วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
แจ้งเกิดหลังประกวดหาหนุ่มหน้าใหม่ประดับวงการบันเทิง ภายใต้สังกัด บราโว่ บอยส สำหรับ อู๋-เอกพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ, ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชวลีกุล, ภาม-ธนดล เอื้อพงษ์, วิน-ภวินท์ กุลการัณยวิชญ์, มาตินไซเดิ้ล, หลุยส์-ธณวิน ธีรโพสุการ, แม็ก-นัฐพงษ์ บุญยืน, ซึ่งตอนนี้มีผลงานซีรี่ส์ “Bangkok Buddies ใจกลางเมือง” เขียนบทและอำนวยการสร้าง เอกชัย เอื้อครองธรรม กำกับการแสดง น๊อต-พงศธร ทองเจริญ ผลิต บราโว่ ! สตูดิโอ ออกอากาศ ทุกวันอังคาร เวลา 21.25-22.25 น.ทางช่อง GMM 25 โดยวันนี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า”ขอพาไปทำความรู้จักกับเหล่าบรรดาหนุ่มๆ หน้าใสพร้อมเปิดใจเล่าถึง ความฝัน จุดเริ่มต้นของการเข้าวงการบันเทิง
จุดเริ่มต้นสู่การเข้าประกวด ‘บราโว่ บอยส’ ?
ฟิวส์ : “ผมเห็นจาก ประกาศผ่านทางเฟซบุ๊ค เป็นครั้งแรกก็สนใจอยากจะลองมาหาประสบการณ์ให้ตัวเอง
ติน : มีครูที่สอนการแสดงมาบอกให้ผมลองไปแคสติ้งดูนะครับ ผมก็มองว่าจะเป็นโอกาสที่ดีก็เลยมาลองดู
แม็ก : “ผมเห็นในทีวี”
เฮิร์ธ : “ส่วนผมแม่มาบอกครับเลยอยากจะลองมาแคสติ้งดู”
หลุยส์ : “ของผมเพื่อนส่งมาบอกแล้วก็เห็นมีในเฟซบุ๊คประกาศ ก็เลยอยากจะลองสักตั้ง ครับ”

อู๋-เอกพล ดีบุญมี ณ ชุมแพ
ยากแค่ไหน?
อู๋ : “ จริงถือเป็นประสบการณ์มากกว่านะครับในการที่ได้ทำตรงนี้ แล้วน้องทุกคนก็มีเป้าหมายของตัวเองที่อยากจะทำ หรือบางคนมีเป้าหมายที่อยากจะเป็นนักแสดงอยู่แล้วก็ได้ลองมาทำตามความฝันของตัวเอง แต่โดยส่วนตัวผมเอง ผมทำธุรกิจเป็นบาริสตาร์เกี่ยวกับกาแฟอยู่แล้วก็เหมือนเป็นอีกมุมที่อยากจะลอง ให้ได้ออกมาจากโซนของตัวเองเพื่อที่จะมาทำอะไรตรงนี้ดูก็สนุกดี”
วิน : “ของผมคิดว่าเป็นโอกาสมากกว่าครับ เพราะว่าตอนนี้ผมยังเรียนอยู่ พอมีโอกาสตอนที่ยังมีกำลังอยู่ยังมีไฟที่อยากจะทำตามล่าความฝันอยู่ พอมันมีโอกาสก็เตรียมพร้อมให้สมกับโอกาสที่กำลังจะมาถึงครับ พอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ ในวันนี้ครับก็ดีใจเลย”
ภาม: “แต่พวกผมฝ่าฟันกันมาเยอะมากเลยนะครับ กว่าจะผ่านเข้ารอบ ตอนนั่งเรียนไม่มีกะจิตกะใจเรียนเลยเข้าดูในอินเตอร์เนตตลอด ว่าเขาประกาศเมื่อไหร่แล้วกว่าจะเข้ารอบไฟนอลซึ่งเขาก็จะมีเวิร์กช็อปด้วยเป็นอะไรที่ฝ่าฟันมากๆ”
ติน : “ใช่ครับ! คือพวกผม มีกัน 8 คนไทย แล้วก็มีอาเซียนจากอีก 4 ประเทศด้วย ต้องมาอยู่ด้วยกันประมาณ 3 วัน มีเวิร์กช็อปมวยไทย เต้น แอ๊กติ้ง แล้วจะมีวันนึงเป็นวันไฟนอลต้องมาทำโชว์ทุกอย่างจะอยู่ด้วยกันตั้งแต่ 07.00-23.00 น. ตลอด โชว์เต้น, มวยคือรวมการแสดงทีละคนครับให้ออกมาสวยงามและลงตัวที่สุด”

ฮาร์ธ-ชินดนัย เดชวลีกุล
ไม่คิดมาก่อนว่าจะเข้าสู่วงการบันเทิง?
หลุยส์ : “หลุยส์เคยเรียนเต้นมา แต่ว่ามวยเพิ่งเคยเรียนครั้งแรก ตอนแรกไม่คิดว่าตัวเองจะมาสายการแสดง แต่ว่าพอเริ่มได้มาทำก็รู้สึกชอบรู้สึกหลงรักการแสดง และถือเป็นงานแสดงเรื่องแรกด้วย”
ฟิวส์ : ปกติเรียนสายช่าง อาจจะคนละศาสตร์กับตรงนี้แต่ก็อยากจะมาลองดูครับว่าเด็กช่างอย่างผมจะทำอะไรได้บ้าง ก็เลยเข้ามาลองประกวดดู เข้ามาแล้วก็ได้หลายอย่างเลยครับ ทั้งการแสดง ต่อยมวย ร้องเพลง ซึ่งความสามารถพิเศษขอองผมคือควงกระบองไฟครับ เลยเอามาใช้ในการแสดงดู

ภาม-ธนดล เอื้อพงษ์
สิ่งที่ได้จากการประกวด?
วิน : “ได้หลายอย่างมากครับ ตอนแรกที่เข้ามา เพื่อแข่งขัน คือไม่รู้ว่าจะเข้ารอบกี่คน พอเข้ามากัน 8 คนแล้วมีจากต่างประเทศด้วย แรกๆ อาจจะไม่ได้สนิทกัน ต่างคนต่างมีเป้าหมายของตัวเอง ต้องเต้น ต้องแสดงก็ทำเต็มที่เพื่อที่จะเข้ารอบ แต่ว่าพอมันถึงจุดนึ่งรอบตัดสินจริงๆ รู้สึกว่ามิตรภาพสำคัญมาก คืออยู่ด้วยกันช่วยเหลือกัน บางคนเต้นไม่ได้ก็ช่วยกัน มิตรภาพสำคัญมากตอนรอบตัดสินไม่ได้คิดเลยว่าจะได้หรือไม่ได้เพราะว่าสิ่งที่ได้กลับมาคือมิตรภาพ”
ภาม : “หลักๆ คือเรื่องของมิตรภาพแล้ว 2.คือเป็นทักษะที่เพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการร้องการเต้นแล้วก็การแสดง” (ภามเสริม)

วิน-ภวินท์ กุลการัณยวิชญ์
พูดถึงการทำงานในซีรี่ส์ ‘Bangkok Buddies ใจกลางเมือง’?
ฟิว : “ต้องบอกว่าแทบทุกคนเลยนะครับ ที่ไม่เคยเล่นอะไรที่เป็นตัวหลักแบบนี้ ตอนแรกผมก็เป็นเด็กใหม่เริ่มจากเด็กสายช่างไม่ได้มีพื้นฐานการแสดงอะไร พอเข้ามาปุ๊บทางค่ายสอนตั้งแต่การแสดง เรียนกับครูร่ม แต่ละคนมีความสามารถแตกต่างกันไป อย่างหลุยส์เต้นเป็นเขาก็มาสอนผมตอนที่ผมแคส
ภาม : “ภามจะสอนเรื่องต่อยมวยคือทุกคนช่วยเหลือกันมันกลายเป็นว่าไม่ได้แข่งกันเพื่อที่จะเป็นที่หนึ่ง แต่ช่วยเหลือกัน มันทำให้การแสดงครั้งนี้ผมเล่นออกมาเป็นครอบครัวเดียวกัน จะเล่นยังไงก็แล้วแต่เด่นหรือไม่เด่นแต่ว่าสุดท้ายแล้วใครได้ดีทุกคนก็ดีใจด้วยครับ
ฟิวส์ : “อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นข้อดีของฟิวส์คือเขาเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ เป็นคนที่จะทำอะไรแล้วต้องทำให้ได้ เวลาผู้กำกับต้องการอะไร เขาจะเป็นคนที่รับฟัง จะไม่มีปฏิเสธหรือว่าอิดออดอะไรเลยพี่อยากได้อะไรเดี๋ยวผมทำให้ด้วยความที่พวกผมเป็นมือใหม่กันหมดพร้อมที่จะรับฟังอยู่แล้วครับ จะไม่มีปฏิเสธจะเป็นเชิงอยากรู้และแสดงความคิดเห็นมากกว่า

มาติน ไซเดิ้ล
เมื่อต้องมาทำงานร่วมกัน?
วิน (ขอเป็นตัวแทน) :“สนุกนะครับ ผมชอบอยู่แล้วเพราะว่ามันได้อยู่กับทุกคนชอบบรรยากาศที่อยู่ในกองถ่าย เห็นในมุมที่ทุกคนมีความตั้งใจ ทั้งช่วย พี่ๆ ช่างไฟทีมงานทุกส่วน ทุกคนที่เขามาก่อนเวลามาเซตทุกอย่างเราก็รู้สึกว่าเราก็ยิ่งต้องตั้งใจ ถ้าเราช้าเขาก็จะยิ่งเหนื่อย แต่ถ้าพร้อมมาดีการที่เล่นไปเขาก็จะเหนื่อยน้อยลง ให้เขาทำงานน้อยลง”
มีถอดเสื้อโชว์หุ่น?
วิน : “คืออยู่ในบ้านจะมี 5 คน 5 อาชีพที่แตกต่างกันออกไป ผมเล่นเป็นเดฟมีอาชีพเป็นนายแบบก็เลยจะเห็นว่าถอดเสื้อบ่อย ก็คือจะเล่นไปตามคาแร็กเตอร์มากกว่าครับอย่าคิดมาก”
แม็ก : “ส่วนคาแร็กเตอร์ของผมที่ต้องถอดเสื้ออยู่แล้ว ก็เพราะว่าเป็นผู้ชายบ้านๆ ลุยๆ ถอดเสื้อมีผ้าขาวม้ามัดตัวไว้ลุยๆ ห่ามๆ ก็เลยต้องแบบนี้ครับ”

หลุยส์-ธณวิน ธีรโพสุการ
ใครที่ได้ประกบแพรว รู้สึกอย่างไรบ้าง?
ฟิวส์ (ยกมือ) : “ตอนแรกผมกลัว เพราะว่าเขาเป็นนักแสดงที่เคยเล่นมาแล้ว และผมก็เป็นหน้าใหม่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง เขาจะดุไหม แต่ว่าพอได้รู้จักกับพี่แพรจริงๆพี่แพรวเป็นคนที่เหมือนไม่หวงความรู้ครับ ถ้าไม่รู้ก็ไปถามเขาได้ว่าเล่นดีหรือยังโอเคไหม เขาก็พร้อมที่จะซัพพอร์ตเขาใจดีครับ เหมือนเป็นครูก็ว่าได้”
มีกุ๊กกิ๊กเลิฟซีนกันไหม?
“ต้องรอดูในซีรี่ส์ครับ ตอนแรกก็กดดันตัวเองครับก่อนที่จะเข้ามาแสดงจริงๆ แต่พอมาถึงจุดนี้ก็คิดว่าเขาเป็นนักแสดงที่เก่งผมก็อยากจะไปถึงจุดที่แสดงกับเขาแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ตั้งใจทำการบ้านมาเต็มที่แล้วก็อีกอย่างนึงผมคิดว่าเขาจะดุนะแต่จริงๆ แล้วเขาไม่ดุเลยช่วยสอนผมต้องขอบคุณเขามาก สอนวิธีการต่อบทการเรียบเรียงคำพูดก่อนที่จะพูดออกไปสื่อให้รู้ถึงเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกของเราด้วย ไม่ใช่ว่าจะพูดออกไปอย่างเดียว ทำให้ผมมีบทเรียนแล้วก็แสดงได้ดีมากขึ้นด้วยครับ เข้าฉากด้วยกันแรกๆ ก็มีเขินมีสั่นๆ บ้าง แต่ว่าพอเห็นหน้ากันบ่อยก็เริ่มชินแล้วครับ”

แม็ก-นัฐพงษ์ บุญยืน
ฉากที่เข้ากับผู้ชาย?
แม็ก : “จริงๆ ที่เห็นตามทีเซอร์เห็นมีฉากอาบน้ำพร้อมกัน ขี่มอเตอร์ไซค์ด้วยกันคือด้วยความที่มาจากต่างจังหวัดแล้วอยู่บ้านหลังเดียวกันก็เลยสนิทกันมากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ก็เป็นเพื่อนซี้กันก็เลยจะมีโมเมนท์ที่มองดูมากกว่าเพื่อนหรือเปล่านะ คือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วของผู้ชายตอนเรียนโรงเรียนเตรียมทหารก็มีอาบน้ำถูหลังให้กัน ก็ไม่เขินกันนะครับ เพราะว่ารู้จักกันมาอยู่แล้ว”
“ใช่ครับชีวิตจริงผมก็สนิทกับพี่แม็กอยู่แล้วบางทีผมก็ไปนอนบ้านเขา ไปเตะบอลตีแบดก็ไปด้วยกันประจำก็เลยไม่เขินกันครับ”
ถ้าถูกจับให้เป็นคู่จิ้น?
วิน : “ก็ยินดีครับผม ถ้าทุกคนชอบในตัวละครของเดฟกับกระทิง พวกเรา 2 คนก็ยินดี และดีใจในการที่ทำผลงานออกมาให้คนดูประทับใจมันเป็นความสุขนะครับการที่สร้างอะไรอย่างหนึงแล้วไปสร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้กับอีกคนนึง ถือเป็นโอกาสดีที่ให้ได้ลอง”
ถ้าคนมองว่าเรื่องนี้เป็นซีรี่ส์วาย?
ติน : “ไม่ใช่วายเลยครับ เป็นซีรี่ส์เพื่อนมากกว่าถ้าในความคิดผมนะ เป็นแฟนตาซีคอเมดี้มากๆ เพราะว่าด้วยสีสันของเรื่องด้วยบทและคาแร็กเตอร์ของทุกคนมันทำให้รู้สึกว่าเป็นซีรี่ส์ที่ทำให้คนยิ้มได้ตลอด
ถ้ามีติดต่อให้ไปเล่นซีรี่ส์วาย?
“ยินดีครับ (ตอบพร้อมกัน) เฮิร์ธ: “เพราะว่าเป็นบทที่ท้าทายมากนะครับ เป็นคาแร็กเตอร์ใหม่ๆ ที่พวกผมยังไม่เคยลองนะเชื่อว่าเป็นอีกคาแร็กเตอร์ที่ทุกคนอยากลอง อย่างพี่เวียร์ที่ดูหนังที่เขาได้รางวัลไป คือติดภาพว่าเขาเป็นพระเอกอยู่แล้ว แต่เขายอมออกมาเล่นหนังเรื่องนี้ซึ่งมันเป็นบทที่พิสูจน์อย่างหนึ่งว่ามันก็ไม่มีขีดจำกัดสำหรับนักแสดงที่จะรับบทอะไรก็ได้ ก็ไม่เกี่ยงเรื่องบทอยู่แล้วครับ”
พอเข้ามาเป็นนักแสดงวางแพลนชีวิตไว้อย่างไร?
“ก่อนอื่นคือเราก็ต้องเรียนหนังสือด้วย งานในวงการก็ทำไปถ้ามีงานเข้ามาเราก็ทำก็ศึกษาทำให้เต็มที่ที่สุดทั้งการเรียนและการแสดง เพราะว่าการเรียนของเราพอเราเรียนจบไปมันก็เป็นอาวุธติดตัวเราไม่ว่าเราอายุเท่าไหร่เราก็ใช้ได้ ส่วนการแสดงเราก็ทำให้มันเต็มที่กับทุกโอกาส
อู๋ : ผมจะเป็นแนวแมนเนจเม้นท์มากกว่า ผมก็จะให้คิวกับทางแกรมมี่มาก่อนแล้วก็ช่วงไหนที่ว่างก็จะไปทำงานที่ร้านแต่ว่าเวลาเขาขอคิวมาเราก็ต้องให้เขาก่อน จะแมนเนจกันครึ่งๆ
-เหมือนกันครับ เพราะว่าผมยังเป็นวัยเรียนอยู่ตอนนี้เรียนก็ใกล้จะจบแล้วแบ่งเวลาออกกำลังกายแบ่งเวลาทำอย่างอื่น พัฒนาตัวเอง เตรียมพร้อมสำหรับโอกาสที่จะเข้ามาเสมอ
มาติน : ผมก็น่าจะเป็นน้องเล็กที่สุดในนี้เลย เพราะว่ายังเรียนมัธยมอยู่เลยตอนนี้อยู่ ม.5 ก็ต้องแบ่งทั้งเวลาเรียนและแบ่งเวลามาทำงานก็รู้สึกเหนื่อยครับ แต่ว่าพอเราเห็นผลงานแล้วมันก็ปลาบปลื้มมันก็หายเหนื่อย พ่อแม่ก็หวังกับเราไว้อยากให้เราดัง เราก็พยายามทำตัวเองปรับตัวเองที่พี่ทุกคนบอกมันสำคัญมากนะ อย่างเวลาที่อยู่ในกองถ่ายแรกๆ ผมจะคิดว่าผมก็ทำดีแล้วนะ ยังขาดอะไรอีก แต่มันเหมือนพี่ฟิวส์พี่อู๋พี่ๆ ทุกคนเขาก็บอกว่าเวลาที่ผู้กำกับสั่งอะไรให้เราตอบรับไป เราอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว
ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ?
มาติน : ผมว่าเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ เพราะว่าเมื่อก่อนเป็นนักกีฬาผมก็ยังเป็นเด็กที่ไม่ค่อยคิดอะไร เล่นกีฬาอย่างเดียว แต่ว่าพอเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง เราเป็นเด็กไม่ได้แล้ว เพราะไม่งั้นคนก็จะมองเราอีกแบบนึง เหมือนกับว่าถ้าเขาจ้างงานเรามาเขาก็ต้องเห็นว่าเราเป็นมืออาชีพ ถ้าเห็นเราเป็นเด็กเขาก็คงไม่จ้างเรา ก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับวงการปรับปรุงตัวพร้อมรับคำแนะนำเสมอครับ
-สิ่งที่เปลี่ยนไปคือแอทติจูด ความคิด เป็นช่วงวัยเรียนของผมด้วยแล้วพอเรามีโอกาสได้มาแสดงซีรี่ส์มันเป็นการทำงานจริงๆ เรากลับไปก็เหมือนเราโตขึ้น ความคิดเราโตกว่าเพื่อนๆ ที่ร่วมห้องเดียวกัน มุมมองอะไรเราจะเป็นอีกมุมมองที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ในส่วนของทักษะการแสดงเราก็พัฒนาทักษะความคิดของเราไปด้วยพร้อมๆกัน รู้สึกว่ามันดีนะที่เรามีโอกาสได้เข้ามาทำตรงนี้
อู๋ : ของผมจะไม่ค่อยต่างมากเพราะว่าด้วยความที่หน้าที่การงานจะเจอคนตลอดได้พูดคุยกับลูกค้าก็เลยจะมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับลูกค้าตลอด เลยอาจจะเอามาปรับใช้ได้เวลาเจอคนหมู่มาก วิธีการวางตัวก็ไม่ได้ขรึม
ยุทธนา นาวี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี