วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
‘วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร’ชู AI ถอดรหัสภูมิปัญญาไทย สร้างหลักฐานเชิงประจักษ์ หนุนสมุนไพรเข้าสู่ระบบสุขภาพ
วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 4 ภายใต้หัวข้อ “From Wisdom to Evidence: Transforming Traditional Knowledge into Clinical Herbal Practice” ระหว่างวันที่ 18–19 มิถุนายน 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และทิศทางการพัฒนาสมุนไพรไทยจากภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่การใช้ประโยชน์ทางคลินิกบนฐานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร กล่าวว่า การพัฒนาสมุนไพรไทยในปัจจุบันต้องก้าวจากการสืบทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขสามารถนำไปใช้ดูแลผู้ป่วยได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการศึกษาสมุนไพรไทย โดย รศ.ดร.ภก. ศุภชัย ติยวรนันท์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำเสนอแนวทางการถอดรหัสองค์ความรู้จากตำราแพทย์แผนไทยและจารึกวัดโพธิ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหารูปแบบการใช้สมุนไพรที่มีศักยภาพ รวมถึงการปรับเทียบมาตราวัดโบราณให้เป็นมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน
แนวทางดังกล่าวช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ดั้งเดิมเข้าสู่กระบวนการวิจัยสมัยใหม่ ตั้งแต่การศึกษาทางห้องปฏิบัติการ การทดลองในสัตว์ ไปจนถึงการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์ เพื่อสร้างหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับการใช้สมุนไพรในระบบสุขภาพ และเปลี่ยนองค์ความรู้ที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคนให้กลายเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบและอ้างอิงได้ทางวิทยาศาสตร์
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญ คือ การนำหลักฐานเชิงประจักษ์ไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยจริง โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และ ภญ.ศิวพร ปีเจริญทรัพย์ จากร้านยาศิวพรเภสัช ได้ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ ทั้งในโรงพยาบาลและร้านยาชุมชน โดยเน้นบทบาทของเภสัชกรในการประเมินผู้ป่วยรายบุคคล คัดกรองความเสี่ยง ติดตามผลการรักษา และเฝ้าระวังอันตรกิริยาระหว่างยาสมุนไพรกับยาแผนปัจจุบัน
ภญ.ศิวพร กล่าวว่า ร้านยาชุมชนเป็นหน่วยบริการสุขภาพด่านหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด การใช้สมุนไพรในปัจจุบันจึงไม่ควรอาศัยเพียงความเชื่อหรือคำบอกเล่า แต่ต้องอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือ ควบคู่กับการประเมินความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อให้เกิดประสิทธิผลและความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการสืบค้นและประเมินคุณภาพงานวิจัย การสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์ และการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนการทำงานของเภสัชกรในยุคดิจิทัล ตั้งแต่การสืบค้นข้อมูล การทบทวนวรรณกรรม ไปจนถึงการนำข้อมูลมาสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและนโยบาย
การประชุมวิชาการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นทิศทางสำคัญของการพัฒนาสมุนไพรไทยในอนาคต จาก “ภูมิปัญญา” สู่ “หลักฐานเชิงประจักษ์” และจาก “งานวิจัย” สู่ “การใช้จริง” ในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยมีเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการเร่งการค้นพบองค์ความรู้ใหม่และยกระดับสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี