วันอาทิตย์ ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569
การแพร่ระบาดของโควิด เป็นเหมือนตัวเร่งการเติบโตของการตลาดแบบInfluencersในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่ใช่แค่ผู้คนจะมองหาคนทำคอนเทนท์ใหม่เท่านั้น แต่แบรนด์ต่างๆก็ศึกษา การตลาดแบบ Influencers เพื่อนำมาใช้ให้เกิดเป้าหมายของตน
โดยในช่วงที่มีมาตรการ lockdown รุนแรงผู้คนที่ติดอยู่ที่บ้านจะใช้เวลาอยู่กับโซเชียลเน็ตเวิร์ก , เล่นเกมและดูพวกOTT (Over The Top เช่น Youtube , Netflix และ Platform อื่น )การใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นกว่าเดิมทำให้แบรนด์สินค้าต่างๆทำงานร่วมกับ กลุ่ม Influencers มากขึ้นเนื่องจากยอดการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มเช่น YouTube, Facebook และ Instagram พุ่งสูงขึ้น
การแพร่ระบาดของโควิด ทำให้การบริโภคสื่อดิจิทัลสูงมากขึ้น
การแพร่ระบาดได้กระตุ้นการใช้งานสื่อดิจิทัลรวมถึงการซื้อสินค้าออนไลน์สูงขึ้นและมีแนวโน้มที่จะโตต่อไปในอนาคต
ไม่เพียงแต่แบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับเท่านั้น แต่สตาร์ทอัพต่างก็ใช้กลยุทธ์การตลาดนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากสามารถเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์และดึงดูดผู้ชมจำนวนมากได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ Influencers ยังสามารถกำหนดเป้าหมายไปยังตลาดเฉพาะกลุ่มที่สตาร์ทอัพมักมองหา
ตัวอย่างเช่น บริษัท สตาร์ทอัพของ Influencer Marketing Agency ในประเทศไทย “ShareIt”เป็น บริษัทผู้นำ ด้านการตลาดแบบInfluencers และโซเชียลมีเดียที่ใช้ข้อมูลเชิงลึก ในการที่วางแผนและกำหนดกลยุทธ์ที่สร้างสรรค์เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีดี ระหว่างแบรนด์และผู้สร้างคอนเทนท์ เชื่อมโยงผู้ใช้งาน , แบรนด์ , ผู้สร้างคอนเทนท์ ได้อย่างง่ายดายด้วยการนำเสนอแพลตฟอร์มการตลาดที่ก้าวหน้าและใช้งานง่ายซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ShareItมีแพลตฟอร์ม ให้ผู้ใช้ใช้ในการทำกิจกรรมโซเชียลของตนโดยจากการวิจัยที่สำรวจมาพบว่า ปัจจุบันผู้ใช้อินเทอร์เน็ตใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมง 22 นาทีต่อวันบนโลกโซเชียลและแพลตฟอร์มการส่งข้อความ และข้อมูลนี้ยังบอกให้เห็นว่าการใช้งานโซเชียลมีเดียอาจถึงจุดอิ่มตัว
แต่ในปี 2564 มีเทรนด์หนึ่งที่มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้น คือการเพิ่มขึ้นของInfluencersระดับนาโนและไมโคร ส่วนใหญ่เกิดจากการมีส่วนร่วมที่สูง ต้นทุนต่ำและมีความน่าเชื่อถือ เนื่องจากผู้บริโภคจำนวนมากเปลี่ยนไปใช้การซื้อทางออนไลน์ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเครื่องสำอางจึงต้องพึ่งพา Influencersเนื่องจากสามารถแสดงการใช้งานและอธิบายถึงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ได้
ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจต่างๆกำลังใช้ Influencers เพื่อผลักดันการเข้าชมเว็บไซต์ของตนด้วยลิงก์ในสตอรี่ของสื่อออนไลน์ต่างๆ และปัจจุบันผู้คนลดความสนใจในการชมภาพอย่างเดียว และหันมาสนใจวิดีโอมากขึ้นกว่าเดิม ผู้บริโภคต้องการได้รับการอัปเดตเกี่ยวกับชีวิตของ Influencers ซึ่งกำลังสร้างพื้นที่สำหรับการผสานรวมผลิตภัณฑ์กับชีวิตประจำวัน ที่แบรนด์ต่าง ๆ นำเข้ามา
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นที่ที่เหมาะสำหรับการตลาดแบบ Influencers
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการตลาดรูปแบบนี้ โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากและเกือบ 90% เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเป็นหลัก
มูลค่าเศรษฐกิจจากอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคนี้ โตขึ้นมากและภายในปี 2568 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ประมาณ 10,000 ล้านบาท)
การที่เป็นภูมิภาคแรกที่ใช้อุปกรณ์มือถือควบคู่ไปกับกลุ่มประชากรที่มีอายุน้อยและความนิยมที่เพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มโซเชียล เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงกลายเป็นพื้นที่ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตลาดที่มี Influencers
นอกจากนั้นภูมิภาคนี้ยังได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างมาก ยังมีโอกาสที่สำคัญสำหรับแบรนด์ท้องถิ่นในการใช้ประโยชน์จากรูปแบบการตลาดนี้ ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเช่น Facebook, Instagram และ YouTube เป็นที่นิยมอย่างมากในภูมิภาคนี้และเป็นที่น่าสังเกตว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีผู้ใช้ Tik Tok มากที่สุด
คอนเท้นท์ รูปแบบวิดีโอสั้นใหม่ ๆ ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงนี้ มีโอกาสมากมายในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมเพิ่มการรับรู้ถึงแบรนด์และเข้าถึงผู้ชมใหม่ ๆ สำหรับธุรกิจ อย่างไรก็ตามนักการตลาดต้องตามล่า Influencers ที่มีความเชื่อมโยงกับผู้ชมอย่างแท้จริง
สรุปได้ว่าแบรนด์ต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยินดีที่จะลงทุนด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับแนวโน้มของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และการตลาดที่มี Influencers ก็จะยังคงเติบโตต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี