542.jpg
ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง  พลังขับเคลื่อนของกลุ่มมิชลิน

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง พลังขับเคลื่อนของกลุ่มมิชลิน

วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.19 น.

ในการจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ (Media Day) ครั้งล่าสุด ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน ที่ผ่านมา กลุ่มมิชลินชูประเด็น “ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง” ซึ่งแม้จะไม่เป็นที่รู้จักของผู้คนในวงกว้าง แต่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อกลยุทธ์องค์กร โดยได้เลือกศูนย์ทดสอบอัลเมเรีย (Centro de Experiencias Michelin Almería: CEMA) ประเทศสเปน เป็นสถานที่จัดงาน เนื่องจากศูนย์ทดสอบแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาพภูมิอากาศรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปและเป็นสถานที่ซึ่งมิชลินใช้ทดสอบยางล้อเพื่อรีดสมรรถนะให้ถึงขีดจำกัดสูงสุด

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง: ความเชี่ยวชาญของมิชลินเพื่อการใช้งานในสภาวะสุดขั้วและภารกิจสุดท้าทาย

ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางของมิชลินได้รับการพัฒนาให้รองรับความท้าทายสุดขั้วได้อย่างมั่นใจในสภาพแวดล้อมที่ทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญ และความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อการดำเนินงาน, เศรษฐกิจ และความปลอดภัยของผู้คน 

ยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมที่ต้องดำเนินงานภายใต้ข้อกำหนดด้านเทคนิค สภาพภูมิอากาศ และกฎระเบียบที่เข้มงวด ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันการลงจอดอย่างปลอดภัยของอากาศยาน การใช้งานในเหมืองได้อย่างต่อเนื่อง หรือการเพิ่มสมรรถนะของเครื่องจักรการเกษตรในทุกสภาพอากาศ

ทั้งนี้ ยางเฉพาะทางเป็นมากกว่าชิ้นส่วนประกอบ แต่เป็นผลจากการผสานหลากเทคโนโลยีซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับสภาพการใช้งานที่หนักหน่วงรุนแรงที่สุด สมรรถนะของยางเฉพาะทางเหล่านี้มีบทบาทอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติภารกิจสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น  ดังนั้น ยางเฉพาะทางจึงถือเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ที่แม้จะไม่โดดเด่น แต่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

รากฐานการเติบโตที่สำคัญของกลุ่มมิชลิน

สำหรับกลุ่มมิชลิน ผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทางเป็นกลุ่มธุรกิจ ที่มีความสามารถในการทำกำไรสูงสุดของกลุ่มมิชลิน โดยสร้างรายได้ให้กับมิชลินคิดเป็นสัดส่วน 17% ของรายได้รวม โดยมีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) อยู่ที่ 13.1% ในปี 2568 และมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 2.5% ในไตรมาสแรกของปี 2569  

ทั้งนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์ยางเฉพาะทาง มีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งด้านมูลค่าและปริมาณการขายเนื่องจากอยู่ในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อาทิ การขนส่งทางอากาศ, โลจิสติกส์ และการป้องกันประเทศ โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGRs)[1] เฉลี่ยอยู่ที่ 3% ถึง 8%  

การเติบโตของธุรกิจยางเฉพาะทางมีรากฐานมาจากการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาที่เพิ่มขึ้น ซึ่ง 90% ดำเนินการในประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง (Clermont-Ferrand)  ทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนจากแผนเร่งรัดพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่, การขยายกำลังการผลิตยางเครื่องบินของโรงงานมิชลินที่เมืองบูร์ฌ (Bourges) ประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนการนำกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัยและได้รับการจดสิทธิบัตรมาใช้ในโรงงานมิชลินที่เมืองเลอปุย (Le Puy), เมืองทรัวส์ (Troyes) และเมืองมงโซ-เลส์-มีนส์ (Montceau-les-Mines)

จุดเด่นของมิชลินอยู่ที่การมุ่งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้า, ศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรม

มิชลินไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง แต่ยังช่วยยกระดับผลการดำเนินงานทางธุรกิจให้กับลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และมนุษย์

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวกลุ่มมิชลินได้ผสานศักยภาพของทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ากับนวัตกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับยางซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และความร่วมมือในฐานะพันธมิตรระยะยาว โดยอาศัยรากฐานความแข็งแกร่งด้านศักยภาพการวิจัยและพัฒนาแบบบูรณาการ ทีมนักวิจัยที่มีอยู่ราว 6,000 คน รวมทั้งความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นในด้านวัสดุศาสตร์และข้อมูล

นอกจากนี้ กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นเวทีทดสอบสมรรถนะยางภายใต้สภาวะการใช้งานที่ท้าทายถึงขีดสุด ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ตัวเร่งการสร้างสรรค์นวัตกรรม” (Innovation Accelerator) ของกลุ่ม มิชลิน

CEMA: ศูนย์ทดสอบที่เปลี่ยน “ความเป็นไปไม่ได้” ให้เป็น “มาตรฐานใหม่”

ศูนย์ทดสอบ CEMA เหนือกว่าสนามทดสอบทั่วไปด้วยความโดดเด่นเฉพาะตัว อันประกอบด้วยสนามทดสอบระยะทางรวม 113 กิโลเมตร บนพื้นที่กว่า 4,500 เฮกตาร์ (ประมาณ 28,125 ไร่), ยานพาหนะและเครื่องจักรกลที่มีความหลากหลายเป็นพิเศษ รวมทั้งอุปกรณ์ตรวจวัดสมรรถนะที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของมิชลินจากเมืองแกลร์มง-แฟร็อง

ความเข้มงวดของกระบวนการตรวจวัดสมรรถนะ ประกอบกับปริมาณข้อมูลที่ได้รับการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ ทำให้ศูนย์ทดสอบแห่งนี้เป็นแหล่งรวมความเป็นเลิศ ทั้งยังเป็น “ห้องปฏิบัติการมีชีวิต” (Living Laboratory) ที่มีบทบาทสำคัญต่อกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมของมิชลิน

 


[1] อัตราการเติบโตต่อปีแบบทบต้น (Compound Annual Growth Rate: CAGRs) คือ ตัวชี้วัดอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตลาดหรือธุรกิจในช่วงเวลาที่กำหนด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top