วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
“หมอเพื่อน” พญ.กอบกุลยา จึงประเสริฐศรี คุณหมอนางงามแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine)ผู้อำนวยการศูนย์พรีเมียร์ไลฟ์เซ็นเตอร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 แขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาจะมาเปิดใจกับพิธีกร น้าเน็ก-เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ถึงเส้นทางชีวิต การทำงานแบบสุดโต่งเพราะนอกจากความสวยและความสามารถในวงการแพทย์แล้ว อะไรที่ทำให้เธอคนนี้พบกับจุดเปลี่ยนในชีวิตบ้าง ติดตามได้ในรายการ “จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS” ทางพีพีทีวี ช่อง 36
จากจุดเริ่มต้นชีวิตที่เคยอยากเรียนด้านวิศวะ เนื่องจากครอบครัวดำเนินธุรกิจก่อสร้าง พอถึงเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัยจริงๆ คุณแม่ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ชีวิตพลิกผันมาเลือกเรียนแพทย์ อีกทั้งยังพบจุดเปลี่ยนจากสิ่งที่ได้ร่ำเรียนมา จากนักเรียนแพทย์ที่ทำคะแนนวิชาศัลยศาสตร์อันดับ 1 ของห้อง จนมาถึงแพทย์เฉพาะทางผิวหนังตามด้วยแพทย์ด้านอายุรกรรมกระทั่งสุดท้ายมาสิ้นสุดที่ความสนใจเรื่องเวชศาสตร์ชะลอวัย หรืออีกหนึ่งศาสตร์ที่ทำให้หมอเพื่อนมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานและศึกษาทางด้านนี้แบบ

โดยตรงปัจจุบันเทคโนโลยีด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยสามารถดูแลได้ในระดับลึก เป็นการสะท้อนความสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องพึ่งยาด้วยส่วนฉายา “คุณหมอนางงาม” นั้น ก็มาจากในสมัยอดีตเมื่อปี 2552 หมอเพื่อนเคยคว้าตำแหน่งรองอันดับ 1 จากเวทีประกวดนางสาวไทย อีกทั้งคุณหมอได้มีความมุ่งมั่นที่ใช้มงกุฎและสายสะพายเป็นสะพานเชื่อมให้เข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยด้อยโอกาส และทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมได้ง่ายขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณหมอเดินทางออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เดินเท้าเป็นหนึ่งในทีมของหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ พอ.สว ในการลงพื้นที่ไปให้บริการประชาชนในพื้นที่ทุรกันดาร
โดย หมอเพื่อน เล่าว่า “สิ่งนี้เป็นการที่ทำให้เราได้ใช้วิชาชีพแพทย์ที่เรียนมาได้แบบคุ้มค่าที่สุดในชีวิตเป็นความสุขที่เติมเต็มให้กับตัวเองมาก ทำให้การทำงานของเรากลับมามีพลังมากยิ่งขึ้น และเป็นวิธีการรีสตาร์ทที่ดีที่สุดสำหรับหมอเพื่อน”แน่นอนว่ามาเป็นแขกรับเชิญรายการ “จุดเปลี่ยนสายแข็ง” ทั้งที หมอเพื่อนยังจัดเต็มข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับเคล็ดลับการดูแลสุขภาพให้ทั้งพิธีกร น้าเน็ก และผู้ชม อีกทั้งยังเตือนภัยสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ “ความหวาน” เพราะน้ำตาลคือ ยาพิษ! ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดความเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆ ภายในร่างกาย
“หมอเพื่อน” กล่าวต่ออีกว่า“ทุกคนคิดว่าน้ำตาลจะช่วยทำให้สดชื่น ซึ่งจริงๆ แล้ว น้ำตาลมีดีและไม่ดี ส่วนน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวเป็นสิ่งที่ยิ่งทานยิ่งแก่ หากเราดื่มน้ำหวาน 2 แก้ว ที่คาดการณ์ว่ามีน้ำตาลราวๆ 100 กรัม สิ่งนี้จะทำให้หยุดการเคลื่อนไหวของเม็ดเลือดขาวถึง 5 ชั่วโมง นั่นแสดงว่าเมื่อร่างกายได้รับเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอะไรเข้าไป ร่างกายก็สามารถติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หมอเพื่อนแนะนำให้ค่อยๆ ปรับวิถีชีวิตในการงดทานหวาน หากทำได้ภายใน 21 วัน ร่างกายก็จะเกิดความเคยชินไปเอง”ติดตามชมได้ ในรายการ “จุดเปลี่ยนสายแข็ง by BDMS” วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม นี้ เวลา 22.00 น. เป็นต้นไป ทางพีพีทีวีเอชดี ช่อง 36 หรือรับชมผ่านเว็บไซต์ www.pptvhd36.com หรือแอปพลิเคชั่น และ YouTube ช่อง PPTVHD36
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี