วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กาญจนา จินดาวัฒน์ มีชื่อเล่นว่า อ้อย เกิดวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2501 เป็นนักแสดงที่ปัจจุบันปรากฏผลงานทางช่อง 3 และช่อง 5บิดา: 'นายเมรินทร์ จินดาวัฒน์' เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำงานรับราชการที่กรมศุลกากร ท่าเรือคลองเตย จนถึงเกษียณอายุฯใน ปี 2524 ตำแหน่งข้าราชการระดับ 7 เต็มขั้น (ชั้นพิเศษ)มารดา: 'นางพิมลรัตน์ จินดาวัฒน์' เป็นชาวจังหวัดนครปฐม ทำงานที่กรมศุลกากรจนเกษียณอายุฯจากคณะกรรมการตรวจสอบสินค้าขาออกในปี 2529
กาญจนามีชื่อเล่นว่า "อ้อย" เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คน (พี่ชาย 2 พี่สาว 1) เกิดเมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2501 ที่โรงพยาบาลมิชชั่น จังหวัดนครปฐม แต่มาโตในกรุงเทพฯ เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนราษฎร์อุปถัมภ์ จากนั้นก็ย้ายมาโรงเรียนผดุงดรุณีซึ่งมี "อัญชลี จงคดีกิจ" เป็นรุ่นพี่อยู่สองปี ต่อมาก็ย้ายมาอยู่โรงเรียนมัธยมสาธิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เมื่อจบชั้นมัธยม กาญจนาสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐไม่ได้ จึงไปเรียนต่อที่คณะบริหารธุรกิจ เอกโฆษณาประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยรามคำแหงในปี 2520
ด้านชีวิตส่วนตัว สมรสแล้วกับ สาธิต รอดเกิด สจ๊วตการบินไทย ซึ่งรักกันมายาวนานตั้งแต่ทั้งคู่ยังเรียนมัธยมปลายมาด้วยกัน ซึ่งเป็นรักแรกของทั้งคู่ มีบุตร ชาย หญิง อย่างละคน โดยบุตรสาวคนโต 'น้องเพลง-กวิตา รอดเกิด' ปัจจุบันได้กลายเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7
เมื่อเอ่ยถึง กาญจนา จินดาวัฒน์ นักแสดงคุณภาพอีกคนของวงการบันเทิง....สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนจดจำได้คงหนีพ้น ความสามารถทางการแสดง และนิสัยที่คงเส้นคงวาของเธอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะรู้ว่ากว่าที่จะมี กาญจนา จินดาวัฒน์ โลดแล่นอยู่ในหน้าจอทีวีนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เธอต้องฟันฝ่าอุปสรรคเมื่อครอบครัวไม่สนับสนุนให้ประกอบอาชีพการแสดง....แต่ด้วยความสามารถที่มีมาตั้งแต่เด็ก บวกกับความมุ่งมั่นทำให้ในที่สุด เธอก็ได้ก้าวสู่วงการบันเทิง และมีชื่อเสียงโด่งดังจนทุกวันนี้
เส้นทางสู่วงการบันเทิง
บังเอิญว่าได้มีโอกาสเล่นโฆษณา “ผ้าอนามัยเซลลอกซ์” หลังจากโฆษณาออกอกาศไปแล้วเลยได้ทำให้มีงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารต่างๆติดต่อเข้ามา โดยเริ่มแรกถ่ายให้กับนิตยสาร “ดิฉัน” แล้วก็มีนิตยสารเล่มอื่นออกมาเรื่อยๆ ในตอนนั้นจะรับงานถ่ายแบบขึ้นปกกับสลับกับการถ่ายโฆษณา ทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป
มีคนทาบทามให้เล่นหนังแต่ปฎิเสธหมด
ด้วยความที่มีโฆษณาออกมาหลายตัว ทำให้มีคนคุ้นหน้ามากขึ้น จนได้รับการติดต่อทาบทามจาก หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย ชักชวนให้ไปเล่นหนังเรื่อง “"เคหาสน์สีแดง" ตอนนั้นด้วยความที่ยังเรียนอยู่จึงตัดสินใจปฎิเสธไป เพราะกลัวว่าจะไม่มีเวลาพอที่จะไปเรียน คือหนังแตกต่างจากโฆษณา หรือการถ่ายแบบเพราะค่อนข้างจะใช้เวลานานกว่าจะถ่ายเสร็จ ต่อมา แจ๊สสยาม เข้ามาติดต่อให้แสดงหนังเรื่อง "กตัญญูประกาศิต" ตอนนั้นก็ปฎิเสธเขาไปอีก ด้วยความที่ถูกคุณพ่อห้ามไว้ คือ ที่บ้านค่อนข้างเลี้ยงให้อยู่ในกรอบที่วางไว้ เราเลยไม่อยากขัดใจท่าน
เริ่มรับงานแสดง
เหมือนว่ายิ่งปฎิเสธงานแสดงไป ก็ยิ่งมีคนติดต่อเข้ามาหามากขึ้นกว่าเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร สุดท้ายเลยใจอ่อนตัดสินใจรับงานแสดง แต่เป็นละครไม่ใช่หนัง ที่รับงานละครได้ เพราะสมัยก่อนละครจะถ่ายแต่ในสตูดิโอของสถานี ไม่มีออกไปข้างนอก หรืออกต่างจังหวัด เหมือนกับหนัง ทำให้ทางบ้านอนุญาติให้รับเล่นละครได้
ในวัยเด็กถูกเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวด
สาเหตุมาจากคุณพ่อคุณแม่รับราชการทั้งคู่ ทำให้ท่านเลี้ยงดูเราแบบเข้มงวดกว่าปกติ แต่การเลี้ยงดูแบบนี้กลับมีข้อดีคือ ทำให้เรารู้จักวางตัวให้ถูกกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ และรู้ว่าควรปฎิบัติตัวแบบไหนในสถานการต่างๆ แต่ในบางครั้งเราก็อยากมีชีวิตแบบเด็กทั่วๆไป ที่ไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ไปต่างจังหวัด หรือไปเดินห้างบ้าง แวบนึงก็คิดว่าอยากมีชีวิตที่อิสระกว่านี้บ้าง แต่ก็ไม่ได้โทษการเรียนดูของคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเรามาแบบนี้ คิดว่าทุกๆอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน และทุกอย่างมีทั้งข้อดี ข้อเสีย ปะปนกันไป
ฉายแววตั้งแต่เด็ก
ตั้งแต่เด็กจะชอบเลี้ยงเปียโน และชอบยิ้มทักทายคนอื่นๆทั้งที่รู้จัก และไม่รู้จัก ตอนอยู่โรงเรียนเคยเป็นผู้ประกาศข่าวให้กับรายการของทางโรงเรียน ทำให้มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออกตั้งแต่เด็กๆ เลยไม่เค่อยเขินเท่าไรเวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆ
แจ้งเกิด
คงเป็นบทนางเอกในละครประทีปอธิษฐาน อาจเป็นเพราะ ฝีมือในการแสดงที่ดีขึ้นกว่าเรื่องแรกๆ เลยทำให้เวลาคนดูเราแล้วอินไปกับบทที่เล่น อีกอย่างเป็นเพราะเรื่องนี้พระเอกคือ คุณหนิง นิรุตน์ ศิริจรรยา ซึ่งตอนนั้น คุณหนิง กำลังดังมากๆ เป็นพระเอกในฝันของสาวๆ สมัยนั้น เลยทำให้เป็นผลพลอยได้สำหรับเรา
เริ่มมีชื่อเสียงจริงๆ
หลังจากเรื่อง ประทีปอธิษฐาน ก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ ด้วยความที่เล่นละครตลอดไม่ได้ห่างหายไปไหนเลยทำให้ค่อยๆเป็นที่รู้จัก เรียกว่ามีชื่อเสียงได้ไหม ก็มีชื่อเสียงในระดับนึง หลัง พ.ศ. 2526 ก็มีละครออกมาตลอด
ผลงานภาพยนตร์
มีผลงานภาพยนตร์ไม่มากนัก อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ต้องใช้เวลานาน และส่วนใหญ่ต้องออกนอกสถานที่ หรือ ออกต่างจังหวัด ทำให้ทางครอบครัวเป็นห่วง และกังวล เนื่องจากครอบครัวค่อนข้างเข้มงวด แต่พอเวลาผ่านไปเมื่อโอกาสมาถึงจึงตัดสินใจรับเล่น ภาพยนตร์รับเล่นอยู่ 4 เรื่อง คือ ด้วยรัก และผูกพัน คู่กับ คุณเบิร์ด ธงไชย, หากคุณรักใครสักคน คู่กับ คุณบดินทร์ ดุ๊ก ทั้งสองเรื่องเป็นภาพยนต์ของท่านทิพย์ หม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย ซึ่งเป็นภาพยนต์แนว โรแมนติก ภาพสวย ออกแนวหวานๆ โดยทั้ง 2 เรื่องก็เป็นถึงพูดถึงนะ อาจเป็นเพราะเนื้อหาของภาพยนตร์ ที่ทำให้คนดูอินไปกับเนื้อหา และจำได้ ส่วนอีกสองเรื่องคือเรื่อง นักฆ่าหน้าหยก และเพลงสุดท้าย
ความรักในชีวิตจริง
ความรักในชีวิตถือเป็นความรักครั้งแรก กับคนเดียวจนถึงปัจจุบัน ด้วยความที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก และเคยร่วมกิจกรรมด้วยกันในโรงเรียน แล้วเหมือนโดนเพื่อนๆแซวโดนจับคู่กัน แล้วอยู่ๆเขาก็มาทำท่าทางเหมือนชอบ จนกลายเป็นความรักในที่สุด และคบหากันมาเรื่อยๆจนเข้าวงการบันเทิง การอยู่ในวงการบันเทิงไม่ได้เป็นปัญหา หรือกระทบต่อความสัมพันธ์ของเราเลย ความรู้สึกต่างๆที่มียังคงเป็นเหมือนเดิมตลอดมา อาศัยใช้หลักความเข้าใจ และไว้ใจในการคบหากันมากกว่า
ผลงานปัจจุบัน
ก็ยังคงรับงานแสดงอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้ห่างหายไปไหน แต่ก็ดูที่บทบาทที่ได้รับการติดต่อมาว่าสมกับวัย และเป็นไปตามยุคสมัยไหม แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะรับเล่นทุกบาทอยู่แล้ว ไม่ว่าได้รับบทอะไรมาก็ตั้งใจทำทุกบทบาทให้ออกมาดีที่สุดเสมอ
ฝากถึงแฟนๆที่ยังคอยติดตามผลงาน
ขอบคุณที่ยังรัก และติดตามผลงานมาตลอดตั้งแต่ต้น และก็อยากให้ติดตามอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ดีใจที่มีคนคิดถึงผลงานของเราถึงแม้ว่าจะมีดารารุ่นใหม่ๆเกิดขึ้นมาตลอดเวลา อยากให้รอดูผลงานเรื่องต่อๆไป รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี