533.jpg
Star Retro : "ฝันดี-ฝันเด่น" คู่แฝดจิตอาสา เบื้องหน้าความบันเทิง เบื้องหลังคือผู้ให้

Star Retro : "ฝันดี-ฝันเด่น" คู่แฝดจิตอาสา เบื้องหน้าความบันเทิง เบื้องหลังคือผู้ให้

วันอาทิตย์ ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558, 06.00 น.
Tag :

จากภาพศิลปินดูโอคู่แฝดที่มาพร้อมเสียงฮา และรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ จนถูกตั้งฉายาว่าเป็น “แฝดนรกของวงการ” แต่แท้จริงแล้ว 2 พี่น้อง “ฝันดี-ฝันเด่น จรรยาธนากร” คือผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง ทั้งคู่มีใจเป็นกุศลช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มาอย่างยาวนาน และยังคงจะสานต่อไปอีกภายใต้ชื่อโครงการ “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน”สตาร์เรโทรสัปดาห์นี้จะพาท่านไปร่วมอิ่มเอมกับ 2 หนุ่มใหญ่-เล็ก ค่ะ

อัพเดทผลงานกันสักนิด


ใหญ่ : ตอนนี้มีละครเรื่องชาติพยัคฆ์ ดอกไม้ใต้เมฆ สองหัวใจนี้เพื่อเธอ 3 เรื่อง 3 คาแร็กเตอร์ เรื่องหนึ่งเล่นเป็นหนุ่มกู้ภัย อีกเรื่องเล่นเป็นตุ๊ด เป็นผู้จัดการส่วนตัวของนางเอก ส่วนชาติพยัคฆ์เล่นเป็นคนจีนที่หลบลี้หนีภัยมาอาศัยในแผ่นดินไทย ไว้ผมทรงแมนจูถักเปีย แล้วจะมีคาแร็กเตอร์คือฟันเหยิน ส่วนเล็กจะฟันเก ก็จะเล่นคู่กันครับ

เล็ก : งานแสดงก็ยังมีเรื่อยๆ อย่างเรื่องชาติพยัคฆ์นี้ติดต่อมา 3 ปีแล้ว มันเป็นข้อผูกพันต่อเนื่องปกติไม่ค่อยเล่น บางทีเค้าก็ไม่จ้างด้วย (หัวเราะ) คือชีวิตเราต้องเดินทางตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นบทสนุกๆ อย่างเนี้ยมาเถอะเราไม่ได้ขายแพ็กคู่ครับ แล้วแต่ผู้จัดเลย เราไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก เราเป็นผู้ถูกเลือก แต่พอเค้าโทร.มาหาเรา เราจะเป็นผู้เลือกว่าเราจะเล่นหรือไม่เล่น (เหมือนเล็กมีงานแสดงมากกว่าใหญ่?) ไม่ใช่นะ แล้วแต่ว่าใครถ่ายแล้วออนแอร์เร็วหรือช้า พอๆ กัน ถ้าติดต่อมาเล็กไม่ว่างก็จะโยนให้ใหญ่ แต่ก็จะถามเขานะแล้วแต่ไม่เอาก็ได้ เราไม่ได้บังคับ ชีวิตนี้ไม่ได้เกิดมาเพื่อจะแข่งขันกับใครด้วย แล้วไม่ได้มองตัวเงินเป็นตัวตั้ง สมัยก่อนอาจจะใช่ แต่สมัยนี้รู้สึกว่าเราอยากทำแล้วมีความสุขแค่นั้นพอครับ

กับงานกุศลที่ทำ

ใหญ่ : กิจกรรมที่ผมกับเล็กทำร่วมกัน 2 คนภายใต้ชื่อโครงการ ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน เป็นกิจกรรมที่ทำมาครบรอบ 1 ปีแล้ว ครั้งแรกที่ทำคือมอบรถพยาบาลให้ 3 จังหวัดชายแดนใต้ 4 คัน เป็นรถตู้พยาบาล แล้วก็รถกระบะเอาไว้ขนของ มีอุปกรณ์ตัดถ่าง กระเป๋ายา ให้ทุนการศึกษานักเรียน เยี่ยมผู้ป่วยคนไข้คนแก่อนาถาแล้วปัจจุบันใจถึงใจทำไปแล้วทั่วประเทศ ตอนนี้มีเครือข่ายเป็นทุกสมาคมทุกมูลนิธิครับ แต่ว่าผมจะมุ่งเน้นในเรื่องของอาสา ปัจจุบันใจถึงใจมีสมาชิกที่ไม่ต้องลงทะเบียน 20 จังหวัด (ทำไมถึงคิดตั้งโครงการนี้?) เพราะว่าเราเป็นคนชอบช่วยเหลือคน แล้วเราก็เห็นอาสาสมัครที่อยู่ในประเทศไทยเยอะแยะมากมาย แต่ขาดแคลนพวกอุปกรณ์ทางการแพทย์ ผมคิดว่าเรามีโอกาสก็เลยทำ มันไม่ใช่จำเพาะว่าจะให้เฉพาะอาสาอย่างเดียว ผมให้ทั้งเด็กนักเรียน เห็นใครเดือดร้อนเราก็ช่วย เราจะได้รับคำขอทางเฟซบุ๊ค จากแฟนเพจ และจากเพื่อนๆ อาสาที่เรามีเพื่อนที่มาขอเป็นทีมงานประมาณ 14-15 คน ที่อยู่ทุกจังหวัด แล้วเราก็จะมาประเมินดูว่าคนนี้เหมาะสมที่จะได้รับไหม จริงหรือเปล่า อย่างภาคเหนือตอนนี้เครือข่ายเรามีตั้งแต่เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ ตาก พิษณุโลกไล่ลงมาถึง นครสวรรค์ ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา ปทุมธานี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ทั่วประเทศเลย ช่วยเหลือสัตว์ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์มีหมดเลยครับ

เล็ก : จริงๆเราทำมูลนิธิร่วมกตัญญูมาก็ 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2537 ทำมาเรื่อยๆ กิจการงานอื่นก็ทำร้องเพลงเล่นละครเล่นหนัง เกมส์โชว์ มัคนายก ทำบุญก็ว่ากันไปตามวาระโอกาส แล้วก็ช่วยเหลือภาคประชาชนในรูปแบบต่างๆ ช่วยเหลือให้กำลังใจใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ก็ได้ลงไปช่วยเหลือในแง่ของการให้กำลังใจบ้าง จัดหาอุปการณ์ทางการแพทย์ หรือว่าเข้าไปเยี่ยมเยือน ในแต่ละเดือนก็ประมาณ 2-3 ครั้ง จนมาถึงปี 2547 ที่เกิดเหตุการณ์ก็จะลงไปบ่อยมาก ถ้าเกิดศัพท์ของทางทหารเค้าก็จะเรียกว่าปฏิบัติการณ์ทางจิตวิทยา คือลงเข้าไปให้กำลังใจเพราะว่าเหตุการณ์มันไม่มีแนวโน้มว่าจะดีขึ้น แต่ในปัจจุบันนี้ก็ดีขึ้น

เห็นเงียบๆ แต่จริงๆ ไม่ได้หายไปไหน

ใหญ่ : คือพวกผมก็ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ ที่เงียบไม่ได้เห็นหน้าจอ คงจะเป็นเพราะว่าเราไปทำงานพิธีกรซะส่วนใหญ่ เราช่วยเหลือคนมา 20 ปีแล้ว แล้ว 5 ปีหลังเนี่ยทำมาตลอด ชื่อใจถึงใจได้มาตอนที่ทำโครงการรถพยาบาล เพราะว่าผมจะต้องเขียนแจ้งเพื่อนๆ ในแฟนเพจว่าวันนี้ผมไปทำอะไร รถพยาบาลทำถึงไหนแล้ว แล้วมันก็เลยได้คำนี้ออกมา “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” เพื่อนทุกคนก็บอกว่าเป็นคำที่ดี ก็เลยเอามาทำภายใต้โลโก้ ซึ่งผมก็ออกแบบเองทุกอย่าง ของที่ผมขายให้กับคนมาร่วม เราออกแบบเองหมด แม้กระทั่งการทำอะไรก็ดีไซน์เองหมด กฎมันไม่มีอะไรมากครับ การเป็นอาสาอย่าอวดดี

เล็ก : มีเหล่าบรรดาศิลปินแล้วก็แม่ๆ ทั้งหลายในวงการ อย่างเช่นแม่หนู ชลลัมพี ให้รถตู้ 1 คัน คุณไข่ บูติคพี่น็อต-วรฤทธิ์ พี่ท็อป-ดารณีนุช แล้วก็มีอีกหลายคนก็ต้องขอโทษด้วย ที่จำไม่ได้หมดเพราะว่ามีหลายคนมาก และแต่ละคนที่ช่วยมาก็จะมีวาระที่ต่างๆ กันเยอะมาก ฉะนั้นจะจำรายละเอียดไม่ได้ว่าใครให้อะไร แต่ละคนที่ให้มาเขาก็ไม่ได้มุ่งเน้นว่าจะต้องเปิดเผยตัว เราเป็นอาสาที่ช่วยอาสา เพราะว่าเราเป็นอาสามาก่อน เราจะรู้ว่าในบางเหตุการณ์มีใจ มีร่างกาย แต่ไม่มีอุปกรณ์ไม่ได้ อุปกรณ์ในที่นี้ก็คือแค่เบื้องต้น เราอาจจะมองเหมือนไม่จำเป็น แต่เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุปุ๊บมันจะจำเป็นมาก เราเลยอยากจะให้อาสามีอุปกรณ์ที่ดีเมื่อเวลาเข้าไปช่วยเหลือจะได้ทันที ผมกับใหญ่จะเป็นแกนหลัก แล้วก็มีน้องๆ ที่เรียกว่าเป็นจิตอาสาเป็นคนที่มีความสามารถในรูปแบบต่างๆ ในเรื่องของการกู้ภัย จะไม่มีนักธุรกิจ แต่เราจะมีคนที่มีความชำนาญในด้านของตัดถ่าง ดำน้ำ สาธารณกุศล ที่ไม่มีนักธุรกิจเข้ามา เพราะว่าบางครั้งมันจะมองเป็นตัวเลขไป

เลือกที่จะไม่โปรโมท

เล็ก: เราก็เป็นแค่กลุ่มเล็กๆ แล้วสิ่งที่เราทำก็ไม่ได้ใหญ่มาก คนที่จะรู้ก็คือคนที่ตามเรา คนที่จะให้คือคนที่เข้าใจ ถ้าเราจะต้องไปโฆษณาประชาสัมพันธ์เราก็ไม่ใช่องค์กรที่มุ่งทำเพื่อเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ในภายภาคหน้า ผลประโยชน์ของพวกเราใจถึงใจ คือการให้ให้อย่างผู้เสียสละ ดังนั้นอะไรที่ได้มาก็คือจะต้องหมดไป หมดไปโดยการไตร่ตรองถูกต้อง ผู้ที่ได้ไปต้องได้ประโยชน์ ซึ่งผู้ที่ได้ประโยชน์คือประชาชน ไม่ใช่อาสา เราต้องแยกกันอีกนะ บางคนจะมองว่าอาสาคนนี้ได้นั่นได้นี่ไป แต่จริงๆแล้วคืออาสาได้ไปเพื่อจะเอาไปสร้างประโยชน์ให้
กับคนอื่น

เปลี่ยนจากภาพแฝดนรก กลายเป็นแฝดอาสา

ใหญ่ : อันนั้นเป็นชื่อของการแสดง แต่ถ้ากลุ่มคนที่ทำอาสาเขาจะรู้อยู่แล้วว่าเราทำมานาน ทุกเหตุการณ์ใหญ่ๆ ของประเทศเราอยู่หมด สึนามิ ไฟไหม้น้ำท่วม แม้กระทั่งการจลาจลทีมผมก็อยู่ในนั้นด้วย เราทำมูลนิธิร่วมกตัญญูตั้งแต่อายุ 16 พี่ท็อป พี่ไทด์ เป็นก่อนเรา 2 ปี ตอนน้ำท่วมโรงพยาบาลอยุธยา ทีมผมย้ายทั้งโรงพยาบาล หมู่บ้านชวนชื่น ทีมผมย้ายทั้งหมู่บ้านเราก็ทำกันทั้งทีมโดยที่ไม่ได้ลงสื่อ จะมีตอนหลังๆ ที่คนบอกว่าอยากเห็นภาพเราก็เลยมีเพจให้คนเข้ามาดูความเคลื่อนไหวของเรา เราอยู่กับเหตุการณ์คนบาดเจ็บคนตายมาเยอะแล้วครับ แต่บางคนเขาไม่รู้หรอกว่าเราไปอบรมมาแล้วเรียนอะไรมาแล้ว เราถูกฝึกมาแล้วทุกอย่าง

มีใจเป็นจิตอาสามาตั้งแต่เด็ก

เล็ก : คือพ่อแม่เราเป็นคนไหว้เจ้า หลายๆ ครั้งเราสงสัยว่าทำไมเวลาแม่หุงข้าวเสร็จปุ๊บจะต้องแบ่งไปให้อาม่าบ้านนู้น แม่เป็นคนแบ่งปัน แต่เราไม่รู้หรอก เราจะซึมซับไปจนวันหนึ่งเรามาให้ เราถึงเข้าใจ บางทีเราให้เงินแม่ไป แทนที่แม่จะเก็บไว้ใช้ แต่ก็แบ่งไปให้คนอื่น ทั้งที่เขาอายุเยอะแล้วและไม่ต้องกินต้องใช้อะไรมากมาย แต่เราก็มานึกได้ว่า เพราะเขาเอาไปให้คนนั้นคนนี้ต่อ และมันก็เป็นเรื่องของเขาที่เขามีความสุขกับการให้ มันก็ฝังลึกในใจเรา ทุกคนคิดว่าในโลกปัจจุบันเวลาใครให้มากๆจะถูกมองว่าสร้างภาพ ทำเพื่อหวังผล แต่ผมไม่หวัง ถามว่ามีเงินไหม มี ถามว่ารวยไหม รวย รวยในที่นี้ไม่ใช่ว่ามีร้อยล้านพันล้านนะ แค่เรามีพอที่จะใช้ พอที่จะเลี้ยงครอบครัว คือมีชีวิตที่มีความสุขแล้ว ฉะนั้นการที่จะช่วยคนมันไม่ได้ทำให้เราต้องลำบากแต่ทำให้เรามีความสุขในเรื่องของความรู้สึก (ตอนนั้นแบ่งเวลาอย่างไรเพราะเราก็ต้องมีงานในวงการบันเทิงด้วย? )

ใหญ่ : การช่วยคนไม่มีจำกัดเวลาหรอกครับเจอเราก็ช่วยได้ ว่างเราก็ไป คำว่าอาสามันไม่มีเงินไม่มีคำว่าจะต้องทำ แต่อยู่ที่ใจของเราว่าจะอาสาไปไหม เงินไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ถ้าคนถามว่าเงินมันมาจากไหน ก็มาจากสิ่งที่ผมทำ ทำงานด้วย แบ่งปันเงินที่ผมเก็บด้วย รวมจากการขายเสื้อ หมวก ผมไม่ค่อยรับเงินฟรีหรอกคือต้องมีของแลก

ไม่กระทบเวลาของครอบครัว

ใหญ่ : ผมแบ่งเวลาได้ครับ ไม่ค่อยมีปัญหา เรามีทั้งเวลาเที่ยวพักผ่อน ถ้าดูในไอจีก็จะเห็นว่าผมมีความสุข ทุกคนก็มีหน้าที่มีความเป็นตัวของเรา มีบางเวลาที่เราทำกิจกรรมใหญ่ๆอย่างที่ครบรอบ 1 ปี ผมต้องใช้เวลา 1 เดือน ทำหมวก เสื้อ ขายเพื่อให้ได้เงินสี่แสนกว่า แต่มันทะลุไปแปดแสนเพราะว่าพอดีมันอยู่ในช่วงคาบเกี่ยวว่าผมต้องทำเครื่องตัดถ่างซื้อของอเมริกามาให้กับมูลนิธิที่ภาคใต้เอาไว้ช่วยคนระหว่างเส้นเข้าหาดใหญ่ปัตตานี เพราะว่ารถชนแล้วคนติดอยู่ภายในออกมาไม่ได้ เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ตัวนี้ พอได้มาไม่ถึงเดือนอุปกรณ์ชุดนี้ก็ช่วยชีวิตคนได้ถึง 6 คน ซึ่งคุ้มมาก แค่คนเดียวก็คุ้มแล้ว สำหรับเงินสี่แสน รวมทั้งพวกอุปกรณ์กระเป๋ายา อย่างพอเขาได้รับมอบปุ๊บ เขาก็สามารถช่วยชีวิตคนได้ 4 คน กระเป๋ายาใบเดียว เครื่องปั่นไฟ 9 เครื่อง เครื่องแรกพอผมส่งถึง ก็สามารถนำแสงสว่างเพื่อคน 5 ศพกลับมาให้ญาติได้เลย จากที่เขาไม่มีไฟก็เปิดไฟดวงนี้

เล็ก : ตอนนี้ใจถึงใจดูแลเด็กอยู่ที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้แถวโคกโพธิ์ด้วยครับ มีขนมของกินให้ทุนเรียน ส่วนน้องที่อยากจะเรียนเป็นอาสาพยาบาลฉุกเฉินเราก็ให้ทุนเรียน ปีที่แล้วส่งไปเรียน 20 คน จบหมดทุกคน ตอนนี้ก็กลับไปอยู่ในท้องถิ่นของ 3 จังหวัดดูแลในพื้นที่ ที่ปัตตานีผมมีอาสาอยู่ 40 คน ที่จะสอนเด็กนักเรียน ไปเยี่ยมคนแก่คนป่วย แต่บนเพจเราจะไม่เล่าถึงความเจ็บปวดหรือความทุกข์ ทุกอย่างมันคือความสุขที่ให้กัน

จากเหตุการณ์ที่เล็กได้ช่วยชีวิตคุณลุงคนหนึ่ง แล้วคนแชร์ในโซเชียล ยกให้เป็นพระเอกตัวจริง

เล็ก : การช่วยคนเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ว่าสมัยก่อนไม่มีกล้องไม่มีข่าว แล้วเราก็มาเร็วเคลมเร็ว เราทำแบบนี้บ่อยแล้วครับ มีทั้งรอดและไม่รอด หรือแม้กระทั่งแบบสุดๆ แล้วเราก็ทำให้เขาหลุดรอดออกมาก็มี มันมีหลายเหตุการณ์ที่เสี่ยงกว่าช่วยคุณลุงก็มี ต้องวิ่งฝ่ากระสุนเพื่อเข้าไปช่วยคนก็มี แต่มันไม่มีเรื่องราวมาบอกต่อ เพราะว่าเราไปเราไม่ได้ถ่ายรูป รหัสผมคือ “ดารา 6” แต่เพื่อนๆ จะเรียกผมว่า “ดาราบ้า” (ยิ้ม) เพราะว่าผมจะกล้าเข้าพื้นที่ ที่คนอื่นไม่กล้าเข้า เราไม่ได้มาบอกว่าเราเก่งมากนะ แต่เราถูกจัดสรรให้ไปอยู่ในที่ที่พอดีหลายครั้ง แล้วด้วยความที่เราเป็นคนชอบเรื่องแอดเวนเจอร์ วันนั้นผมไม่ได้ถ่ายรูปแน่นอนเพราะว่าผมไปคนเดียวจะไปหาแม่ คนที่ถ่ายคือคนอื่น พอไปถึงก็ไปเล่าให้แม่ฟังว่าเจออะไรมา จนเที่ยงก็มีคนมาเล่าให้ฟังว่ารูปผมลงโซเชียลเต็มไปหมด ผมก็เลยรู้สึกว่า อย่างน้อยถ้าคนจะเอาเป็นแบบอย่างก็ได้ คือเราอย่าคิดว่าธุระของเราสำคัญที่สุดมากกว่าชีวิตคนอื่น ถามว่าทำดีต้องการอะไร ทุกวันนี้ที่ทำก็ไม่ได้คิดว่าทำดีนะ เพราะว่าเราทำจนเป็นเรื่องเคยชินมาก เหมือนกับว่าเราตื่นมาแล้วต้องลืมตา มันอาจจะฟังดูดัดจริต แต่มันเป็นแบบนี้จริงๆ อธิบายไม่ได้ครับ

ฝันดี-ฝันเด่น เป็นคุณพ่อในแบบไหนกัน

ใหญ่ : ผมจะเป็นคนเฮฮา แต่ว่าอยู่ในระเบียบวินัย เพราะว่าบ้านผมจะฝึกมาให้อยู่ในกฎระเบียบวินัยแล้วชัดเจนกับสิ่งที่ทำ แต่ก็จะฟรีสไตล์นะ โลกกว้าง เราถูกสอนมาให้เผชิญกับโลกไม่อยากให้เป็นพ่อแม่รังแกฉัน (อยากให้ลูกเจริญรอยตามไหม?) แล้วแต่บุญวาสนาเขาครับถ้าสมมุติถึงเวลาเขาได้รับสิ่งนี้แล้วเขาก้าวเข้ามา ถ้ามีผู้ใหญ่เมตตาแล้วเขาทำได้ ผมก็อยากจะสนับสนุน แต่ใจจริงตอนนี้อยากให้เขาเรียนหนังสือให้ผ่านช่วงวัยของวัยรุ่นหน่อย เพราะว่าผมทำงานตั้งแต่อายุ 16 ก็รู้ว่ามันขาดหายไปบางส่วน เลยอยากให้เขาใช้ชีวิตวัยรุ่นสักนิดหนึ่งหลังจากนั้นต้องให้เขารู้จักทำงานรู้จักปากกัดตีนถีบ ว่ากว่าจะได้เงินมามันเป็นยังไง ผมมีลูก 2 คน คนโตผู้หญิงอายุ 17 สอบเข้าได้ที่ มศว.ประสานมิตร ส่วนคนเล็กเป็นผู้ชายเรียนอยู่ที่สาธิตประสานมิตรครับ

เล็ก : ตอนนี้ลูกสาวผมจะ 6 ขวบแล้วครับ ผมเป็นพ่อที่แบบเรื่อยๆ สบายๆนะ เลี้ยงลูกตามมีตามเกิด (หัวเราะ) คือก็เลี้ยงตามยุคนี้ แต่ก็จะใส่อะไรเข้าไป เพราะว่าเราเป็นคน 2 ยุคไง ยุคโบราณกับยุคใหม่ ฉะนั้นมันก็จะอยู่ตรงกลาง คือถ้าคนที่เกิดประมาณ พ.ศ.2520ลงไป จะเป็นยุคเก่าอยู่ ถูกเลี้ยงดูแบบระบบเก่า ดูได้จากวิชาการเรียนการสอน แต่ถ้าเป็นยุคนี้ จะเป็นอีกแบบแล้ว (วางแผนจะมีลูกอีกไหม?) ใหญ่ : พอแล้ว 2 คน ครบแล้วชาย 1 หญิง 1 แล้วใหญ่ทำหมันไปแล้วครับ (เล็กมีลูกน้อยไปไหม?) เล็ก : ไม่หรอกครับ อะไรคือตัววัดว่ามากไปน้อยไป บางคนชอบคิดแทนกันว่าต้องมีเท่านั้นเท่านี้ถึงจะพอผมว่าถ้าเราไปฟังเขาหมดไม่ได้หรอก ต่างคนเอาภาระของตัวเองเป็นตัวตั้งดีกว่า ถ้าเกิดไปคิดว่าความสุขเขามีลูก 3 คนเราต้องสุขเท่าเขา อย่าเอาคนอื่นมาเป็นตัวตั้ง เพราะขนาดนิ้วยังไม่เท่ากันเลย (ขณะที่ใหญ่ก็พยายามจัดสรรนิ้วมือตัวเองให้เท่ากัน..เล่นมุขกันได้ทุกเมื่อ)

ย้อนวันวานก่อนจะมาเป็นศิลปินดูโอ

เล็ก : จะเรียกว่าบังเอิญหรือยังไงล่ะ ตอนนั้นมันไม่ได้เรียกว่าบังเอิญมั้ง มันก็โชคช่วย เพราะสมัยนั้นการเข้าวงการยากกว่านี้ เพียงแต่ว่าจังหวะเวลามันพอดี เลยทำให้ได้มาเป็นนักร้อง แต่ก่อนนั้นเราได้เล่นมิวสิกวีดีโอของพี่เต๋า-สมชาย

ใหญ่ : อยู่ในทีมเต๋าหัวโจกก็สนุกดี วัยรุ่นอายุ 14-15 เราออกเทปชุดแรกตอนอายุ 16 แล้วใหญ่ก็ได้ถ่ายโฆษณาก่อนนะ มิสเตอร์โดนัทกับ อั๊ต-อัษฎา ตอนนั้นเล็กไม่ได้ไปด้วย ผมเลยเกิดคนเดียวก่อน (ยิ้มอ่อน)เราออกอัลบั้มทั้งหมด 4 ชุด และมีเพลงพิเศษอีก 4 เพลง ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จนะ มีการต้อนรับอย่างดี

เล็ก : เราไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อนเลยเข้ามาเรียนกับครูเต๋าตอนที่เข้ามาอยู่คีตาแล้ว ครูสอนร้องเพลงคนแรกคือครูเต๋า-ภราดร เพ็งศิริ เรียนอยู่ประมาณ 6 เดือนก็ได้ออกเทปเลย

เรียกว่าเหมือนฝันได้ไหม

เล็ก : เราไม่เคยฝันว่าจะเป็นนักร้องครับเราแค่รู้สึกว่าสนุกดี ไม่ได้รู้สึกหรอกว่าเราเป็นซูเปอร์สตาร์มันแค่รู้สึกว่าทำงานแล้วสนุกเจอคนเยอะ สนุกเดินทางมีแค่นั้น ซึ่งมันอาจจะแตกต่างกับตอนปัจจุบันนี้ คนละเรื่องเลย

ใหญ่ : ผมก็ไม่มีความฝันเลยนะตั้งแต่ตอนเด็กๆ เป็นแบบวัยรุ่นเฮฮาสนุก แต่เราฝันอย่างเดียวว่าอยากโตมาช่วยพ่อ-แม่ ไม่ให้พ่อ-แม่ลำบาก ช่วยปลดหนี้สินที่บ้านช่วยพี่ชายผ่อนจ่ายชำระหนี้ตึกแถว หนี้ของใครเราก็ช่วยกันหมด พอจบสิ้นเราก็ไม่มีอะไรแล้ว

ความภาคภูมิใจ

ใหญ่ : ภูมิใจที่เราได้เกิดมาในชีวิตหนึ่งแล้วทำให้ทุกคนได้รู้จักเรา ดูจากยอดเพลงเป็นตลับนะสมัยก่อน มีคนรู้จักเราหนึ่งล้านห้าแสนตลับ เราก็ถือว่ามีคนรู้จักเราเป็นล้านคนนะ แล้วทุกชุดก็ไม่ต่ำกว่าล้าน ทำให้เรารู้เลยว่ายังมีคนนิยมชมชอบและทำให้เราต้องยืนอยู่ในสังคมที่ชัดเจน
แล้วเมื่อถึงเวลาเราก็ต้องตอบแทนคืนสังคมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่เราทำได้ และไม่รู้สึกว่าเหมือนถูกบังคับผมภูมิใจทุกครั้งที่เวลาเดินไปไหน เด็กวัยรุ่นจะไม่ได้ทักอะไรเรามากมาย แต่ว่ารุ่นเราและรุ่นผู้ใหญ่ขึ้นไปรู้จักเรายิ้มให้เราและเข้ามาพูดคุย เราก็รู้สึกยินดีและภูมิใจอย่างมาก

เล็ก : ผมดีใจกับสิ่งที่ได้รับ แต่คำว่าประสบความสำเร็จสำหรับผม ไม่ใช่แค่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่ว่าขายได้ล้านตลับ คนรู้จัก แต่ประสบความสำเร็จคือคนเจอเราจนถึงทุกวันนี้ เขาอารมณ์ดีกับการที่ได้เห็นเรา ไม่รู้สึกตึงเครียดตรงนี้ผมว่าน่าจะเป็นความสำเร็จมากกว่า ภูมิใจที่ว่าพอทุกคนเห็นเราแล้วเขาพักในเรื่องความทุกข์ไปพักหนึ่ง แล้วได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติ ยิ้ม หัวเราะ แค่นั้นพอ เพราะแต่ละคนมีภาระของตัวเอง

สิ่งที่อยากจะทำ

ใหญ่ : ตอนนี้ผมคุยกับ น็อต-วรฤทธิ์ ไว้แล้วเป็นโครงการหนึ่งไร่พันใจ วัดโรงเรียนบ้าน เหมือนผมจะหาทุนที่ละห้าหมื่น แล้วก็หนึ่งไร่ทำเศรษฐกิจ เลี้ยงปลาเอาไว้กินโดยที่ไม่ต้องคิดใหม่ แล้วเอาปราชญ์ของแต่ละชุมชนเอานักวิชาการ นักเรียน คุณครู พระ มาอยู่ร่วมกัน แล้วทำกิจกรรมให้ต่อยอดไป เด็กก็จะได้รู้จักคำว่าวินัย อดออม และใฝ่รู้ เราจะเริ่มต้นที่นครนายกเป็นที่แรก ต่อไปก็จะข้ามไปแถวมหาสารคาม อุบลราชธานี ไปร่วมกับทหารเรือริมน้ำโขง แล้วผมก็ได้คุยกับเจ้าของตลาดหลายๆ ที่ครับว่าถ้าเกิดเรามีผลิตภัณฑ์จากชุมชนนี้จะรับไหม เราตั้งใจว่าจะทำให้เป็นพรีเมียม ของต้องโดดเด่น ชัดเจน

เล็ก : คิดแบบโลภๆ เลย ก่อนตายผมอยากมีศาลเจ้าเป็นของตัวเอง กับโรงพยาบาลขนาดเล็ก ศาลเจ้าที่ต้องทำเพราะว่าอยากให้คนมีแหล่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ประเด็นตอนแรกไม่ได้คิดหรอก แต่ว่าพักหลังผมไปเจออาจารย์เฉลิมชัย ไปวัดร่องขุ่น เจออาจารย์ถวัลย์ เจอศาลเจ้าที่เขาทำขึ้นมา มันก็เป็นความโลภของมนุษย์ที่เราก็เป็น เราก็คิดว่าถ้าเรามีโอกาสไม่เดือดร้อนใครแล้วเราทำได้เองนะ ทำไว้ให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ ให้คนเตือนสติว่ายังมีศาสนา คุณธรรม ส่วนโรงพยาบาลที่อยากทำควบคู่กันเพราะว่ายังมีคนจนคนที่มีฐานะที่แตกต่างกัน ที่เงินร้อยบาทของเรามีค่าน้อย แต่สำหรับเขาเงินร้อยบาทมันมีค่ามาก ในเมื่อเราจะเป็นผู้ให้แล้วผมว่าก็ให้มันสุดๆ ไปเลย ผมใฝ่ฝันเลยว่าจะทำศาลเจ้าที่เป็นสีแดง เพราะว่าผมเป็นคนจีน คือจะเป็นศาลเจ้าที่มีสีแดง 90 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นก็จะเป็นสีทอง แล้วคนก็จะได้เข้าไปกราบไหว้บริจาค แต่ผมจะไม่ใช้คำว่าบริจาค ทุกวันนี้เวลาไปให้ของใครผมไม่ใช้คำว่าบริจาคนะครับ แต่ผมบอกว่ามาแบ่งปัน เพราะว่าการบริจาคมันเหมือนเราดูถูกเขาว่าด้อยกว่า

และนี่คือตัวตนที่แท้จริงของ 2 หนุ่ม ที่น้อยคนนักจะรับรู้ เพราะภาพเบื้องหน้าผ่านจอโทรทัศน์ พวกเขาคือผู้มอบความบันเทิง เสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม

กุหลาบสีเงิน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top