542.jpg
แช่แข็งอุตฯเหล็ก ชำแหละร่างมอก.เอื้อ‘เตาIF’

แช่แข็งอุตฯเหล็ก ชำแหละร่างมอก.เอื้อ‘เตาIF’

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.45 น.

แช่แข็งอุตฯเหล็ก ชำแหละร่างมอก.เอื้อ‘เตาIF’

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน แถลงการณ์เรื่อง “หลักการควบคุมกระบวนการทางโลหะวิทยาในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง เพื่อความปลอดภัยสาธารณะอย่างยั่งยืน” สรุปว่า สมาคมฯสนับสนุน รมว.อุตสาหกรรม ที่เตรียมยกเลิกการใช้เตาหลอมด้วยกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ (IF) ในการผลิตเหล็กเส้นก่อสร้าง โดยมุ่งปรับเปลี่ยนไปสู่ระบบเตาอาร์กไฟฟ้า (EAF) และกระบวนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง


สมาคมฯ ชี้ว่า ปัญหาการหลอมระบบ IF ที่ขาดมาตรฐานการปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์ สร้างความเสี่ยงในโครงสร้างสิ่งก่อสร้างของไทยมานับ 10 ปี จึงเรียกร้องให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้ามาแก้ไข “ยังไม่สายเกินไป” ที่จะปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และมีความกังวลต่อความพยายามเร่งรัดให้อนุมัติผ่านร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้าง ฉบับใหม่) ที่เปิดช่องและเอื้อให้ใช้เตา IF ผลิตเหล็กเส้นก่อสร้างต่อไป หากปล่อยให้ประกาศใช้ จะเป็นการแช่แข็งอุตสาหกรรมเหล็กไทยให้ล้าหลัง และส่งต่อความเสี่ยงภัยพิบัติไปให้ประชาชนแบกรับอย่างไม่สิ้นสุด

สมาคมฯ ชี้ให้เห็นถึงข้ออ้าง “มอก. ปัจจุบันไม่ได้บังคับให้ต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (LF)” ว่า เป็นการหาช่องว่างปกปิดข้อจำกัดของเทคโนโลยี เนื่องจาก มอก. 20-2559 (เหล็กเส้นกลม) และ มอก. 24-2559 (เหล็กข้ออ้อย) ฉบับปัจจุบัน มีบทบัญญัติเชิงบังคับกำหนดว่า “ต้องมีกระบวนการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์อย่างเหมาะสม” ในโลกโลหะวิทยาจริง “ไม่มีกระบวนการใดสกัดสารมลทินและชั้นตะกรันให้บริสุทธิ์ได้ หากไม่มีขั้นตอนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง” การปฏิเสธการทำน้ำเหล็กบริสุทธิ์ จึงขัดต่อเกณฑ์ มอก. ปัจจุบัน

ส่วนที่อ้างว่า “เตา IF ทันสมัย นำไปใช้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิม หรือเหล็กพิเศษเกรดสูงได้” เป็นการอ้างอิงคลาดเคลื่อน เตา IF ใช้หลอมเหล็กสแตนเลสเกรดสูงได้ เนื่องจากใช้ “วัตถุดิบบริสุทธิ์คัดเกรดพิเศษตั้งแต่ต้นทาง” เตาจึงทำหน้าที่แค่ “หลอมให้ละลาย” แต่อุตสาหกรรมเหล็กเส้นไทยคือรีไซเคิล “เศษเหล็กชุมชนปนเปื้อนสูง” การผลิตด้วยเตา IF เพียงขั้นตอนเดียว ขาดกลไกแยกตะกรันออกจากน้ำเหล็ก สารมลทินจึงฝังแน่นในเนื้อเหล็กเส้น เป็นจุดบกพร่องถาวร และเป็นเหตุให้เหล็กที่ผลิตจาก IF ด้อยคุณภาพ

สมาคมฯขอเสนอมาตรการ คือ 1.มาตรการจำกัดพื้นที่การใช้งานตามขีดจำกัดจริง ห้ามใช้เหล็กเส้นจากเตา IF ที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็ก (LF) ในการก่อสร้างอาคารสูง และโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ โดยต้องจำกัดให้ผลิตได้เพียง “เหล็กเส้นกลม ชั้นคุณภาพ SR24 ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 15 มิลลิเมตร” เพื่อใช้เฉพาะงานโครงสร้างขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนและไม่ต้องรับแรงดึงสูง และ 2.บังคับสายการผลิตเหล็กเส้นโครงสร้างทุกโรงงานในประเทศ ติดตั้งเครื่องจักรเตาปรุงน้ำเหล็ก เป็นเครื่องจักรภาคบังคับในการขออนุญาตตั้งโรงงานหรือต่ออายุใบอนุญาตโรงงาน เพื่อระบบการผลิตที่ได้คุณภาพสม่ำเสมอและโปร่งใสที่สุด

สมาคมการค้าเหล็กทรงยาวมาตรฐาน ยืนยันว่าการตั้งหลักเกณฑ์นี้ตั้งอยู่บนหลักวิศวกรรมควบคุมเพื่อ “การเลือกใช้เครื่องมือให้ถูกวัตถุประสงค์” การปล่อยให้นำเศษเหล็กสกปรกมาหลอมผ่านเตาที่ไม่มีระบบปรุงน้ำเหล็กบริสุทธิ์เพื่อทำเหล็กเส้นก่อสร้างอาคาร คือ ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สมาคมฯขอคัดค้านร่าง มอก. เหล็กเส้นก่อสร้างที่เปิดช่องให้เตา IF อย่างถึงที่สุด และพร้อมยืนหยัดเคียงข้าง รมว.อุตสาหกรรม ในการปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top