542.jpg
พณ.จับมือ กอ.รมน. แก้ปัญหา ‘ทุนเทาข้ามชาติ’

พณ.จับมือ กอ.รมน. แก้ปัญหา ‘ทุนเทาข้ามชาติ’

วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.09 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วานนี้ (วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2569) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ประชุมหารือร่วมกับ พลโท ณัฐศิษฐ์ คงชินศาสตร์ธิติ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และคณะ ประสานความร่วมมือแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญที่กัดกร่อนและทำลายระบบเศรษฐกิจประเทศเป็นอย่างมาก โดยรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นลำดับต้น โดยให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสะสางปัญหาที่เกิดขึ้น แก้ไขปัญหาการบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจ และสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทย ซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความมั่นคงให้เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทั้ง 2 หน่วยงานจะใช้จุดแข็งที่มีอยู่ ร่วมกันสกัดกั้นและแก้ไขปัญหาทุนเทาและนอมินีที่เกิดขึ้น โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะใช้ความเป็นต้นทางของการกำเนิดธุรกิจ ใช้ความเข้มงวดในการจดทะเบียนนิติบุคคล ผ่านการบังคับใช้คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลาง และประกาศสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางเพื่ออุดช่องโหว่ทางกฎหมาย เช่น การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงบัญชีม้า การให้ผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยในบริษัทร่วมทุนต่างชาติต้องแสดงหลักฐานรายการเดินบัญชี (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน และการยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งจะเป็นมาตรการป้องกันเพื่อให้การจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลง และการตั้งบริษัทเพื่อนำไปทำบัญชีม้านิติบุคคลหมดไป ทั้งนี้ ปัจจุบันมีนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย 1,003,706 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนในสัดส่วนระหว่างร้อยละ 0.01 - 49.99 ซึ่งทำให้ยังคงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทยอยู่ถึง 119,116 ราย


พลโท ณัฐศิษฐ์ฯ กล่าวว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน. มีภารกิจหลักในการดูแลด้านความมั่นคง ซึ่ง ศปป.2 กอ.รมน. ให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องคนต่างด้าวอย่างใกล้ชิด โดยมุ่งเน้นไปที่แรงงานต่างด้าว การย้ายถิ่นฐาน การหลบหนีเข้าเมือง และปัญหาการสวมสัญชาติของคนต่างด้าว ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีความเชื่อมโยงและเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางสังคมของประเทศโดยตรง รวมถึงปัญหายาเสพติด ซึ่งหากได้รับข้อมูลนิติบุคคลที่ผลิตหรือนำเข้าสารเคมี ซึ่งเป็นสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติดจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง”

การดำเนินงานและภารกิจของทั้ง 2 หน่วยงาน จึงนำมาสู่การบูรณาการความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะใช้กลไกการจดทะเบียนนิติบุคคลที่รัดกุมเป็นด่านหน้าในการคัดกรองและป้องกันกลุ่มทุนต่างชาติที่ผิดกฎหมาย ผนวกเข้ากับการดำเนินงานด้านความมั่นคงของ กอ.รมน. เพื่อร่วมกันเฝ้าระวัง แลกเปลี่ยนข้อมูล และสกัดกั้นพฤติกรรมของคนต่างด้าวที่เข้ามาสวมสิทธิคนไทย แย่งอาชีพ หรือประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งการประสานการปฏิบัติการในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางสังคม ปกป้องผู้ประกอบการชาวไทย และดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ 2 หน่วยงาน จะทำงานร่วมกันเพื่อเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินี หรือธุรกิจที่กระทำความผิด หรือหลีกเลี่ยงกฎหมายในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และกรมฯ จะเป็นแกนในการประสานความเชื่อมโยงและความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกันอีกขั้นหนึ่ง เป็นการยกระดับการดำเนินการป้องกันและปราบปรามนอมินีและธุรกิจผิดกฎหมายในเชิงลึก เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน และเพื่อให้ปัญหาที่เกิดขึ้นทุเลาเบาบางลง หรือหมดสิ้นไปจากประเทศไทย” นายพูนพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

-031

 

           

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top