วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานจัดงาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูงและคาดการณ์ได้ยาก เนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าตลอดช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจมีความผันผวนอย่างมาก บางช่วงส่งสัญญาณฟื้นตัว แต่บางช่วงกลับชะลอลง ทำให้การประเมินแนวโน้มในระยะยาวเป็นเรื่องยากและเป็นความท้าทายสำคัญของภาคเอกชนในปัจจุบันที่จะวางแผนธุรกิจ
ทั้งนี้ปัญหาใหญ่คือ “กำลังซื้อ” ที่ยังไม่ฟื้น ผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อภาคธุรกิจ ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคดุเดือดขึ้นผิดปกติ แต่ละบริษัทจำเป็นต้องงัดทุกกลยุทธ์ออกมาใช้ ทั้งการจัดโปรโมชั่น การสร้างนวัตกรรมสินค้า การขยายฐานลูกค้า และการเปิดตลาดใหม่ เพื่อรักษายอดขายและส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่ให้ไม่หดหาย อย่างไรก็ตามภาคอุตสาหกรรมโดยรวมมีโอกาสเติบโต แม้จะอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ แต่การเติบโตจะขึ้นอยู่กับศักยภาพและกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรในการตอบโจทย์ผู้บริโภคและสร้างความแตกต่างทางการแข่งขัน
สำหรับอีกหนึ่งปัจจัยที่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ คือ การเติบโตของช่องทาง “อีคอมเมิร์ซ” ซึ่งยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นช่องทางหลักของหลายธุรกิจ โดยสัดส่วนรายได้จากการขายผ่านออนไลน์ของแต่ละบริษัทในเครือสหพัฒน์มีความแตกต่างกัน บางบริษัทมีสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บางบริษัทยังอยู่ในระดับประมาณ 10% ของรายได้รวม แต่มีทิศทางชัดเจนว่าช่องทางนี้กำลังกลายเป็นกระดูกสันหลังของธุรกิจค้าปลีกไทยในอนาคต
ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น โครงการ “ไทยช่วยไทย” มองว่าสามารถช่วยกระตุ้นยอดขายได้ในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการโดยตรง แต่ยังมีอีกหลายภาคส่วนที่ไม่ได้รับอานิสงส์อย่างทั่วถึง สะท้อนว่าผลของมาตรการยังไม่กระจายตัวครอบคลุมทั้งระบบเศรษฐกิจ แต่รัฐบาลยังสามารถที่จะออกออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภค และสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนได้อีกในระยะต่อไป
ขณะที่การเข้ามาลงทุนของกลุ่มทุนจีนในไทยนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบต่อเครือสหพัฒน์ เนื่องจากกลุ่มบริษัทในเครือสหพัฒน์มีความร่วมมือกับพันธมิตรจีนในหลายด้าน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนร่วม ซึ่งมองว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยมากกว่าความเสี่ยง
นายธรรมรัตน์ กล่าวว่า งาน “สหกรุ๊ป แฟร์ & เฟส ครั้งที่ 30” ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2569 ที่ฮอลล์ 98-100 ไบเทค บางนา ซึ่งจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ไปด้วยกันนะ” เป็นการระดมสินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 1,000 รายการ จากบริษัทในเครือกว่า 100 แห่ง พร้อมตรึงราคาสวนภาวะเศรษฐกิจ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยในงานนี้จะมีการลงนามความเข้าใจและข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรรวม 20 โครงการ ซึ่งมากที่สุดในรอบ 30 ปี ครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI การค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ การพัฒนาระบบนิเวศการค้าดิจิทัล การส่งเสริมสุขภาพ การพัฒนาเมืองและอสังหาริมทรัพย์ การพัฒนาบุคลากร ตลอดจนธุรกิจไลฟ์สไตล์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี