วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้กรมฯได้กำหนด 4 กลยุทธ์หลักในการผลักดันสินค้าเกษตรแปรรูปไทยสู่ตลาดโลก ได้แก่ 1.การยกระดับสินค้าเกษตรสู่ผลิตภัณฑ์พรีเมียม 2.การส่งเสริมเกษตรยั่งยืน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และระบบตรวจสอบย้อนกลับ 3.การรุกตลาดส่งออกศักยภาพสูง 4.การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AgriTech เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มผลผลิต และบริหารความเสี่ยงตลอดห่วงโซ่อุปทาน
ทั้งนี้ปัจจุบันแนวโน้มตลาดโลกเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับปริมาณการผลิตไปสู่คุณภาพ มาตรฐาน ความยั่งยืน เทคโนโลยี และเรื่องราวของสินค้า (Story of Origin) มากขึ้น ผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ มีแหล่งที่มาชัดเจน และสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทยในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายตลาดส่งออก
สำหรับตลาดส่งออกสำคัญของสินค้าเกษตรแปรรูปไทย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยเฉพาะตลาดอินเดียที่มีอัตราการขยายตัวสูงถึง 156.72% ในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ขณะที่ตลาดศักยภาพในอนาคตยังครอบคลุมกลุ่มประเทศอาเซียน ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ซึ่งกรมฯอยู่ระหว่างเร่งขยายโอกาสทางการค้าเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง
โดยในช่วง 4 เดือนแรกปี 2569 ไทยมีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรแปรรูป 5,229.46 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 163,854.56 ล้านบาท ขยายตัว 6.50% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 สะท้อนถึงศักยภาพและความต้องการสินค้าเกษตรแปรรูปไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
สำหรับการนำคณะผู้บริหารของกรมฯ ลงพื้นที่นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 13-14 มิถุนายน 2569 ณ GranMonte Vineyard & Winery และ Khao Yai Vanilla อำเภอปากช่อง เพื่อศึกษาศักยภาพและติดตามความพร้อมของผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูปมูลค่าเพิ่ม ซึ่ง GranMonte Vineyard & Winery เป็นหนึ่งในธุรกิจเป้าหมายที่กรมฯต้องการส่งเสริม โดยมีการนำองุ่นสดจากแหล่งเพาะปลูกในเขาใหญ่มาพัฒนาเป็นไวน์ น้ำองุ่น และผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าเพิ่มหลากหลายประเภท ปัจจุบันมีการส่งออกไปยังสิงคโปร์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมถึงยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี
ส่วน Khao Yai Vanilla เป็นผู้พัฒนาฝักวานิลลาคุณภาพสูงผ่านกระบวนการบ่ม (Vanilla Curing Process) จนกลายเป็นวัตถุดิบพรีเมียมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม เบเกอรี และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่พร้อมต่อยอดสู่สินค้าแปรรูปมูลค่าเพิ่ม เช่น น้ำตาลวานิลลา น้ำผึ้งวานิลลา ผงวานิลลา มีแผนส่งออกมากกว่า 50% ของกำลังผลิตทั้งหมดในปี 2570-2580 มุ่งเจาะตลาดสำคัญ ได้แก่ ฝรั่งเศส เกาหลี
“ทั้ง 2 รายเป็นตัวอย่างความสำเร็จของผู้ประกอบการไทยที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบท้องถิ่นผ่านนวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยว จนกลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งกรมฯจะเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการในทุกๆ ช่องทาง ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่สินค้าเกษตรแปรรูปและสินค้าพรีเมียมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ และชุมชน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป”น.ส.สุนันทา กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี