วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
ยังเป็นประเด็นที่คนให้ความสนใจและเป็นมหากาพย์ดราม่าสนั่นวงการลูกทุ่ง เมื่อ "ไดอาน่า พนิดา สมบัติเจริญ" ภรรยาของนักร้องรุ่นใหญ่ "สุรชัย สมบัติเจริญ" ออกมาเปิดหน้าสู้เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี หลังถูกกระแสสังคมและอดีตคู่กรณีตราหน้าว่าเป็นชู้ ล่าสุดกางไทม์ไลน์ละเอียดส่งตรงจากอเมริกาถึงมือ "ทนายรณณรงค์" ยันจดทะเบียนสมรสถูกต้องตั้งแต่ปี 26 ก่อนฝ่ายหญิงที่ไทยจะปรากฏตัว กางไทม์ไลน์ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่า 4 ทศวรรษ เพื่อตอบโต้ข้อกล่าวหาเรื่องการเป็นชู้สาวและการบิดเบือนข้อมูลในอดีต
พ.ศ. 2526
ดิฉันไดอาน่า สมบัติเจริญได้จดทะเบียนสมรสกับ สุรชัย สมบัติเจริญ และทำพิธีในโบสถ์คริส โดยชอบด้วยกฎหมาย หลังจากการสมรสไม่นาน ดิฉันได้รับทราบว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่งอ้างว่าตั้งครรภ์มีลูกกับเขา แม้จะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใต้อย่างมาก ดิฉันตัดสินใจอย่างมีสติและเสียสละ โดยขอให้เขากลับประเทศไทยเพื่อรับผิดชอบแม้ว่าเขาจะเป็นรักแรกและดิฉันรักเขาอย่างลึกซึ้ง ดิฉันเลือกยึดมั่นในศักดิ์ศรีและความถูกต้องมากกว่าความสุขส่วนตัว ในขณะนั้น แม้แต่ครอบครัวของเขาเองก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความเป็นบิดาของเด็ก อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่ต้องการมีข้อพิพาทหรือความขัดแย้ง ดิฉันได้ขอหย่า แต่เขาไม่ยินยอม เนื่องจากเราทั้งสองยังมีความรักต่อกัน แม้เช่นนั้น ดิฉันก็ตัดสินใจจากมา
พ.ศ. 2552
ผู้หญิงคนดังกล่าวได้ดำเนินการจดทะเบียนสมรสกับสุรชัย อย่างไรก็ตาม ขอเรียนให้ชัดเจนว่า สุรชัย ไม่เคยอนุญาตให้เธอใช้นามสกุลของเขาแม้กระนั้น เธอกลับใช้นามสกุลของเขาบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่คลาดเคลื่อนและทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดถึงสถานะที่แท้จริง
พ.ศ. 2554
เธอได้ย้ายออกจากที่อยู่อาศัยของสุรชัย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทั้งสองไม่ได้อยู่ร่วมกันอีก และความสัมพันธ์ได้สิ้นสุดลงในทางปฏิบัติ เหลือเพียงเอกสารทางกฎหมายเท่านั้น
พ.ศ. 2564
หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ดิฉันและสุรชัยได้กลับมาติดต่อกันอีกครั้ง เขายืนยันว่าได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังตั้งแต่ปี 2554 เขาได้ขอเดินทางมาเยี่ยมดิฉันในสหรัฐอเมริกา ซึ่งดิฉันตกลงโดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้นอีกต่อไปภายหลังจากนั้น ดิฉันได้เดินทางไปประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และได้เห็นด้วยตาว่าเขาใช้ชีวิตเพียงลำพังจริงตามที่กล่าว ดิฉันจึงตัดสินใจกลับมาสานสัมพันธ์กับเขาอีกครั้ง โดยยึดตามความจริง ไม่ใช่การคาดเดาความรู้สึกของดิฉันที่มีต่อเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง เขาเป็นสุภาพบุรุษ มีความอ่อนโยน และมีจิตใจดีเสมอมา อีกทั้งข้าพเจ้ายังได้รับรู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาได้เผชิญกับความยากลำบากหลายประการ ซึ่งเขาเก็บไว้เพียงลำพัง
พ.ศ. 2564 -การบิดเบือนข้อเท็จจริง
ภายหลังจากที่เธอทราบว่าดิฉันกลับมาคบกับสุรชัย เธอได้พยายามสร้างภาพลวงต่อสาธารณะ โดยใช้บุตรสาวคนเล็กเป็นผู้ติดต่อสุรชัย เพื่อเชิญเขาไปที่บ้าน โดยมีเจตนาที่จะจัดฉากถ่ายภาพครอบครัวและเผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์การกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามอย่างจงใจในการทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าทั้งสองยังคงอยู่ร่วมกัน และเพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวไม่เป็นผล เนื่องจากความสัมพันธ์ของข้าพเจ้ากับสุรชัยตั้งอยู่บนความจริง
ข้อชี้แจงด้านการเงิน
ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในช่วงเวลาที่เธอไม่ได้อาศัยอยู่ร่วมกับสุรชัย เธอได้มีการยืมเงินจากแฟนของบุตรสาวของเธอ ซึ่งในขณะนั้นสุรชัยไม่ได้อาศัยอยู่กับเธอ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ
การจดทะเบียนสมรสในปี 2552 – ข้อชี้แจง
สุรชัยได้ชี้แจงภายหลังว่า เขาถูกกดดันให้ลงนามในทะเบียนสมรสเมื่อปี 2552
พ.ศ. 2566
สุรชัยได้ดำเนินการยื่นฟ้องหย่า ในระยะแรกเธอไม่ยินยอม แต่ภายหลังจึงตกลง โดยเธอขอเป็นผู้ยื่นเรื่องเองเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตน ซึ่งสุรชัยยินยอม เนื่องจากมีจุดประสงค์เพียงเพื่อยุติเรื่องทั้งหมดและดำเนินชีวิตต่อไป
พ.ศ. 2567 นางอัฐพรพิมพ์ โกมลเสน ย่อมหย่าให้ สุรชัย สมบัติเจริญ
ข้อชี้แจงสุดท้าย
ข้อกล่าวอ้างใด ๆ ที่ระบุว่าสุรชัยยอมรับว่ามีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวนั้น ไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง ข้อมูลหรือการนำเสนอใด ๆ ที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงนี้ ถือเป็นการบิดเบือนและทำให้เกิดความเข้าใจผิด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี