วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2569
หายหน้าหายตาจากหน้าจอไปจนแฟนๆอดไถ่ถามไม่ได้ว่า สา มาริสา หันหลังให้วงการบันเทิงไปอีกคนแล้วหรือเปล่า ซึ่งเจ้าตัวที่ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 เผยว่ายังไม่หยุดรับงานในวงการนะเพียงแต่เลือกที่จะรับบทมากขึ้น เบื่อบทเดิมๆที่ทุกครั้งที่แฟนๆเห็นต้องเซ็กซี่เท่านั้น ช่วงนี้เลยผันตัวไปรับบทเป็นจิตอาสาแทนถึงขั้นเข้าคอร์สพาน้องหมาสุดที่รักไปเรียนเพื่อช่วยบำบัดผู้ป่วยประเภทต่างๆ
ถาม ตอนนั้นเข้าวงการอายุเท่าไหร่
มาริสา : 12 ค่ะ นี่ใกล้จะ 40 แล้ว ตอนแรกเริ่มจากแคสติ้งโฆษณาก่อนหลังจากนั้นค่อยไปเล่นหนังเรื่อง เสียดาย 2 ของท่านมุ้ย หลังจากนั้นเล่นเสียดายแล้วก็ดังเลย
ถาม ซึ่งเราพูดภาษาไทยได้
มาริสา : เราหัดพูดภาษาไทยตอนประมาณ 8 ขวบค่ะ
ถาม เราเองชอบการเป็นดารานักแสดงหรือเป็นนางแบบ
มาริสา : จริงๆถ้าพูดถึงวัยตอนนี้นะคะ คิดว่าเรื่องของการแสดงน่าจะเหมาะสมที่สุด ส่วนเรื่องของความเปรี้ยว ความเก๋อะไรต่างๆมันผ่านตรงนั้นมาหมดแล้ว
ถาม แต่ทำไมเหมือนช่วงนี้ รู้สึกว่าทำไม ไม่รับงานในวงการ
มาสิรา : ก็ไม่เชิง ไม่รับแต่ด้วยความที่คนส่วนใหญ่ ผู้จัดหรือคนดู จะติดลุคเราที่เป็นลุคเซ็กซี่เราเลยรู้สึกเบื่อกับการเล่นละครที่เป็นลุคเซ็กซี่มากๆค่ะ เพราะว่าเราเคยได้ยินคนพูดว่า สา มันเล่นอะไรไม่ได้หรอก ต้องเล่นเซ็กซี่อย่างเดียว อย่างอื่นมันเล่นไม่ได้หรอก ทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นปมในใจ ฟังแล้วมันเจ็บ เราทำงานมามากกว่า 20 ปีเรามีค่ามากว่าคำว่า เซ็กซี่ ก็เลยไม่ค่อยรับงานที่มีความเซ็กซี่เลย จะรับคือ น้อยๆมากๆ ถ้าเป็นบทดราม่าแรงๆแบบนี้รับหมดค่ะ แต่จริงๆแล้วบทอะไรก็รับหมดขอให้ขายความสามารถ
ถาม เท่ากับว่าหลังๆมาคือ เราเลือกรับบท
มาริสา : เลือกเลยค่ะ เพราะว่าเบื่อที่ต้องใส่ชุดแบบรัดๆ แบบสั้นๆมันน่าเบื่อ
ถาม ซึ่งจริงๆชีวิตของเราแต่งตัวแบบ
มาริสา : ก็แต่งตัวแบบมิดชิด แบบนี้เลยค่ะ ก็อาจจะมีลึกบ้าง เว้าหลังบ้าง แต่ไม่ใช่แบบสั้น หรือ เซ็กซี่ คือ ไม่ได้ใส่เลยค่ะ
ถาม ไม่ใช่เพราะเลือกรับงานจนหลายคนพูดว่าตอนนี้เรากลายเป็นคนไม่มีงาน
มาริสา : ไม่เลยค่ะ ตอนนี้ก็มีละครที่ถ่ายเสร็จแล้วรอออกอากาศอยู่ค่ะ
ถาม เห็นว่าตอนนี้ไปทำโครงการจิตอาสาเหล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม
มาริสา : สาไม่ได้เป็นคนเริ่มทำโครงการนะคะ มีโครงการมาอยู่แล้ว Therapy Dog Thailand หรือว่า สุนัขนักบำบัด แห่งประเทศ ซึ่งโครงการนี้คือ ให้เราเอาน้องหมากับเราไปฝึก ซึ่งพอฝึกเสร็จแล้วเขาก็จะพาเรากับน้องหมาไปช่วยบำบัดผู้ป่วยประเภทต่างๆ ซึ่งเรากับน้องหมาของเราจะกลายเป็นนักบำบัด เราจะพาน้องหมาไปบำบัดคนอีกที คือ ง่ายๆเลยคือ น้องหมา เปรียบเหมือนเครื่องมือแพทย์ อย่างเช่น ผู้สูงวัย เด็กพิเศษต่างๆ คนหูหนวก หรือว่าผู้ป่วยจิตเวช ที่เรารู้จักโครงการนี้เพราะว่าเราเลื่อนเฟสบุ๊คเล่นค่ะ แล้วก็เห็นด้วยความที่ สา เลี้ยงน้องหมาอยู่แล้วเราก็ฝึกเขาเรื่อยๆด้วยกิจกรรมต่างๆ เราเลยคิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราน่าจะช่วยคนอื่นได้ด้วยความที่น้องหมาของเราค่อนข้างฉลาด ซึ่งเราก็ได้เข้าไปเรียนและก็ได้ประกาศนียบัตร จาก สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเขาก็ไม่ได้จำกัดว่าเป็นน้องหมาพันธ์อะไรก็ได้นะคะ ที่จะเข้าไปเรียน แต่ต้องมีอายุ 6 ขวบขึ้นไปไม่เกิน 7 ขวบ แล้วก็ไปสมัครเรียนได้เลย ซึ่งหลักๆของ สา ตอนนี้คือ เราจะทำงานกับโรงพยาบาลก่อนเพราะว่าทั้งหมดที่เราทำคือ เราเป็นจิตอาสาไม่ได้รับเงินเราก็จะไปตามบ้านพักคนชรา หรือ โรงพยาบาลศรีธัญญา หรือ ตามสถานที่ที่มีเด็กพิเศษ เราก็จะช่วยเข้าไปดูแล ซึ่งหลายคนก็อาจจะงงว่าน้องหมาเข้าไปแล้วทำอะไรได้บ้าง อย่างเช่น ผู้สูงอายุก็จะมีกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ แยกตัวออกจากสังคม กล้ามเนื้ออ่อนแรงเราก็อาจจะให้ผู้สูงอายุโยนลูกบอลให้หมาเพื่อให้เขาได้ออกกำลังกายแขน แล้วน้องหมาก็จะไปคาบลูกบอลกลับมา เพราะว่าผู้สูงวัยการออกกำลังกายของเขาคือ บีบลูกบอล ดึงเชือก ซึ่งผู้สูงอายุบางคนจะไม่ชอบเพราะว่ามันน่าเบื่อ หรือว่าเราเดินคู่กับวีลแชร์ที่ไปออกกำลังกายในสวน เพราะแบบทีผู้สูงวัยเขาไม่ได้อยากสนทนากับเราแต่เขาแฮปปี้ที่จะได้คุยกับน้องหมา ได้สัมผัส พวกนี้จะเป็นการฟื้นฟูจิตใจ หรือว่าเด็กพิเศษเราจะเข้าไปฟื้นฟูในเรื่องของการเข้าสังคม เด็กออทิสติกคือ เด็กที่มีการโฟกัสเรื่องบางอย่างสูงมากๆการแสดงออกของเขาจะรุนแรงอย่างเช่น ตี หยิก หรือ กรีดร้อง เราก็จะเอาน้องหมาเข้าไปเพื่อให้เข้าได้รู้จักถึงการเข้าสังคม เพราะจะสอนให้เขาเมื่ออยู่กับคนอื่นจะได้รู้จักถึงการอ่อนโยน อย่างเขาแปรงขนน้องหมาเป็น เราก็จะสามารถหวีผมของตัวเองได้นะ ซึ่งเราก็จะอยู่ด้วยตลอดเวลาค่ะ เพราะว่ามีกฎว่าน้องหมาตัวนี้เป็นของเรา เราเป็นนักบำบัดเราจะต้องอยู่ด้วยตลอดเวลา ซึ่งเราจะไปเยี่ยมต่อครั้งก็ขึ้นอยู่กับทางแพทย์เป็นคนกำหนดค่ะ ว่าเราจะเยี่ยมคนนี้กี่ครั้งครั้งละกี่นาที
มาริสา : ซึ่งหลักสูตรที่ สา เข้าไปเรียนเป็นหลักสูตรที่ยากนะคะ ซึ่งก่อนที่เราจะเข้าไปเรียนเราจะต้องสอบทั้งตัวของเราในเรื่องของ ทัศนะคติ ว่าเราเป็นคนแบบไหน เฟรนลี่พอไหม เพราะเราจะต้องเข้าไปคุยกับผู้ป่วยประเภทต่างๆแล้วน้องหมาก็ต้องทำคำสั่งพื้นฐานได้ มอบคอยต้องรู้ต้องทำได้ เล่นของเล่นถ้าสั่งให้หยุดก็ต้องหยุดทันที ซึ่งระยะเวลาในการเรียนคือ ประมาณ 6 เดือนค่ะ ใน 6 เดือนเรียน 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งการเรียนก็แบ่งเป็นการเรียนแบบจิตวิทยา ที่เราต้องไปคุยกับคน แล้วที่เราต้องไปคุยกับน้องหมา พฤติกรรมน้องหมา เพื่อเราจะได้รู้ว่าการทำท่าทางแบบนี้น้องหมาคิดอะไรอยู่เพื่อเราจะได้ป้องกันอุบัติเหตุที่เราไม่คาดคิด เช่น เด็กออทิสติกจะเป็นอะไรที่เล่นแรงน้องหมา ของเราจะโดนฝึกให้อดทนกับการโดนดึงโดนกระแทรก โดนตี พวกนี้เขาจะได้รับการฝึกมาเพื่อไม่ให้เกิดการตกใจ แต่มันก็เหมือนคนค่ะ เพราะเมื่อเราโดนกระทำเยอะๆเราจะเกิดความเครียด เราต้องศึกษาให้ดีว่าเมื่อน้องหมาเรายกขาเริ่มสเต็ปที่หนึ่ง ถ้าเริ่มเบี่ยงหน้าหนีแล้วแปลว่าเขาไม่แฮปปี้แล้ว เราก็ต้องพาเขาไปพักแล้วค่อยกลับมาเล่นใหม่
ถาม เคยลงไปรักษามีเคสไหนที่ยากบ้าง
มาริสา : เป็นผู้ป่วยจิตเวชค่ะ เคยมีเคสหนึ่งน้องหมาของเราใส่ปลอกคอแล้วมีเชือกจูงใช่ไหมค่ะ ก็คุยๆกันอยู่ดีๆแล้วเขาก็บอกว่า พี่ค่ะหนูชอบเชือกมากเลยค่ะ แล้วเราก็ถามว่าจะเอาเชือกไปทำอะไร เขาก็บอกว่าหนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แล้วเขาก็เอาเชือกคล้องคอตัวเอง ซึ่งเขาทำโดยไม่รู้ตัวซึ่งอันนี้เราก็ต้องคอยระวัง แล้วก็ต้องทำให้เขาปล่อยเชือกเส้นนั้นโดยที่เขาไม่รู้สึกว่าถูกบีบบังคับ มันเลยต้องใช้ทั้งจิตวิทยา ไหวพริบ และความสามารถของน้องหมาเราด้วย
ถาม เราได้เข้ามาทำโครงการนี้แล้วในอนาคตเราจะต่อยอดอะไรได้อีกไหม
มาริสา : เราก็คาดหวังว่าต่อไปมันจะสร้างอาชีพให้กับทีมของเราได้ ซึ่งบางครั้งไม่จำเป็นต้องเป็นคนป่วยนะคะ ไปเป็นเพื่อนหรืออะไรก็ได้ ซึ่งตอนนี้ สา ก็รับสอนน้องหมาตามบ้านด้วย เราจะต้องสอนอะไรน้องบ้าน พื้นที่ในบ้านเราควรจะจัดพื้นที่ยังไง เวลาของน้องหมาควรจะเป็นแบบไหน อาหารของน้องหมาควรจะกินแบบไหน ซึ่งเราจะเข้าไปสอนในพฤติกรรมของเขาเป็นแบบบวก แต่เราจะรับสอนน้องหมาที่อายุไม่เกิน 1 ปี นะคะ ต้องจัดระเบียบตั้งแต่เด็ก
ถาม มีน้องหมาติดตัวตลอดเวลาแบบนี้ แล้วจะมีลูกได้ยังไง
มาริสา : ไม่มีค่ะ ตั้งใจไว้แล้วเพราะเราเพิ่งคุยกันได้ 3 ปี ซึ่งเราก็เห็นด้วยร่วมกันกับสามีว่าจะไม่มีลูก
ถาม ส่วนงานในวงการบันเทิงก็ไม่ทิ้งใช่ไหม
มาริสา : ไม่ทิ้งค่ะ งานแสดง งานละครก็ยังรับอยู่นะคะ หรือ รีวิวอะไรเกี่ยวกับน้องหมา ได้หมดนะคะ
สามารถชมรายการ ต้มยำอมรินทร์ ย้อนหลังได้ทาง ยูทูป : https://youtu.be/SAt_6kPMLnA
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี