'ปันปัน'หยุดวงจรหน้าปลอม! ฟิลเลอร์ล้น 10 ปีไม่สลาย? คืนผิวเด็กด้วยสเต็มเซลล์ไขมันตัวเอง

'ปันปัน'หยุดวงจรหน้าปลอม! ฟิลเลอร์ล้น 10 ปีไม่สลาย? คืนผิวเด็กด้วยสเต็มเซลล์ไขมันตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.29 น.
Tag :

Prime cast  โดย ปันปัน สุทัตตา พาไปพบกับเรื่องควรระวัง! หน้าจะพังเพราะ Overfilled Syndrome ยิ่งฉีดยิ่งล้น หน้ายิ่งแก่ คลำเจอไตแข็ง ยิ้มแล้วเหมือนใส่หน้ากาก? ฟิลเลอร์ตกค้างหน้านาน 10 ปี ไม่สลายจริงไหม? เจาะลึกเบื้องหลังความงาม พร้อมวิธีรับมือ Overfilled Syndrome กับ “หมอต้น ปิยพล” ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า พร้อมเปิดเทคนิคคืนผิวเด็กด้วยสเต็มเซลล์ไขมัน สวยยังไงไม่ให้เหนื่อยวิ่งตามเทรนด์? ไม่เสี่ยงสารอุดตันจนตาบอด

ในยุคนี้ที่ทุกคนอยากจะหน้าเด็ก มีทริคเคล็ดลับอะไรกันบ้าง ?


หมอต้น : ตอนนี้จะมีตัวที่ตอนนี้พูดถึงกันค่อนข้างเยอะ เรื่องของการเติมไขมัน ซึ่งในตัวนี้บางทีบางคนก็อาจจะไม่เข้าใจว่ามันช่วยอะไรได้บ้าง มีประโยชน์ยังไงบ้าง

อายุเท่าไหร่ถึงจะเริ่มแนะนำให้เติมไขมัน ?

หมอต้น : โดยปกติไขมันสำหรับผมไม่ได้มีอายุกำหนด เพราะบางทีสมมติอายุยังน้อย ๆ อย่างเด็ก ๆ บางทีมีอุบัติเหตุบ้าง หน้าเบี้ยวบ้างหรือว่าแผลเป็น หรือเกิดตั้งแต่กำเนิดเลย คือหน้าผิดรูปก็สามารถเติมได้แล้ว

การเติมไขมันกับการเติมฟิลเลอร์ต่างกันยังไง ?

หมอต้น : วิธีใช้ต่างกัน ฟิลเลอร์มันอยู่ในกลุ่มสารเติมเต็ม สารเติมเต็มมันมีอยู่หลายชนิดมาก มีตั้งแต่แบบตัวที่เป็นแบบตัวแข็ง ตัวนิ่ม ตัวกระตุ้น ตัวสร้างเยอะแยะ ซึ่งกลุ่มพวกนี้มันเป็นเหมือนเขาเรียกว่าอะไร เป็นตัวเสริมมา additional เพราะว่าโดยปกติสารเติมเต็มพวกนี้ เราคาดหวังความเป็นความฉ่ำ คือมันเป็นเหมือนเป็นเจล เหมือนบางคนก็เอาไปฉีดตามตำแหน่งต่าง ๆ อย่างเช่น ขมับ หน้าผาก ใต้ตา ร่องแก้ม และที่ผมแนะนำส่วนใหญ่อย่างช่วงปาก ปากจะเป็นตัวที่ฉีดสารเติมเต็มได้ค่อนข้างดี เพราะว่าตัวปากเรา เนื้อปากกับเนื้อแก้มเรามันไม่เหมือนกัน ถ้าเนื้อแก้มเรา มันมีความนุ่ม แต่เนื้อปาก มีความแข็ง เพราะว่ามันต้องกิน ต้องกินต้องอะไรพวกนี้ บางทีมันก็มันจะมีความแข็ง เพราะมันมีลักษณะของโครงสร้างไม่เหมือนกัน เวลาเราฉีดเชื้อสารเติมเต็ม ๆ ผมจะแนะนำฉีดบริเวณปาก แต่ตำแหน่งอื่นต้องระมัดระวังนิดนึง เพราะว่าบางทีพวกสารเติมตัวพวกนี้ มันจะช่วยในเรื่องของทำให้ผิวมันฉ่ำขึ้น แต่พวกนี้ถ้าเราไปเติมเยอะ ๆ มันเหมือนฉ่ำเกินไป เคยเห็น มันมีช่วงนึงที่ดัง ที่แบบว่า over-filling เขาเรียก over-filling syndrome ซึ่งจริง ๆ พูดง่าย ๆ คือพวกติดสารเติมเต็ม ดังนั้นเวลาเรายิ้มหน้าเราเหมือนหน้าเหมือนคนใส่หน้ากาก

ไหนว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วมันสลาย ?

หมอต้น : อันนี้ก็เหมือนกันนะครับ คือโดยปกติแล้วเวลาเราจะได้ยินว่าต้องมาฉีดเพิ่มทุก ๆ 2 ปี แต่ตอนที่มันหาย 2 ปี คำว่าหายหมดในความรู้สึกคืออะไร สมมติว่าเราเราฉีด ตอนเราฉีดใหม่ ๆ มันจะรู้สึกว่าเต็ม แต่พอเราฉีดไปสักพักหนึ่งเรารู้สึกมันนิ่ม ความรู้สึกนี้ความนิ่มเราจะเข้าใจว่ามันสลาย แต่จริง ๆ มันยังมี Haft life ของมันอยู่ ก็คือมันยังค่อย ๆ สลายตัวอย่างช้า ๆ แต่พอ 2 ปี บางทีจาก 100% มันอาจจะเหลือ 30% แต่บางคนเขา พอเราไปฉีดที่นี่ที ไปฉีดที่นั่นที มันกลายเป็นว่าสะสมไม่รู้ตัว แล้วพอถึงเวลาอีกทีคือหน้าก็แข็งไปแล้ว

แล้วถ้าแข็งจริง ๆ ควรทำยังไง ?

หมอต้น : พวกนี้ก็อาจจะฉีดสลาย หรือว่าบางทีอาจจะต้องขูดออก บางทีเดี๋ยวนี้ การ over-filling มันเป็นสาเหตุของการที่ในปัจจุบันเราจะสังเกตเห็นว่าคนไข้โดนจับไปดึงหน้าเร็วมาก สังเกตไหมช่วงนี้ 40 กว่า ก็จับไปดึงหน้า จริง ๆ แล้วโดยปกติมันขึ้นอยู่กับปัญหา สมมติว่าพอเราอายุเยอะขึ้น 50 60 หน้าร่องแก้มจะชัด ดึงหน้าคือผ่าแล้วก็ยก ยกความหย่อนคล้อย คือกรีดตรงแผลตรงหน้าหู แล้วก็เลาะเข้าไปกล้ามเนื้อ SMAS แล้วก็ดึงขึ้นแล้วก็เย็บ ซึ่งอันนี้เวลาฟิลเลอร์มัน feeling อยู่ แล้วเวลาปกติ มันไหลได้ไง พอมันเริ่มสะสม มันไหล มันกลายเป็นว่าพอฉีดสารเติมเต็มแล้วหน้ามันแก่ขึ้น พอฟิลเลอร์มันหนักแล้วมันไหล เขาก็เลยจับไปดึง ซึ่งอันนี้อาจจะต้องระวังนิดหนึ่ง เวลาเราเติมพวกสารเติมเต็มพวกนี้ บางทีเราต้องดูก่อนว่า เราเติมมาเยอะหรือยัง ปริมาณที่เติมมาเมื่อกี่ปีแล้ว และควรจะต้องจดไว้ด้วยว่าแต่ละตำแหน่งฉีดไปเยอะน้อยแค่ไหน เพราะบางทีเรามองภายนอกไม่เห็นชัดเจนหรอก แต่พอสะสมๆ มันอีกที มันมาปูดทีเดียว

จุดไหนบนหน้าที่คนนิยมฉีดฟิลเลอร์ ?

หมอต้น : จริง ๆ ทั่วนะ มันแล้วแต่ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน แต่พอเราเริ่มอายุเยอะขึ้น สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือขมับจะตอบก่อน ใต้ตาจะไปก่อน ดังนั้นพอเริ่ม ๆ บางคนเบ้าตาลึก จะรู้สึกเลยว่าพอเราเริ่มมีอายุเยอะขึ้นเขาก็อยากจะไปเติมแล้ว แต่แอปพลิเคชันของไขมัน มันเอา Fill Up ตรงนี้ คือโดยปกติแล้ว พอเราอายุเยอะขึ้นตัวไขมันมันหายไป อย่างคนคือไขมันมันค่อย ๆ หาย ๆ ไป เราไม่รู้ตัวหรอก มารู้ตัวอีกทีคือมันเยอะแล้ว

สังเกตตัวเองยังไงไม่ให้หน้า overfilled ?

หมอต้น : จริง ๆ ก่อนอื่น เราต้องดูก่อนนะว่าตัวสารเติมเต็ม เราเติมตัวไหนไป อย่างน้อยเราควรจะต้องจดไว้หน่อย เพราะบางทีเวลาเราไปหาหมอบางทีอาจจะไม่ได้หาที่เดียว บางทีที่นี่เขาก็แนะนำอย่างงี้ พอไปอีกที่หนึ่งเขาแนะนำอีกอย่างหนึ่ง บางทีเอาไปผสมปนเปกันไปหมดเลย กับอีกอย่างหนึ่งคือให้สังเกตถ้ามันมีอาการอย่างเช่น หน้ามันเริ่มแข็ง ๆ อันนี้แสดงว่าไม่ดีและ เยอะไป หรือว่าบางทีฉีดตื้นมันก็เริ่มเป็นไตแข็ง ๆ ประมาณนี้ สังเกตถ้าเกิดเวลาเราฉีด overfilled ตรงใต้ตา เวลาเรายิ้มมันจะเป็นลูก มันจะขึ้นมาเป็นไต หรือว่าอีกอย่างหนึ่งมันจะใส สังเกตเคยเห็นเพื่อนไหมหรือใครที่แบบฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเยอะ ๆ แล้วมันใส ๆ

การเติมไขมันสามารถเปลี่ยนเป็นสเต็มเซลล์ แล้วทำให้ผิวหน้าเด็กจริงไหม ? 

หมอต้น : อันนี้เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่ง ทำไมอายุเขา 40 กว่าแล้วทำไมหน้าเขาใสจังเลย เวลาเติมไขมันมันมีสเต็มเซลล์ ถ้าสมัยก่อนหลาย ๆ 10 ปี จะมีช่วงหนึ่งฮิตแบบบินไปเยอรมันไปฉีดสเต็มเซลล์ แล้วตอนนี้มันก็เงียบ ๆ หายไป แต่ตัวสเต็มเซลล์อันนั้นมันเป็นสเต็มเซลล์แบบปลูกจากแล็บ ฉีดเข้าเส้น แต่อันนี้คือจริง ๆ แล้ว สเต็มเซลล์ในร่างกายเรา ที่เยอะที่สุดคือไขมัน ไขมันเรามีสเต็มเซลล์ เยอะมาก เยอะกว่าไขกระดูก เยอะกว่าอะไรอีก แต่ว่าเราเอาสเต็มเซลล์ตัวนั้นมาใช้ แล้วสเต็มเซลล์ตัวนั้น มันสามารถเปลี่ยนเป็นไขมันก็ได้ หรือว่ามันทำให้ผิวหนาขึ้น เซลล์ไขมันเปลี่ยนเป็นเซลล์ผิว มันทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น รูขุมขนดีขึ้น ฝ้าจางลง ริ้วรอยลดลง แล้วก็ทำให้หน้าใสขาวขึ้น เพราะตัวสเต็มเซลล์พวกนี้ มันเหมือนเราใส่เซลล์อ่อนเข้าไปในร่างกายเราที่มันแก่ ดังนั้น ผิวที่มันผลัดขึ้นมาใหม่ มันจะเป็นผิวเด็ก วอลลุ่มเพิ่มด้วย ผิวใสด้วย

อยู่ได้นานไหม ?

หมอต้น : ตัวสเต็มเซลล์ของไขมัน อยู่กับเราไปตลอดและก็จะแก่ไปตามเรา ดังนั้นพอเราอายุเยอะขึ้น จำนวนเซลล์ลดลง เซลล์ไขมันก็จะค่อย ๆ ลดลงเหมือนกัน แต่ว่ามันจะอยู่กับเราไปเรื่อย ๆ สมมติว่าบางคนก็จะบอกว่า เซลล์ไขมัน อยู่ได้กี่ปี อันนี้จะเป็นคำถามยอดฮิตเลย คือจริง ๆ เราก็ต้องถามว่าแล้วหน้าเรา ไขมันที่หน้าเรา อยู่ได้กี่ปี ซึ่งโดยปกติตามตำรา เซลล์เรา มันไม่ได้หายแบบหาย 100% เหมือนสมมติว่าตอนเด็ก ๆ เราอาจจะมี 100 แต่พออายุเริ่มขึ้นอาจจะเหลือ 80 70 เวลามันลดลงไปเยอะ ๆ เราจะเริ่มรู้สึกว่า ไขมันหายไป แต่จริง ๆ ไขมันดั้งเดิมเรายังมีอยู่ ซึ่งโดยปกติแล้ว 8 ปี เราจะรู้สึกที เพราะว่าตามตำรานะ 8 ปี รู้สึกว่าเราแก่ จะเริ่มรู้สึกว่าต้องเติมไขมัน ดังนั้นถ้าสัก 10 ปีเติมทีมันก็โอเค แต่ว่าโดยปกติแล้วไขมัน มันอยู่ไปได้ตลอดนะ มันก็จะอยู่กับเรา เราก็จะโกงอายุกว่าเพื่อนไปตลอดเลย เพราะอะไร เพราะว่าเซลล์เรามากกว่าเขา

ไขมันที่เราจะมาเติม donate ได้ไหม ?

หมอต้น : เราใช้ของคนอื่นไม่ได้ มันเหมือนเราทำ Skin Graft หรือเราเปลี่ยนอวัยวะ มันจะเหมือนเขาจะมีฉลากไว้ว่า อันนี้ของคุณ เอาไปให้คนอื่นมันไม่ได้นะ มันจะบอกว่าอันนี้ของปลอม ไม่ใช่  ร่างกายก็เน่าเลย ถ้าเกิดเอาของคนอื่นมาฉีด

นิยมเอาไขมันส่วนไหนมามากที่สุด ?

หมอต้น : ส่วนใหญ่ผมจะชอบต้นขา ต้นขาด้านนอก บางคนก็จะชอบหน้าท้อง ต้นขาด้านใน อันนี้แล้วแต่ความถนัด แต่โดยปกติแล้วคือต้นหน้าท้อง มันจะมีพวกไฟเบอร์สูง ดังนั้นพอมีไฟเบอร์สูง เวลาเราดูดจะมีไฟเบอร์ติดมาด้วย

เรื่องอะไรบ้างที่คนชอบเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเติมไขมันบนหน้า ?

หมอต้น : จะมีคำถามตลอดอย่างเช่นเวลาคนไข้มาถามผมจะบอกว่าเติมไขมันแล้วจะติดไหม อยู่นานไหม ซึ่งที่ผมตอบไปแล้วอย่างที่บอกก็คือมันก็จะค่อย ๆ ลดลง แต่ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็นปัญหา ส่วนมันจะติดไม่ติดก็ขึ้นอยู่กับเทคนิคด้วยกับตำแหน่งด้วย สมมติบางตำแหน่งต้องบอกก่อนว่าบางตำแหน่งเราเติมเยอะมากไม่ได้ อย่างเช่น บริเวณใต้ตา บางคนเติมเยอะเกินไป เราจะสังเกตเห็นพอยิ้มปุ๊บตาหยีเลย เพราะบางทีเราใส่เยอะเกินไป มันแน่น มันดัน เวลาเรายิ้มมันดันตาปิดเลยนะ อันนั้นก็ไม่ได้ ดังนั้นก็ต้องบอกว่าบางตำแหน่งเราฉีดเยอะมากไม่ได้ อย่างขมับงี้ ขมับบริเวณกะโหลกเรามันไม่ได้แบบเป็นกลม แต่เราอยากให้มันเป็นอย่างงี้ ดังนั้นเวลามันเว้า เราก็ต้องเติมไขมันเพื่อให้มันเต็มขึ้น แต่บางทีด้วย space โครงสร้างมันเติมมันใส่ได้เท่าที่มันใส่ได้ ดังนั้น พอเยอะกว่านั้นมันใส่ไม่ได้แล้ว เพราะเดี๋ยวจะมีปัญหาผลข้างเคียงตามมา ดังนั้นก็มีข้อจำกัดในเรื่องของตำแหน่งแต่ละตำแหน่งด้วยว่า แต่ละตำแหน่งเติมได้เท่าไหร่

ข้อควรระวังในการฉีดไขมันที่หน้า ?

หมอต้น : โดยปกติไขมันที่หน้าบางคนก็จะกลัว บางคนก็จะบอกว่าจะอุดตันเส้นเลือดไหม เพราะมันมีพวกแบบสารเติมเต็มมันมีปัญหาพวกนี้ไง เขาคิดว่าก็ฉีด ๆ เหมือนกัน ถ้ามันอุดเส้นเลือดจะเป็นไปได้ไหม ซึ่งโดยปกติแล้วตั้งแต่ทำมาผมยังไม่เคยเห็น report นะ ที่เจอคือ ตัวผมเองไม่เจออยู่แล้วล่ะ แต่ report ที่เจอจริง ๆ สำหรับผมไม่ได้เจอ แต่โดยปกติเราต้องพูดถึงกลไกของการอุดตันก่อน หลอดเลือดมันจะมีที่จะต้องระวังคือรอบดวงตา รอบดวงตาจะมีหลอดเลือดข้าง ๆ ตาวิ่งขึ้นมา angular artery อะไรพวกนี้ ซึ่งตัวนี้เวลาเราฉีดสารเติมเต็มหรือฉีดอะไรก็ตามเข้าไปอุดเข้าไปในหลอดเลือด มันจะทำให้เนื้อเยื่อที่ถูกเลี้ยงด้วยหลอดเลือดตรงนั้นขาดเลือด คือฉีดแล้วมันไปอุดหลอดเลือดที่อยู่ข้างในมันก็เลยตาบอด ดังนั้นตัวนี้คือปัจจัย คือบางคนกลัวเข้าตา กลัวเนื้อตาย ซึ่งตัวนี้หลักการก็คือถ้าฉีดเข้าไปในเส้นเลือด แต่ผมก็จะมีเทคนิค คือปกติมันขึ้นอยู่กับเทคนิค แต่เทคนิคที่ต้องระวังคือแต่โดยมาตรฐานแล้ว ตัวเข็มที่ฉีดมันจะมีรู ซึ่งรูจะใหญ่กว่าหลอดเลือดโดยมาตรฐาน ดังนั้นถ้าเราไปโดนหลอดเลือดปุ๊บมันจะแตกเลยมันไม่เข้าหรอก แต่บางคนหรือบางกรณีที่เขาอาจจะต้องการเซลล์ที่เล็กกว่า เขาก็จะไปใช้เข็มเล็ก ๆ ซึ่งมันเล็กพอที่จะเข้าไปในเส้นเลือดได้ ดังนั้นพอฉีดปุ๊บมันก็เข้าเส้นเลือดเลย ดังนั้นมันก็อยู่ที่เทคนิคด้วยว่าแต่ละตำแหน่งเราต้องใช้เข็มประเภทไหนเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top