วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / บันเทิง
เปิดใจ ‘แต๊ก-วรวัฒน์’ เจ้าของแบรนด์แปรงสีฟัน  ‘BRUSH ME’ (บลัชมี) กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

เปิดใจ ‘แต๊ก-วรวัฒน์’ เจ้าของแบรนด์แปรงสีฟัน ‘BRUSH ME’ (บลัชมี) กว่าจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

วันอาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.
Tag : คนที่ฉันรอ เจ้าของแบรนด์แปรงสีฟัน แต๊ก-วรวัฒน์ บลัชมี เพลงโฆษณาชุด BRUSH ME
  •  

นับเป็นแบรนด์เล็กแต่ไม่ทำธรรมดา ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการธุรกิจแปรงสีฟันมาแล้วกว่า 9 ปี สำหรับแบรนด์ “BRUSH ME”(บลัชมี) นับเป็นแบรนด์ที่มีจุดเริ่มต้นและเติบโตมาจากต่างจังหวัด แต่สำหรับตลาดในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯและปริมณฑล แปรงสีฟัน BRUSH ME นับว่าเป็นน้องใหม่ ดังนั้น คุณแต๊ก-วรวัฒน์ เล้าอารยะรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เล้าอารีย์ เทรดดิ้ง จำกัด จึงขอผุดไอเดียสร้าง Awareness กับคนเมือง เดินเครื่องลงทุนทำหนังโฆษณาชุด “ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง (Changing)”

พร้อม MV เพลง “คนที่ฉันรอ (CHANGING)” โดยได้ร่วมกับค่ายเพลง SRPLABEL คว้าศิลปินมากความสามารถวง BLUESHADE มาร่วมแต่งเพลงโฆษณาชุดนี้ให้และปล่อยหนังโฆษณาพร้อมกับ MV ในช่องทางออนไลน์ จนทำให้กระแสตอบรับดีเกินคาดเพราะเพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ยอดการรับชม MV ใน Youtube ก็พุ่งเกินล้าน ล่าสุด “บันเทิงแนวหน้าวาไรตี้” ได้รับเกียรติจาก คุณแต๊ก- วรวัฒน์ พูดคุยเกี่ยวกับความสำเร็จก้าวแรกของหนังโฆษณาชุด “ถึงเวลาเปลี่ยนแปลง (Changing)” ให้ฟังว่า


การทำหนังโฆษณาแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ใหม่มากสำหรับ BRUSH ME เราได้ลองสิ่งที่เราไม่เคยทำ เพราะปกติเราทำการตลาดแค่แบบB2B จะมีสื่อโฆษณาก็เพียงแค่ ณ จุดขายเท่านั้นเคยลองทำสื่อโฆษณาทางออนไลน์เมื่อ 2 ปีก่อน แต่ก็ไม่ได้โปรโมทมากนัก แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นความตั้งใจในทำการตลาดแบบ B2C อย่างเป็นทางการและเกือบเต็มรูปแบบครั้งแรกซึ่งผลตอบรับที่กลับมาจากหนังโฆษณาชุดนี้นับเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับแบรนด์เล็กในเมืองใหญ่

ซึ่งผลตอบรับที่กลับมาจากหนังโฆษณาชุดนี้นับเป็นสัญญาณการเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับแบรนด์เล็กในเมืองใหญ่อย่าง BRUSH MEโดยส่วนหนึ่งต้องให้เครดิตวง BLUESHADE ที่แต่งเพลงดีๆ ออกมาได้ตรงใจอย่างที่เราคาดไว้และขอบคุณทาง SRP LABEL ที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยโปรโมทหลังจากนี้เราได้วางแผนจะเผยแพร่โฆษณาชุดนี้ผ่านทางสื่อ Out Of Home ทั่วกรุงเทพฯ และ Print AD ที่อยู่บนรถสาธารณะต่างๆ ด้วย โดยผมคาดว่าจากการทำหนังโฆษณาชุดนี้ ประกอบกับทาง BRUSH ME กำลังจะมีสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด จะสามารถทำรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ15%-20% จากปีก่อน

นอกจากนี้ คุณแต๊ก-วรวัฒน์ ยังได้เล่าถึงที่มาที่ไปของจุดเริ่มต้นการทำธุรกิจแปรงสีฟัน BRUSH ME ให้ฟังกันต่อว่า

หลังจากเรียนจบมาก็สมัครทำงานที่สถาบันการเงินแห่งหนึ่งในตำแหน่ง complianceofficer แต่อย่างที่รู้กันว่าการเริ่มต้นงานในธนาคารนั้นเงินเดือนค่อนข้างน้อยไม่พอใช้และรูปแบบงานไม่เหมาะกับ life style ของเรา จึงยังต้องพึ่งพาเงินของที่บ้านในแต่ละเดือน ในช่วงนั้นคุณพ่อจึงไม่พอใจและว่ากล่าวเรื่องการทำงานและการใช้เงิน ด้วยความเป็นวัยรุ่นและทิฐิที่มี จึงอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยการหาอะไรทำสักอย่างเพื่อหาเงินให้พอใช้โดยไม่ต้องพึ่งพาที่บ้าน ขณะนั้นเราได้เดินทางไปงานแสดงสินค้าที่เมืองจีน ซึ่งจริงๆ เป็นการเปลี่ยนสถานที่เที่ยวพบปะเพื่อนฝูง จึงชักชวนเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่เมืองจีน โดยเอางานแสดงสินค้าเป็นข้ออ้างบอกที่บ้านในการเดินทางไป และได้นำโบรชัวร์แปรงสีฟันกลับมาเมืองไทยเพื่อยืนยันว่าเราไปทำงานนะ ซึ่งจริงๆ เดินงานแฟร์ไม่ถึงชั่วโมงก็กลับไปเที่ยวต่อ หลังจากกลับมาเมืองไทยก็ยังคงทำงานที่ธนาคารแห่งนั้นต่อไป จนกระทั่งวันหนึ่งไม่มีอะไรทำ จึงนอนก่ายหน้าผากคิดถึงโบรชัวร์ที่หยิบกลับมานอนดู แล้วรู้สึกว่า เฮ้ย! แปรงสีฟันนี่สวยดีนะ จึงสอบถามกลับไปที่เมืองจีนถึงต้นทุนราคาสินค้า และกลับมาดูราคาขายแปรงสีฟันตามร้านสะดวกซื้อ และเห็นช่องทางการขายว่าสามารถทำกำไรได้ จึงเริ่มสั่งสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน

หลังจากที่ได้นำเข้าแปรงสีฟันมาจากเมืองจีน ด้วยเงินลงทุนก้อนแรก 40,000บาท ก็ไม่รู้จะขายใคร เพราะทั้งตู้คอนเทนเนอร์มีสีเดียวแบบเดียว จึงเริ่มจากการบังคับขายเพื่อนที่สนิทกันก่อน แต่ด้วยความที่เพื่อนสนิทมีจานวนจำกัด สินค้าก็ไม่ได้ลดลงเลย จึงต้องพยายามหาทางอื่นในการระบายสินค้า จึงนำแปรงสีฟันไปเปิดท้ายขายในตลาดที่สมุทรสาคร ด้วยค่าเช่าแผง 200 บาท/วันแต่ปรากฏว่าเปิดอยู่ทั้งวันก็ขายไม่ได้เลยแม้แต่ชิ้นเดียว ก็กลับบ้านมาคิดใหม่ว่าเราอาจจะทำธุรกิจผิดที่ผิดทาง จึงหาที่ขายใหม่โดยถัดมา เรานำแปรงสีฟันไปขายที่ตลาดเช้าที่สำเพ็ง ขายตั้งแต่ตี 1-7 โมงเช้า วันนั้นฝนตกแรงมาก ถือของหนีน้ำหนีแมลงสาป แต่ปรากฏว่าก็ขายไม่ได้อีกเช่นเดิม จึงเริ่มการความท้อแท้ เพราะด้วยความเป็นคนสบายมาแต่เด็ก ไม่เคยเจอความลำบาก ก็เลยปรับทุกข์กับคุณแม่ โดยที่คุณแม่ก็ให้กำลังใจและให้แนวทางความคิดที่ดี เพราะด้วยว่า 2 ที่ที่ผ่านมา พยายามขายปลีกแต่ไม่คุ้มค่ากับเวลาและการลงทุน จึงแนะนำให้เราไปค้าส่ง จึงเกิดแรงบันดาลใจจึงพยายามหาที่ขายส่ง และที่ขายส่งที่แรกของเราคือร้านค้าส่งประจำจังหวัดสุพรรณบุรีโดยการแนะนำของเพื่อนที่รู้จักกัน หลังจากนั้นจึงเริ่มเห็นลู่ทาง จึงเริ่มออกเดินทางไปทุกจังหวัดเพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในร้านขายส่งทุกๆ จังหวัด

โดยใช้วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ในช่วงว่างๆ จากการทำงานจันทร์-ศุกร์ เราจะทำการ research ว่าจะไปไหน เราวางแผนเส้นทางจาก google ทำเส้นทางการเดินทาง และโทรศัพท์นัดหมายเพื่อเข้าพบในวันเสาร์-อาทิตย์ บางร้านตอบรับนัดหมาย บางร้านไม่สามารถนัดหมายวันเสาร์ได้ หลังจากเริ่มต้นขายส่งเป็นระยะเวลาประมาณครึ่งปี เราพอจะมีรายได้ cover เงินเดือนจากงานประจำ ประจวบกับคุณพ่อเสียอย่างกะทันหัน จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาทุ่มเทให้กับการขายอย่างเต็มที่ เพราะเราเห็นลู่ทางในการกระจายสินค้าและเติบโตได้มากขึ้น จึงเริ่มวางแผนออกเดินทางขายสินค้าตามเส้นทางหลักๆ ในทุกจังหวัด หลังจากที่เรามีชื่อเสียงมากขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น

จึงเริ่มมีตัวแทนจากหลายจังหวัดติดต่อเข้ามาเพื่อขอนำสินค้าไปจำหน่ายต่อ จึงทำให้แปรงสีฟันของเรามีคนรู้จักมากขึ้นในตลาดล่างและตลาดกลาง และตัวแทนได้นำไปเสนอในตลาดราชการและได้รับการตอบรับที่ดี เราจึงต้องพัฒนาสินค้าและแบรนด์ของเรา จึงทำการ rebranding สร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆที่ดีขึ้น และย้ายโรงงานผลิตจากประเทศจีนไปยังประเทศเวียดนาม ได้เริ่มร่วมทุนกับโรงงานที่เวียดนามเพราะเรามองถึงการพัฒนาธุรกิจและตัวสินค้าในระยะยาว หลังจาก rebrandingstep ต่อมาคือนำสินค้าเข้าจำหน่ายในห้างร้าน modern trade ชั้นนำ ซึ่งถือว่าเป็นความตั้งใจและเป้าหมายที่คิดไว้แต่ต้น เพราะเราต้องการให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักและยอมรับของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เราจึงตั้งใจแต่งตัวใหม่ ปรับลุคของผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยเหมาะกับทุกๆ ตลาดมากยิ่งขึ้น จนมาถึงปัจจุบัน

ในช่วงแรก เราไม่มีความรู้เรื่องสินค้า ตลาด และการนำเข้าส่งออก ไม่มีความรู้ความถนัดในการทำงานแนวนี้ จึงเกิดความผิดพลาดในกระบวนการนำเข้าสินค้า สินค้าที่นำเข้ามาในตู้แรกมีแบบเดียว สีเดียว ไม่เป็นที่ต้องการของร้านค้า เมื่อเริ่มขายได้ แบรนด์ของเราก็ยังไม่มีคนรู้จักมากนัก สำหรับร้านค้าจึงไม่สนใจที่จะนำสินค้าของเราไปวางจำหน่าย ทั้งยังมองตลาดไม่ออก สินค้าช่วงแรกไม่ตรงกับความต้องการของตลาด การมองตลาดไม่ออกคิดเองเออเองทำให้สินค้าไม่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ขาดความรู้เรื่องการผลิตจึงโดนโรงงานหลอก และโดนลูกค้าต้ม และด้วยเงินทุนที่มีไม่มาก ต้องค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยเพื่อใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาดจึงสร้าง brand awarenessได้ช้า

ด้วยความที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองให้ที่บ้านรู้ และคุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จคนหนึ่งผู้ซึ่งเคยเริ่มต้นการทำธุรกิจจากศูนย์ เราจึงเห็นว่าเราเองมีโอกาสที่ดีกว่าหลายๆ คน การเริ่มทำธุรกิจที่เป็นของตัวเองให้ประสบความสำเร็จโดยไม่พึ่งพาที่บ้านจึงไม่น่าจะยากเกินความสามารถของตนเอง ด้วยความที่เป็นคนมองโลกในแง่บวก ไม่คิดมาก ชอบแก้ไขปัญหา และมี freedom to fail มากกว่าผู้อื่น แม้ล้มเรารู้ว่ายังมีคนซัพพอร์ต ซึ่งนี่ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่เราได้รับมาแต่เกิด จึงทำให้เราเดินหน้ามาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ และจะก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อทำให้แบรนด์บลัชมีเป็นแปรงสีฟันที่อยู่คู่คนไทยไปอีกนานๆ

ในส่วนของการ OEM หรือรับผลิตแปรงสีฟัน เราอยากได้รับโอกาสจากองค์กรใหญ่ๆ ในการผลิตแปรงสีฟันที่มีคุณภาพให้แก่ลูกค้า ในส่วนของแบรนด์ BRUSH ME เองเราอยากเห็นแปรงสีฟันบลัชมีเป็นที่รู้จักของทุกๆ คน และได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพช่องปากของคนไทยทุกคน รวมถึงได้วางจำหน่ายอยู่ในร้านค้าทั่วไปครอบคลุมทั่วประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านภายในปี 2562

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘สืบ ตม.’ไล่กวด สกัดจับทันควัน แก๊งพม่าขนแรงงานต่างด้าวเต็มคันรถกว่า 50 ราย

รองปลัดติวเข้มข้อกฎหมายเทศกิจ มุ่งจัดระเบียบพื้นที่

คปท. บี้ ป.ป.ช. เร่งคดีชั้น 14 ขยายผลหาผู้ร่วมทำผิดเพิ่ม จี้ฟัน 12 ข้าราชการ

ตะลึงตาค้าง! ลิซ่า ลลิษา ปล่อยภาพลุค After Party งานลูกโลกทองคำ สวยแซ่บในชุดซีทรู

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved