วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้ประกาศความร่วมมือกับเน็ตฟลิกซ์เพื่อจัดตั้ง “กองทุนเยียวยาโควิด-19 สำหรับลูกจ้างอิสระในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละครโทรทัศน์”ที่มุ่งให้ความช่วยเหลือกับบุคลากรในวงการดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์ในปัจจุบัน
โรคโควิด-19 ได้สร้างความเสียหายอย่างมากให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย โดยทั้งกองถ่ายทำภาพยนตร์-ละครและการผลิตรายการโทรทัศน์จำนวนมากต่างต้องหยุดชะงักลง ทำให้ทั้งนักแสดงและบุคลากรเบื้องหลังจำนวนมากต้องหยุดงานและขาดรายได้ ด้วยเหตุนี้ ทางสมาพันธ์ภาพยนตร์จึงได้ร่วมมือกับเน็ตฟลิกซ์เพื่อก่อตั้งกองทุนเยียวยาสำหรับอุตสาหกรรมบันเทิงโดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์นี้โดยในโอกาสนี้ทางเน็ตฟลิกซ์เองได้ร่วมสนับสนุนเงินทุนเป็นจำนวน 16 ล้านบาท
ดร.สรจักรเกษมสุวรรณเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติได้กล่าวว่า“สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติในฐานะตัวแทนอุตสาหกรรมตระหนักถึงความเดือดร้อนทุกข์ยาก
ของทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ อันเกิดจากภาวะการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุคลากรอาชีพอิสระในสายการผลิตภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ในประเทศไทยสมาพันธ์ภาพยนตร์จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมอาชีพในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และละครไทยที่กำลังประสบปัญหาอยู่โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจาก Netflix สมาพันธ์ภาพยนตร์หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองทุนนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเพื่อนๆบุคลากรในวงการในช่วงเวลาวิกฤตโควิด-19นี้ ได้บ้างไม่มากก็น้อย”
นางไมลีตาอากาผู้อำนวยการฝ่าย Content Acquisition เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียเน็ตฟลิกซ์ กล่าวว่า“เราขอขอบคุณคนทำงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สำหรับการทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าประทับใจจากประเทศไทยให้เราได้รับชมกันบนเน็ตฟลิกซ์ ความร่วมมือกับสมาพันธ์ภาพยนตร์ในครั้งนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่เราจะก้าวเข้ามาสนับสนุนพี่น้องในวงการบันเทิงที่ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างมากจากสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงนี้”
กองทุนนี้จะเปิดให้ลูกจ้างอิสระและผู้ที่ทำงานเป็นรายโปรเจกต์เช่นผู้ช่วยประจำกองถ่ายผู้ช่วยนักตัดต่อผู้ควบคุมไมค์บูมและตำแหน่งอื่น ๆ ในกองถ่ายภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ในประเทศไทยได้ยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านช่องทางออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป
รายละเอียดของกองทุนเยียวยา
คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน: ต้องเป็นลูกจ้างอิสระ (Freelance) ในกระบวนการการผลิตภาพยนตร์หรือละครโทรทัศน์ในไทยโดยสามารถชี้แจงให้เห็นได้ว่างานที่ตนทำอยู่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกหรือเลื่อนการผลิตออกไปนับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา (ช่วงเวลาเดียวกับการประกาศพรก. สถานการณ์ฉุกเฉิน)ต้องไม่เป็นลูกจ้างอิสระที่ทำงานให้กับสายการผลิตของเน็ตฟลิกซ์อยู่ณเวลานี้
หรือได้รับเงินเยียวยาจากเน็ตฟลิกซ์ก่อนหน้านี้และเป็นผู้ถือสัญชาติไทยหรือผู้มีถิ่นพํานักถาวรในประเทศไทยโดยลูกจ้างอิสระที่เข้าข่ายได้รับการเยียวยามีดังต่อไปนี้:
วิธีลงทะเบียน:
วัน-เวลาเปิดลงทะเบียนขอรับสิทธิ์:
วันที่ 4 มิถุนายนเวลา 12:00น.ถึงวันที่ 11 มิถุนายนเวลา 23:59 น. หรือจนกว่าจะมีผู้สมัครเต็มตามกำหนด
ทั้งนี้ผู้ลงทะเบียนต้องกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มลงทะเบียนตามไฟล์ที่ดาวน์โหลดจาก www.mpc.or.th ให้สมบูรณ์ครบถ้วนจึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาการพิจารณาผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาจะพิจารณาจากแบบฟอร์มใบลงทะเบียนที่สมบูรณ์ครบถ้วนพร้อมด้วยเอกสารทั้งหมดที่ระบุในวิธีการลงทะเบียนและลําดับ
การยื่นแบบฟอร์มตามวันและเวลาที่ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ที่ลิ้งค์ Google Form เท่านั้น
ทั้งนี้การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาผู้รับสิทธิ์การเยียวยาของสมาพันธ์ภาพยนตร์ถือเป็นที่สิ้นสุดดังนั้นการยื่นใบลงทะเบียนและเอกสารต่างๆตามลําดับเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักประกันว่าผู้ลงทะเบียนจะต้องได้รับเงินเยียวยาแต่อย่างใด
ช่วงเวลาการยืนยันผู้รับสิทธิ์:
ผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะได้รับการติดต่อจากสมาพันธ์ภาพยนตร์ผ่านทาง SMS และอีเมล์ถึงผลการพิจารณาภายในสองสัปดาห์หลังการลงทะเบียนอย่างถูกต้อง
ยอดเงินบริจาค:
15,000 บาทต่อ 1 ผู้สมัคร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อสมาพันธ์ภาพยนตร์ที่:
เบอร์โทร: 02-6439100
อีเมล์: info@mpc.or.th
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี