วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ จำกัด (NITMX) ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินระดับประเทศ เปิดเผยข้อมูลการใช้งานระบบ “พร้อมเพย์” (PromptPay) ประจำเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่าระบบพร้อมเพย์ยังคงมีการใช้งานในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนบทบาทสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินดิจิทัลที่รองรับการใช้จ่าย การโอนเงิน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
ปริมาณธุรกรรมเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนการใช้งานดิจิทัลในชีวิตประจำวัน
เดือนพฤษภาคม 2569 มียอดธุรกรรมพร้อมเพย์รวมทั้งสิ้น 2.38 พันล้านรายการ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15% (YoY) ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวมอยู่ที่ 4.45 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% (YoY) การเติบโตของทั้งปริมาณและมูลค่าธุรกรรม สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ยังคงเป็นช่องทางการชำระเงินหลักของคนไทย ทั้งในด้านการโอนเงินระหว่างบุคคล การชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินในภาคธุรกิจที่ดำเนินการผ่านระบบดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ยอดลงทะเบียนเพิ่มต่อเนื่อง สะท้อนการเข้าถึงบริการดิจิทัลในวงกว้าง
ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ยอดการลงทะเบียนพร้อมเพย์รวมอยู่ที่ 82.91 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น
• ภาคประชาชน: 82.50 ล้านเลขหมาย
• ภาคธุรกิจ: 0.41 ล้านเลขหมาย
จำนวนผู้ลงทะเบียนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าพร้อมเพย์ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงผู้ใช้งานในทุกระดับ ทั้งประชาชนทั่วไป ร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคธุรกิจ ที่ต่างเลือกใช้ระบบพร้อมเพย์เป็นช่องทางหลักในการรับและชำระเงินแบบเรียลไทม์
ธุรกรรมสูงสุดในวันแรงงาน สะท้อนการใช้จ่ายและการเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจช่วงต้นเดือน
วันที่มียอดธุรกรรมสูงสุดของเดือนอยู่ที่ 68.51 ล้านรายการ โดยเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติและเป็นช่วงต้นเดือน สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายหลังรอบเงินเดือน การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว และการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของพร้อมเพย์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รองรับการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงภาคบริการ การค้าปลีก และภาคธุรกิจ โดยยังคงสามารถรองรับปริมาณธุรกรรมจำนวนมากได้อย่างมีเสถียรภาพ
Cross-Border QR Payment เติบโตโดดเด่น รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ
บริการ Cross-Border QR Payment ขาเข้า (Inbound) ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่าธุรกรรมรวม 1,516.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 382% (YoY) สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้จ่ายผ่าน QR Code ของนักท่องเที่ยวต่างชาติในประเทศไทย
ประเทศที่มีมูลค่าธุรกรรมขาเข้าสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่
1. จีน – 911.66 ล้านบาท
2. มาเลเซีย – 318.46 ล้านบาท
3. ลาว – 112.98 ล้านบาท
จีนยังคงครองอันดับ 1 ด้านมูลค่าธุรกรรมขาเข้าอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมดในเดือนพฤษภาคม สะท้อนความสำเร็จของความร่วมมือด้านระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้แอปพลิเคชันการชำระเงินจากประเทศของตนเอง สแกน Thai QR Payment เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศไทยได้โดยตรง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกรรมในเดือนพฤษภาคม คือช่วงวันหยุดยาว Labor Day Holiday ของประเทศจีน ระหว่างวันที่ 1–5 พฤษภาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศสูงของปี ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น และสะท้อนผ่านมูลค่าการใช้จ่ายผ่าน Cross-Border QR Payment ที่ขยายตัวอย่างโดดเด่น
ขณะเดียวกัน การเติบโตของมาเลเซียและลาว ยังสะท้อนบทบาทของระบบ Cross-Border QR Payment ในการสนับสนุนการท่องเที่ยว การค้าชายแดน และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายข้ามพรมแดนและส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
ภาพรวมการใช้งานพร้อมเพย์ในเดือนพฤษภาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สามารถรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การดำเนินธุรกิจ และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ โดยยังคงมีเสถียรภาพและรองรับธุรกรรมได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี