้จัดสรรกรอบวงเงิน 32,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อ Green Loan และสินเชื่อเพื่อติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสะอาดตามนโยบายรัฐบาล ให้กับประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าในระยะยาว ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีบ้านเป็นของตนเองอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

“ปี 2569 นี้ ธอส.นอกจากมุ่งให้คนมีบ้าน ยังเน้นให้รักษาบ้านไว้ให้ได้ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ท้าทาย หลังกระตุ้นผ่านโครงการ Quick win เร่งปล่อยสินเชื่อ จากติดลบ 7% ทำให้เติบโตได้ 5% โดยปี 2569 ธอส.ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 247,000 ล้านบาท ตอนนี้ปล่อยสินเชื่อแล้ว 100,000 ล้านบาท ส่วนครึ่งปีหลัง 2569 มั่นใจจะปล่อยได้ 150,000 ล้านบาท โดยจะเน้นนำข้อมูลพฤติกรรมการออมของลูกค้ามาใช้พิจารณาเพิ่มขึ้น และจะเพิ่มการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์มากขึ้น 10% เน้นบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท”ดร.มหัทธนะ กล่าว

นอกจากนี้จะยกระดับศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธอส. ให้มีผลวิจัยที่เป็นประโยชน์ สนับสนุนการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ให้ ธอส.เป็นศูนย์กลางที่อยู่อาศัย ที่ใครอยากมีบ้านต้องเข้ามาหา เป็นแบบ one stop service และเร็วๆ นี้จะมีโครงการใหม่ออกมาเพื่อช่วยแก้ไขซัพพลายอสังหาริมทรัพย์ที่มีอยู่มาก โดยผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาจะพิจารณาจากข้อมูลชี้วัดที่เหมาะสม และดูแลทุกกลุ่มวัย ทุกอาชีพ ซึ่งปี 2569 นี้บ้านมือสองเป็นที่ต้องการ สัดส่วนปล่อยสินเชื่อคิดเป็น 60% ทั้งนี้ ธอส.วางแผนขยายการดูแล 4.8 ล้านครัวเรือน เป็นลูกค้า 6 ล้านครัวเรือน ภายใน5 ปี

ส่วนการบริหารจัดการหนี้นะยะยาวนั้น ธอส.ตั้งเป้าความคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปี 2569 ให้อยู่ที่ระดับประมาณ 5% โดย ธอส.จะใช้แนวทางเชิงรุกในการดูแลลูกค้ากลุ่ม SM (Special Mention) เพื่อเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้ทันทีไม่ให้เป็นหนี้เสีย ด้วยมาตรการต่างๆ ปรับโครงสร้างหนี้ ปรับค่างวดให้เหมาะสม เพื่อรักษาบ้านให้กับลูกค้า  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top