542.jpg
3เดือนยอดใช้พลังงานพุ่ง หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคัก

3เดือนยอดใช้พลังงานพุ่ง หลังกิจกรรมทางเศรษฐกิจคึกคัก

วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์พลังงานในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 (เดือนมกราคม – มีนาคม 2569) พบว่า การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 2,080 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1 % โดยเป็นผลมาจากการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น 5.0  % จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 4.6 % จากความต้องการใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และการใช้ไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 19.1 % จากทั้งไฟฟ้านำเข้าและไฟฟ้าพลังน้ำที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้ถ่านหินลดลง 7.4  % และการใช้ลิกไนต์ลดลง 56.0 % จากการผลิตที่ลดลง

ทั้งนี้ การใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2569 ซึ่งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยขยายตัว 2.8  % เร่งขึ้นจาก 2.5 % ในไตรมาส 4/2568 ตามการขยายตัวของภาคเกษตรและภาคนอกเกษตร ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตและกลุ่มบริการ โดยการส่งออกสินค้าขยายตัว 9.8  % และการส่งออกมูลค่าที่แท้จริงขยายตัว 15.5  % ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว สาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหารขยายตัว 2.2 %


สำหรับสถานการณ์พลังงานรายเชื้อเพลิงในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 สรุปได้ดังนี้ การใช้น้ำมันสำเร็จรูป อยู่ที่ระดับ 153.5 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.9 % โดยเพิ่มขึ้นจากการใช้น้ำมันเตา เคโรซีน น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ขณะที่การใช้ LPG ในกลุ่มน้ำมันสำเร็จรูปทรงตัว ด้านการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 185.9 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 2.2 % การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 5.0 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 33.7 % ส่วนการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 20.2 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 15.7 % การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน อยู่ที่ระดับ 33.2 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.3  % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การใช้น้ำมันดีเซลอยู่ที่ระดับ 74.2 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 5.1 % ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนจากผลกระทบความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ด้านการใช้น้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ระดับ 20.3 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.3 % จากปริมาณการสัญจรทางอากาศทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 7.4 % โดยมีการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 6.7 % และปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศเพิ่มขึ้น 8.0  % ขณะที่การใช้น้ำมันเตาอยู่ที่ระดับ 6.1 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 13.9 %

ส่วนการใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG โพรเพน และบิวเทน) อยู่ที่ระดับ 18.0 พันตันต่อวัน เพิ่มขึ้น  4.2 % โดยการใช้ LPG เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนการใช้สูงสุด 41 % มีการใช้เพิ่มขึ้น 10.9 % รองลงมาเป็นภาคครัวเรือน ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ 33 % มีการใช้เพิ่มขึ้น 1.7 % ขณะที่ภาคขนส่งซึ่งมีสัดส่วน 15 % มีการใช้ลดลง 1.4 % ภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วน 10 % มีการใช้ลดลง 1.6 % และการใช้เองซึ่งมีสัดส่วน 1 % มีการใช้ลดลง 23.1 %  การใช้ก๊าซธรรมชาติ อยู่ที่ระดับ 4,754 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เพิ่มขึ้น 6.9 % โดยส่วนใหญ่ 61 % เป็นการใช้เพื่อผลิตไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.4 % จากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่มากขึ้น รองลงมาเป็นการใช้ในโรงแยกก๊าซ การใช้ในภาคอุตสาหกรรม และการใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ (NGV) ตามลำดับ ทั้งนี้ การใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4.6 % การใช้ในโรงแยกก๊าซเพิ่มขึ้น 3.8 % ขณะที่การใช้ NGV ลดลง 14.6 % ตามจำนวนรถ NGV จดทะเบียนสะสมที่ลดลง

นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า การใช้ไฟฟ้า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 รวมทั้งสิ้น 51,127 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 4.9 % โดยการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีสัดส่วนการใช้ 42.3  % เพิ่มขึ้น 2.2 % ส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้น 8.8 %  และการใช้ไฟฟ้าในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 7.0  % ขณะที่การใช้ไฟฟ้าในกลุ่มอื่น ๆ ลดลง 2.2 % ทั้งนี้ ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของระบบ 3 การไฟฟ้าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 เวลา 20.41 น. อยู่ที่ระดับ 34,881 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้น 0.8 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  ขณะที่การผลิตพลังงานไฟฟ้า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 55,938 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้น 3.1 % ตามปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติมีสัดส่วนสูงที่สุดที่ 60 % ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เพิ่มขึ้น 11.1 % รองลงมาเป็นไฟฟ้านำเข้า/แลกเปลี่ยน พลังงานหมุนเวียน ถ่านหินนำเข้า/ลิกไนต์ พลังน้ำ และน้ำมัน ตามลำดับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top