วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่หลายคนจับตาเลยทีเดียว สำหรับผลงานชิ้นใหม่ของ เลยดูดี สตูดิโอ ร่วมกับทางประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ได้จับมือกันเนรมิตรโปรเจกต์ใหม่สร้างซีรีส์แนวลึกลับที่มีความเป็นไทยรวมอยู่ โดยได้ศิลปินหนุ่มเกาหลีสุดฮอตอย่าง อีทงเฮ (Lee Dong Hae) วง ซูเปอร์จูเนียร์ (Super Junior) มาเป็นนักแสดงนำแบบเต็มตัวครั้งแรกสำหรับผลงานในต่างประเทศ
โดยในวันนี้ อีทงเฮ พร้อมผู้กำกับ พี่เอ๋ ศุภกร เหรียญสุวรรณ แห่ง เลยดูดี สตูดิโอ ที่เคยร่วมงานกับศิลปินเกาหลีสร้างผลงานดีให้ได้ชมกันมาแล้วนั้น ได้ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่นี้ พร้อมเผยความรู้สึกในการเตรียมตัว และความคาดหวังต่อผลงานชิ้นนี้ว่า
.jpg)
‘เลยดูดี สตูดิโอ’ ชักชวนศิลปินเกาหลีมาแสดงละครไทยอย่างต่อเนื่อง ทำไมครั้งนี้ ทงเฮ ถึงได้มาร่วมในโปรเจกต์นี้ ?
ผู้กำกับ : จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ทาง เลยดูดี และ SM TRUE และ SM Entertainment ได้มีการร่วมกันทำโปรเจกต์กันมาบ้าง พอโปรเจกต์นี้เกิดขึ้น ทางเลยดูดี ได้ร่วมมือกับทางอเมริกา ทำโปรเจกต์นี้ขึ้นมา ก็เลยมีการพูดคุยกับทาง SM TRUE และ SM Entertainment ว่าจะสามารถหาศิลปินของทางค่ายมาร่วมด้วยได้ไหม / ตัวคอนเซปต์เราอยากได้ศิลปินหลายๆ ประเทศอยู่แล้ว ทาง SM จึงเสนอ คุณทงเฮ มา ก็เลยได้ทำการพูดคุยกัน
เผยถึงโปรเจกต์นี้ว่าเกี่ยวกับอะไร ?
ผู้กำกับ : ด้วยความที่โปรเจกต์นี้ดำเนินมานานมากแล้ว โปรเจกต์นี้เกิดจากการพูดคุยกันกับทางอเมริกาว่าเราอยากจะทำโปรเจกต์นึงขึ้นมา ด้วยสเกลของโปรเจกต์คือการนำศิลปินเอเชียจากหลายๆ ประเทศมาร่วมในซีรีส์นี้ คอนเซ็ปต์ของซีรีส์เป็นแนวลึกลับ ซึ่งความลึกลับจะมีหลากหลายประเภท โดยหนึ่งในนั้นที่ทางอเมริกาสนใจในประเทศไทย คือ ประเทศไทย มีวัตถุดิบหลายอย่างที่ดูลึกลับ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรมบางอย่าง เช่น การไหว้ผี พญานาค คือเรามีอะไรเยอะแยะมากที่มีความเป็นแฟนตาซี ทางอเมริกาเลยมองว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะนำศิลปินจากหลายๆ ประเทศในเอเชียมาร่วมผจญภัยในประเทศไทย เลยเกิดเป็นโปรเจกต์นี้ขึ้นมา เป็นโปรเจกต์ที่ใหม่มากที่หลายประเทศจะมาทำงานร่วมกัน
ทำไมถึงเลือกทงเฮเข้ามาร่วมในโปรเจกต์นี้ ?
ผู้กำกับ : เขาหล่อครับ / จากการพูดคุยมาคุณทงเฮมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกประทับใจ คุณทงเฮ ถ้าหากมองเข้าไปในแววตาเขา คุณจะรู้สึกทันทีว่าเขามีอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เวลาเขายิ้มเขาก็จะเหมือนมีความเศร้าที่ซ่อนอยู่ เวลาที่เขาเศร้าแววตาของเขาก็มีความขี้เล่นในตัวเอง มีความมีเลเยอร์ในตัวเอง นี่คือเหตุผลหลักที่ประทับใจตอนที่ได้พูดคุยกัน เป็นจุดที่แข็งแรงที่สุดของเขาเลยครับ
นับว่าเป็นการแสดงละครเต็มตัวครั้งแรกในไทย รู้สึกอย่างไรบ้าง ?
อีทงเฮ : ตอนนี้ผมมีความสุขมากๆ เพราะว่าผมเคยฝันมาตลอดว่าอยากมีโอกาสถ่ายทำในประเทศไทย แล้วเหมือนตอนนี้ความฝันของผมเป็นจริง และยิ่งมีความสุขมากยิ่งขึ้นที่ได้ร่วมงานกับผู้กำกับที่หล่อกว่าตัวผม / พี่เอ๋(ผู้กำกับ) หล่อที่สุดในประเทศไทยเลยครับ ส่วนผมเป็นอันดับ2 ถ้าอยู่ในประเทศไทยครับ
.jpg)
อยากให้คุณทงเฮพูดถึงการเตรียมตัวสำหรับโปรเจกต์นี้ ?
อีทงเฮ : ตั้งแต่ที่ผมได้บทมา พออ่านดูก็รู้สึกอินไปกับบทมากๆ เพราะบทสนุกมาก ผมชอบมากๆครับ พอได้อินไปกับบทก็รู้เป็นเสน่ห์ ผมถึงตั้งใจฝึกซ้อมครับ สำหรับการเตรียมตัวระหว่างที่มีงานที่ต่างประเทศ ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศผมก็จะติดบทไปด้วย หรือถ้าสงสัยอะไรผมก็จะส่งอีเมลไปถามผู้กำกับ ถ้ามีคำถามก็จะถามเรื่อยๆ เพื่ออัพเดตและเข้าใจบทมากขึ้นครับ เมื่อวานนี้ ผมได้มีโอกาสซ้อมกับพี่เอ๋แล้วด้วย ผมรู้สึกว่าตั้งใจเตรียมงานนี้มากๆเลยครับ
คุณทงเฮชอบอะไรในโปรเจกต์นี้ถึงได้ตกลงมาร่วมงานด้วย ?
อีทงเฮ : ผมชอบบทมากๆเลยครับ พออ่านดูแล้วก็รู้สึกอินกับบทมากๆ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ ตอนที่ไปมีตติ้ง พอได้ยินว่าอันนี้เป็นผลงานที่ได้ถ่ายทำในประเทศไทย พอได้ยินว่าเป็นประเทศไทย ผมไม่มีคำว่าลังเลเลย ผมอยากทำมากๆ และตัดสินใจรับงานเลยครับ มันเป็นโอกาสดีมากๆ เพราะทุกคนเคยเจอผมในฐานะทงเฮ ของวง Super Junior มาก่อน พอครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่จะให้ทุกคนได้เห็นมุมมองใหม่ๆของผมในฐานะนักแสดง
ได้ร่วมงานกับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย รู้สึกกดดันไหม ?
อีทงเฮ : ปกติผมไม่ได้เป็นคนที่เครียดง่ายเลย แต่ในครั้งนี้พออ่านบทและตัดสินใจจะร่วมงานนี้ ก็รู้สึกกดดันมาก ถึงขั้นทานข้าวก็ไม่ค่อยได้ รู้สึกปวดท้องยังไงก็ไม่รู้ นอนไม่ค่อยหลับ แต่ก็เชื่อว่าผมจะทำออกมาได้ดีเพราะว่าเตรียมตัวมาสักพักนึงแล้วและก็ตั้งใจมากครับ / เมื่อวานที่ไปทานข้าวเย็นกับพี่เอ๋ คือทานข้าวอร่อยมาก พูดคุยกันสนุกมาก แต่จะบอกว่าข้างในคิดอยู่ว่า ‘นี่เรามาทานข้าวแบบนี้ได้เหรอ?’ ‘ต้องกลับไปอ่านบทหรือเปล่า?’ ‘เราอยู่อย่างนี้ได้เหรอ?’ ในสมองคือเต็มไปด้วยบท ‘หรือว่าเราต้องกลับไปซ้อมหรือเปล่า?’
ผู้กำกับ : ถึงว่าเมื่อวานดูไม่ค่อยทานข้าว ชวนกินก็นั่งนิ่งๆ อ๋อเข้าใจแล้ว
อีทงเฮ : ผมเพิ่งเคยเจอตัวเองแบบนั้นนะครับ เพราะเท่าที่รู้จักตัวเองมา ผมเป็นคนชอบออกกำลังกายแล้วจะทานเยอะมาก แต่เมื่อวานนี้คือไม่ใช่ตัวผมเลยครับ รู้สึกเหมือนทุกคนในห้องอาหารสนุกสนานกันมาก แต่มีผมคนเดียวที่กำลังคิดเรื่องบทอยู่
ผู้กำกับ : เห็นแล้วครับ เมื่อวานทานข้าวเห็นเขาเอาบทมาด้วย
อีทงเฮ : ผมพยายามที่จะเป็นหนึ่งเดียวกันกับบทไปเลยครับ
ผู้กำกับ : ด้วยการถือตลอดเวลาใช่ไหมครับ (ขำเอ็นดู)
อีทงเฮ : ผมอยากขอบคุณพี่เอ๋มาก เมื่อวานตอนซ้อมกัน ผูกำกับสอนละเอียดมาก บอกรายละเอียด อธิบายทุกสิ่ง ทำให้ผมเข้าใจมากขึ้น ผมรู้สึกว่าพี่เอ๋เป็นผู้กำกับที่ดีมากๆ และคิดว่าเราจะมีโอกาสได้เจอผู้กำกับที่ดีแบบนี้อีกไหมก็ไม่รู้ มันทำให้ผมคิดว่าพี่เอ๋เป็นพระเอกไปเลยดีไหม พี่เอ๋แสดงเองเลยดีกว่า
ผู้กำกับ : ไม่งั้นจะไม่มีคนกำกับไง
.jpg)
คุณทงเฮอยากแนะนำสมาชิก Super Junior คนไหนให้มาลองแสดง หรือมีผลงานการแสดงในประเทศไทยไหม เพราะอะไร ?
อีทงเฮ : แต่ผมอยากถามพี่เอ๋มากกว่า ว่าพี่เอ๋อยากร่วมงานกับคนไหน
ผู้กำกับ : มีอยู่คนนึงที่เป็นคู่จิ้นกับทงเฮใช่ไหม
อีทงเฮ : ใช่ครับ
ผู้กำกับ : อยากเจอคนนั้น
อีทงเฮ : เพื่อนผมคนนั้นพูดภาษาไทยเก่งมากครับ จะบอกว่าภาษาไทยที่เขาพูดชัดที่สุดคือคำว่า “จั๊กกะจี้” ครับ
ผู้กำกับ : แล้วทงเฮพูดได้ไหม
อีทงเฮ : ผมเหรอครับ? “จั๊กกะจี้” “คิดถึงจังเลย” “ผมเซ็กซี่ไหม” (พูดภาษาไทย)
ทำงานในวงการมาหลายอย่างมาก ถึงวันนี้อยากให้ผู้คนจดจำคุณทงเฮในแบบไหน ?
อีทงเฮ : คำถามนี้ยากมากเลยครับ พอได้คำถามแบบนี้ก็เขินนะครับ แต่ว่าขออนุญาตพูดออกมาจากใจจริงของผมตอนนี้เลย ว่า ผมอยากจะเป็นความฝันของคนใดคนนึงครับ ความฝันอันนั้นอาจจะไม่ได้เป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่มากๆ ก็ได้ แค่อยากเป็นศิลปิน นักแสดง หรืออะไรก็ได้ที่เป็นคนที่เป็นแรงบันดาลใจ เป็นความฝันของคนๆนึงได้ครับ เพราะแบบนั้นผมจึงจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี ดังนั้นผมจึงจะไม่หยุดในการเรียนรู้ หรือ ค้นพบตัวเองทั้งในด้านการแสดงหรือด้านดนตรีหรือเพลงครับ
.jpg)
นอกจากโปรเจกต์ละครเรื่องนี้ คุณทงเฮ ในปีนี้จะมีผลงานอื่นๆในประเทศไทยอีกไหม (ทั้งงานเดี่ยวและงานวง) ?
อีทงเฮ : ผมว่าน่าจะต้องมีผลงานกับพี่เอ๋เป็นครั้งที่ 2 หรือเปล่าครับ
ผู้กำกับ : ก็อยู่ที่วันถ่ายนี่แหละ ว่าจะทำให้ถ่ายนานไปไหม
อีทงเฮ : งั้นเรามาตั้งใจถ่ายทำงานนี้ให้ดีก่อนนะครับ ถ้าในอนาคตมีโอกาสแบบนี้อีกก็รู้สึกขอบคุณและรู้สึกดีมากๆ สำหรับผมและวง Super Junior แน่นอนว่าพวกเราชอบกลับมาประเทศไทยและก็รักประเทศไทยมาก ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ได้ที่มีในประเทศไทย ก็หวังว่าเราจะได้มีโอกาสกลับมาหาทุกคนในเร็วๆ นี้ครับ
มาไทยครั้งนี้เตรียมภาษาไทยมาฝากแฟนๆไหม ?
อีทงเฮ : แน่นอนครับ (พูดภาษาไทย) ผมรักประเทศไทยมากๆ ผมพยายามเรียนภาษาไทยตลอดครับ
ผู้กำกับ : ผู้กำกับหล่อมาก
อีทงเฮ : ‘พูดภาษาไทยตาม : ผู้กำกับหล่อมาก” ถูกต้องครับ ผมเตรียมภาษาไทยมาด้วยนิดนึงนะครับ (หยิบโพย)
อีทงเฮ : ‘ดีใจมากครับที่ได้มาถ่ายที่ประเทศไทย รอติดตามด้วยนะครับ’ เข้าใจกันใช่ไหมครับ แต่ว่าหน้าทุกคนบอกชัดมากว่าไม่เข้าใจ สำหรับคนไหนที่วันนี้ไม่เข้าใจให้เป็นเป็นการบ้านนะครับ เจอกันครั้งหน้ามาบอกด้วยนะครับว่า ภาษาไทยที่ผมพูดไป ผมพูดอะไรไปบ้าง
.jpg)
ฝากให้แฟนๆ ติดตามผลงานชิ้นนี้?
อีทงเฮ : ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ครับที่ได้โอกาสนี้ การได้มาเมืองไทย ได้ถ่ายทำในประเทศไทย และได้มีโอกาสโชว์มุมมองใหม่ๆ ของผม ผมรู้สึกขอบคุณมากๆ เลยครับ ผมจะตั้งใจถ่ายทำแบบที่เตรียมการกันไว้ หวังว่าทุกคนจะติดตามและรักผลงานชิ้นนี้ด้วย
ผู้กำกับ : อยากฝากให้ติดตามผลงานชิ้นนี้กันนะครับ ผลงานนี้มันไม่ใช่แค่ซีรีส์ธรรมดา แต่ความตั้งใจของโปรเจกต์นี้เกิดจากการที่เราเอาความฝันของศิลปินแต่ละประเทศมารวมกันในประเทศไทย เรื่องราวที่ถ่ายทอดก็มีความเป็น element ฉากหลัง จิตวิญญาณของไทยปะปนอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ โดยที่มีศิลปินจากหลายๆ ประเทศมาเป็นส่วนหนึ่ง สิ่งหนึ่งที่ได้จากการถ่ายทำทีละคนๆ มา คือเราได้มิตรภาพ แม้ว่าจะเจอทงเฮเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เราสัมผัสได้ว่าเราได้มิตรภาพกับเขาและกับทุกๆ ประเทศที่เข้ามา ดังนั้น ผมเชื่อว่านอกจากจะสนุกกับซีรีส์ลึกลับเรื่องนี้แล้ว คุณจะได้ความรู้สึกอบอุ่นของความเป็นเอเชียด้วยกันที่มาร่วมกันทำโปรเจกต์นี้ครับ
ก่อนที่ทงเฮจะปิดท้ายการสัมภาษณ์ในครั้งนี้ด้วยคำว่า “รักนะจุ๊บๆ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี