วันจันทร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / บันเทิง
โลกไม่ได้กลม...อย่างที่เราคิด : ทุกสิ่งมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

โลกไม่ได้กลม...อย่างที่เราคิด : ทุกสิ่งมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ

วันอาทิตย์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.
Tag : โลกไม่ได้กลม...อย่างที่เราคิด
  •  

หลังจาก “เมียนมา” เปิดประเทศสิ่งที่เติบโตขึ้นมาขนานไปกับความเป็นประชาธิปไตยที่รัฐบาลพลเรือนจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (LND) พยายามสื่อสารต่อโลกให้รับรู้ นั่นก็คือ กระแสคลื่นวัฒนธรรมเกาหลี หรือที่เรียกกันว่า ฮัน-รยู (Hallyu)

ในปัจจุบันมีบริษัทจากประเทศเกาหลีใต้ เข้ามาทำธุรกิจในเมียนมาแล้วกว่า 200 แห่ง มีโครงการต่างๆ มากมายเกิดขึ้น สร้างมูลค่าราว 250 ล้านดอลลาร์ และ K-POP คือหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่เชื่อมความสัมพันธ์ทั้งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น


“บ้านเราไม่มีเครื่องปั่นไฟ ถ้าวันไหนไฟดับ แม่จะพาผมไปบ้านข้างๆที่มีเครื่องปั่นไฟ เพราะใครๆ ก็ไปอยู่กันที่นั่น เพื่อนั่งดู จุนโซ และ อึนโซกันอย่างสนุกสนาน พวกเราคลั่งละครเกาหลีกันมากๆ ครับ” เซย์ ลินน์ ไท หรือ “เจย์” หัวหน้าวงอัลฟา (บอยแบนด์สาย K-POP แห่งประเทศเมียนมา)เล่าถึงประสบการณ์ในอดีตกับละครดังเรื่อง “รักนี้ชั่วนิรันดร์” (Autumn In My Heart) ที่เขามีโอกาสได้นั่งชมกับครอบครัว และเพื่อนร่วมชาติ ท่ามกลางรายการข่าว เพลงปลุกใจ และโฆษณาชวนเชื่อจากทางรัฐบาลทหาร ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

เพียง 1 ชั่วโมงในหนึ่งวันกับความบันเทิงจากแดนโสมขาว ก็ทำให้ ฮัน-รยู (Hallyu) เข้าไปอยู่ในหัวใจของ “ชาวเมียนมา” ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เปรียบดัง “แสงสว่าง” น้อยๆ ภายใต้ความมืดในช่วงเวลานั้น ที่ผ่านเข้ามาทางหน้าจอทีวีของพวกเขา

“กระแสเกาหลีในเมียนมามีโอกาสพัฒนาได้อีกมากในอนาคตผมเชื่อมั่นว่า นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น” นี่คือความเห็นของ Producer ใหญ่จาก “เจบีเจ เอนเตอร์เทนเมนต์” ค่ายเพลงที่ทำธุรกิจดนตรีและไอดอลของเกาหลีใต้ ซึ่งเข้ามาบุกเบิกงานด้านบันเทิงที่ “นครย่างกุ้ง” เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศเมียนมา

นอกจากนั้น เขายังเล่าถึง “การจัดประกวดหาศิลปิน” ว่าได้รับการตอบรับจากชาวเมียนมาล้นหลาม และเร็วๆ นี้ “วงอัลฟา” ซึ่งเป็นผลผลิตจากกิจกรรมดังกล่าว น่าจะมีผลงานเพลงเป็นของตัวเองออกมาให้แฟนคลับในเมียนมาได้ติดตาม

คำถามก็คือ อะไรทำให้ ฮัน-รยู (Hallyu) กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมาได้อย่างกลมกลืน นี่อาจเป็นเพราะ“ประวัติศาสตร์” ที่คล้ายคลึงกันของทั้งสองประเทศ จากยุคที่เต็มไปด้วยการล่มสลายของทุกสิ่ง การตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศมหาอำนาจ การรบราฆ่าฟันกันเองของคนในชาติ จนนำมาสู่การฟื้นฟูเยียวยา เพื่อการร่วมกันไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและมั่นคง เหล่านี้เองที่อาจทำให้ประชาชนทั้งสองประเทศนั้นมี “ดาวดวงเดียวกัน” แม้อาจแตกต่างด้วยวิธีการและรูปแบบ แต่ “เกาหลีใต้” ในปัจจุบันอาจเป็น “ฝัน” ที่ชาวเมียนมาส่วนใหญ่ใฝ่หาก็เป็นได้ และมันทำให้เกิด “ความรู้สึกร่วมกัน” ได้ง่ายขึ้น

จากข้อมูลล่าสุด เมื่อปี 2018 ชาวเมียนมาเข้าสอบ Topic หรือการสอบวัดประสิทธิภาพภาษาเกาหลีเพิ่มมากขึ้นจาก 1,826 คน ในปี 2017 ขึ้นมาเป็น3,393 คน ในปีถัดมา ตรงนี้น่าจะเป็นตัวการันตีอย่างดีว่า ฮัน-รยู (Hallyu) หรือกระแสคลื่นวัฒนธรรมเกาหลีกำลังทำงานอย่างเต็มที่ผ่านเสียงเพลง ภาพยนตร์ อาหาร ภาษา และวัฒนธรรม แต่ “ทุกสิ่งมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ”

เคยมีรายงานที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร New York Times ตลอดจนหนังสือพิมพ์ในท้องถิ่นของประเทศเกาหลีใต้ เกี่ยวกับการเปิดเผยของแพทย์หลายรายในเกาหลีใต้ เรื่องความนิยมในการผ่าตัดลิ้น (Lingual Frenectomy) ของคนเกาหลีใต้ เพื่อให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น และผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นเด็กที่ผู้ปกครองพามารับบริการ เนื่องจากเชื่อว่า การใช้ภาษาอังกฤษได้ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต ดังนั้น หนทางใดก็ตามที่จะพาลูกๆ ของพวกเขาไปสู่จุดหมายตรงนั้นได้ เป็นสิ่งที่น่ายินดี และนี่จึงนำไปสู่ปัญหามากมายที่ตามมา

ในหนังสือ Korea The Impossible Country ได้อธิบายเรื่องของ “การเรียนภาษาอังกฤษ” ไว้อย่างน่าสนใจว่า แม้เกาหลีใต้จะมีความเป็นชาตินิยมสูง แต่เมื่อประสบการณ์จากคนรุ่นก่อนสั่งสมมาว่า “จะแพ้ไม่ได้อีกต่อไป” การไปสู่หลักชัยในชีวิตจึงเป็นเป้าหมายสำคัญของยุคใหม่ในดินแดนโสมขาว นี่เองที่ทำให้คนเกาหลีใต้เกิดความเชื่อที่ว่า “ภาษาอังกฤษ” คือกุญแจไปสู่ความสำเร็จ เพราะจะทำให้ติดต่อสื่อสารกับคนต่างชาติได้อย่างไม่อายใคร และทำมาค้าขายได้อย่างสะดวกโยธิน ที่สำคัญ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษยังถูก “ตีตรา” ให้เป็นการแบ่ง “ระดับชั้นในสังคม” อีกต่างหาก ด้วยความเชื่อเช่นนี้ จึงเป็นที่มาของ “ความกดดันขนานใหญ่” ที่ชาวเกาหลีใต้ต้องแบกรับเอาไว้ตั้งแต่พวกเขาลืมตาอ้าปากได้ ต่อยอดไปถึงรายจ่ายที่มากขึ้นกับการลงทุนในการเรียนภาษาอังกฤษ จำนวนประชากรที่ค่อยๆ ลดลงตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น เพราะครอบครัวเลือกที่จะมีลูกคนเดียว (ประหยัดในการลงทุนเรียน) ความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษาและการดำเนินชีวิตที่ค่อยๆ ปรากฏตามศักดินาที่ได้รับการจัดวางจากทักษะทางภาษาต่างประเทศ และอัตราการป่วยโรคซึมเศร้า รวมไปถึงการฆ่าตัวตายมากขึ้น เนื่องจาก “ความผิดหวัง” ในการดำเนินชีวิตที่ล้มเหลว

เช่นเดียวกันกับ กระแสคลื่นวัฒนธรรมเกาหลี หรือ ฮัน-รยู (Hallyu) หลังจาก “คิมแดจุง” ประธานาธิบดีคนที่ 8 ของเกาหลีใต้ (1998-2003) ประกาศเปิดประเทศต้อนรับนักลงทุนจากต่างชาติ เพื่อสู้กับวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงเวลานั้นพร้อมกับตั้ง Cultural Content Officeหน่วยงานพิเศษที่มีหน้าที่ในการสนับสนุนบริษัทเอกชนในการสร้างธุรกิจที่มีเนื้อหาในเชิงวัฒนธรรมขึ้นมาพลังอำนาจทางวัฒนธรรม (Soft Power)ก็ขับเคลื่อนอย่างเต็มสูบ และนำความสำเร็จกลับมายังเกาหลีใต้ อย่างเป็นประจักษ์ต่อสายตาของชาวโลก ก็ตอน “อินชอนเกม” เมื่อปี 2014

เมื่อเหล่าศิลปิน K-POP ต่างปรากฏตัวในงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ สามไอดอลจากวง “ดงบังชิงกิ” ในนาม JYJ บอยแบนด์มหาชนอย่าง EXO และเจ้าพ่อ “กังนัมสไตล์” PSY ที่โด่งดังไปในระดับโลก รวมไปถึงดาราละครเกาหลีระดับแม่เหล็กมากมายที่มาโชว์ตัว โดยเฉพาะ “ลี ยองเอ” แห่ง “แดมจังกึม” ที่ได้รับเกียรติให้เป็นคน “จุดคบเพลิง”เลยทีเดียว (ปกติจะเป็นนักกีฬาที่มีชื่อเสียง)ท่ามกลางเสียงบ่นของคนในประเทศในทำนองที่ว่า “บ้าดารา” แต่แคมเปญนี้ขอเกาหลีใต้ “กระตุ้น” ให้เม็ดเงินจากนานาชาติไหลเข้ามายังเกาหลีใต้ผ่าน ฮัน-รยู (Hallyu) เป็นมูลค่ามหาศาลมาจนถึงปัจจุบัน รวมไปถึงการ “กระตุก” ให้นานาประเทศเริ่มที่จะนับหนึ่งกับการส่งออกวัฒนธรรมของตัวเองในแง่เศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงกันเป็นทิวแถว

กระนั้น ความเจริญงอกงามของ ฮัน-รยู (Hallyu) ก็เดินหน้าขนานไปกับจำนวน “ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า” ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของผู้คนในประเทศรวมไปถึงอัตราการฆ่าตัวตายของศิลปินและว่าที่ศิลปินที่อยู่ในวัฏจักรของ ฮัน-รยู(Hallyu) โดยที่ยังไม่มีมาตรการใดๆ ออกมารองรับในเรื่องนี้อย่างจริงจังจากทางรัฐบาล ว่าจะจัดการกับการสร้างระบบ “แพ้คัดออก” ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เหลือแค่ “สมหวัง” และ “ผิดหวัง” อย่างที่กำลังเป็นไปในเกาหลีใต้ และหลายๆ ประเทศในตอนนี้

 

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

‘กานต์’ ดีใจ ‘ลางปริศนา’ เรตติงปัง แฮปปี้รับบทท้าทาย ชม ‘ธันวา’ ช่วยแนะนำการแสดง

‘แหลม สมพล’ ประกาศจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว!

อนุทิน ขอบคุณประชาชนมอบคะแนนให้เป็นที่ 1 ยันจะบริหารด้วยความสุจริต

พิธา โพสต์แล้ว หลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved