วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
‘ก๊าซธรรมชาติ’ หลายคนอาจมองเป็นแค่เชื้อเพลิงที่นำไปเผาไหม้เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น แต่เบื้องหลังสถานะก๊าซที่มองไม่เห็นนี้ คือ เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ตั้งแต่แหล่งกำเนิด การสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล ไปจนถึงกลไกการรักษาเสถียรภาพค่าครองชีพให้แก่ประชาชน
ก๊าซธรรมชาติ คือ ส่วนผสมของก๊าซไฮโดรคาร์บอนและสิ่งเจือปนต่างๆ ในสภาวะก๊าซ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติใต้พื้นโลก ประกอบด้วยก๊าซหลายชนิด เช่น มีเทน (Methane - C1), อีเทน (Ethane - C2), โพรเพน (Propane - C3), บิวเทน (Butane - C4) เป็นต้น โดยทั่วไปจะมีก๊าซมีเทนเป็นส่วนประกอบหลัก อย่างไรก็ตาม ก๊าซธรรมชาติจากแต่ละแหล่งมีองค์ประกอบที่แตกต่างกัน
หากพิจารณาตามองค์ประกอบ จะเห็นได้ว่าก๊าซธรรมชาติจากแต่ละแหล่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย นั่นคือ ก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอ่าวไทย เช่น แหล่งอาทิตย์ ไม่ได้มีเพียงมีเทน (C1) สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยกลุ่มก๊าซที่มีมูลค่ามหาศาลซ่อนอยู่ ได้แก่ อีเทน (C2), โพรเพน (C3), บิวเทน (C4) และก๊าซโซลีนธรรมชาติ (C5+) ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยสำคัญ

ขุมทรัพย์ใต้ทะเลอ่าวไทย
องค์ประกอบ C2 ถึง C5 ที่อยู่ในก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (Gulf Gas) นี้ คือวัตถุดิบตั้งต้นชั้นยอดที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั่วโลกต้องการ ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงต้องจัดตั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติ (Gas Separation Plant: GSP) เพื่อบริหารจัดการและคัดแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นการลดการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ไม่ให้เกิดการปล่อยก๊าซธรรมชาติที่ไม่ผ่านกระบวนการแยกก๊าซแล้วถูกส่งตรงไปยังผู้ใช้ปลายทาง (Bypass Gas) เพราะหากเรานำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยที่อุดมไปด้วยสารประกอบมูลค่าสูงไปเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าโดยตรง สารเหล่านี้จะถูกเผาทำลายไปอย่างน่าเสียดาย เปรียบเสมือน "การนำไม้สักทองไปเผาทำฟืน" ซึ่งทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล
ก๊าซธรรมชาติแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
หมายถึง ก๊าซธรรมชาติที่มีมีเทน (C1) เป็นองค์ประกอบหลัก 70% ขึ้นไป เหมาะสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันเตาในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถนำไปเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกว่า ก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas หรือ LNG) เพื่อบรรจุถังและขนส่งไปยังจุดหมายที่มีระยะทางไกล
หมายถึง ก๊าซธรรมชาติซึ่งนอกจากจะมีเทน (C1) แล้ว ยังมี อีเทน (C2), โพรเพน (C3), บิวเทน (C4) ฯลฯ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้คือวัตถุดิบตั้งต้นชั้นยอด เมื่อนำมาผ่านกระบวนการแยกในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อแยกสารประกอบออกจากกัน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายและนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ ซึ่งดีกว่าการนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว


ประโยชน์ของก๊าซแต่ละชนิด

เปลี่ยนก๊าซธรรมชาติสร้างมูลค่าเพิ่ม-สร้างความมั่นคงประเทศ
การตัดสินใจนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเข้าสู่โรงแยกก๊าซฯ และส่งต่อให้กลุ่มปิโตรเคมี คือ กลยุทธ์ที่สร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ เพราะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ได้มากกว่าการนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงถึง 10 - 25 เท่า ตามสายการผลิต อาทิ

จากตัวเลขที่ก้าวกระโดดนี้ เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การนำก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยมาผ่านกระบวนการ "คัดแยก" นั้น สร้างประโยชน์และมูลค่ามหาศาลให้กับประเทศได้มากกว่าการนำไป "เผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว" เพราะแทนที่จะสูญเสียทรัพยากรล้ำค่าไปกับการเผาไหม้ที่ให้มูลค่าเพียง 1 เท่า ประเทศไทยได้แปรสภาพ "ทรัพยากรที่มองไม่เห็น" ให้กลายเป็น "สิ่งของเครื่องใช้" ที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจึงไม่ได้เป็นเพียงการนำก๊าซมาทำสารเคมี แต่คือฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างงาน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ลดภาระการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ และยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน


อย่างไรก็ดีในช่วงที่ผ่านมาไทยเผชิญกับความท้าทายจากเหตุความขัดแย้งในพื้นที่ตะวันออกกลางซึ่งมีผลต่อการจัดหา LNG หรือก๊าซธรรมชาติในรูปแบบของเหลว แต่วิกฤตการณ์ดังกล่าวถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า "ความมั่นคงทางพลังงาน" ไทยมีการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการเชิงรุกได้เป็นอย่างดีแม้ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก ซึ่งการรักษาเสถียรภาพระบบพลังงานและการดูแลคุณภาพชีวิตของคนไทย คือ เป้าหมายที่ถูกจัดไว้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุดของประเทศ โดยให้ก๊าซธรรมชาติยังคงทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวข้ามทุกความท้าทายได้อย่างแข็งแกร่ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี