วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569
“พระศรีวสุนธรา” หรือ “พสุนธรานารี” ที่เรียกขานกันในนาม “พระแม่ธรณี หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม” เป็นที่เคารพนับถือว่าเป็นเทพแห่งพื้นแผ่นดิน มีปรากฏในตำนานทั้งศาสนาพราหมณ์, ฮินดู และพุทธศาสนา
โดยเชื่อว่า ‘แผ่นดิน’ เป็นจุดก่อเกิดสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก แผ่นดินจึงเปรียบเสมือน ‘มารดา’ ผู้หล่อเลี้ยงโลก และยกย่องเป็นเทพีผู้ค้ำจุนโลก และสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ จะเห็นได้จากการสร้าง “รูปเคารพพระแม่ธรณี” ตามสถานที่หรือหน่วยงานต่างๆ มากมาย
พระแม่ธรณี หรือแม่พระธรณี ยังปรากฏความสำคัญในพุทธประวัติ กล่าวคือ ในคืนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ พญามารวัสดีและกองทัพมารเข้ารบกวนโดยอ้างเอาบัลลังก์เป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเปล่งวาจาอ้างเอา “ธรณี” เป็นพยาน จากนั้นมีเสียงดังกัมปนาท แผ่นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น พระแม่ธรณีต้องปรากฏกายเป็นพยานเอก แสดงการบิดน้ำจากมวยผมเพื่อแสดงให้เห็นถึงกุศลที่พระพุทธองค์กระทำมาตั้งแต่อดีตชาติ จนน้ำที่กรวดลงบนพื้นแล้วแม่ธรณีรับไว้นั้น มากถึงขั้นเป็นมหาสมุทร พัดเอาเหล่าพญามารกระจัดกระจายหายไป จึงมักถูกวาดไว้ในจิตรกรรมฝาผนังตอน “พระพุทธเจ้าชนะมาร” อยู่เสมอ
คติความเชื่อเรื่องการบูชาพระแม่ธรณี ได้เผยแพร่มาจากอินเดียสู่ไทย เนื่องจากอิทธิพลคัมภีร์พระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ อาจกล่าวได้ว่า ‘ก่อนที่จะทำอะไร ก็ให้บูชาบอกกล่าวต่อพระแม่ธรณีก่อน’ เพราะทุกอย่างในโลกล้วนกำเนิดขึ้นบนดินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ก็ต้องบอกกล่าวขอขมา เพราะจะกระทบกระเทือนพื้นดินตั้งแต่เริ่มตอกเสาเข็มหรือขึ้นเสาเอก ฯลฯ หรือ เกษตรกรก่อนจะเพาะปลูก ก็มักจะทำพิธีบอกกล่าวแก่พระแม่ธรณี และขอพรให้ประสบความสำเร็จ พืชผลเจริญงอกงามพระแม่ธรณี ในพระพุทธศาสนา (โดยเฉพาะเถรวาทไทย) คือเทพีผู้พิทักษ์พื้นแผ่นดิน ปรากฏในพุทธประวัติช่วงมารผจญ โดยเป็นพยานยืนยันบุญบารมีของพระพุทธเจ้าด้วยการบีบมวยผมหลั่งน้ำที่กรวดไว้ตั้งแต่อดีตชาติ จนกลายเป็นมหาสมุทรพัดพากองทัพมารไป นับเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และการชนะอุปสรรค
บทบาทและตำนานที่สำคัญของ “พระแม่ธรณี” คือ
พยานในคืนตรัสรู้: เมื่อพญามารกล่าวหาว่าบัลลังก์ที่พระพุทธองค์ประทับเป็นของตน พระพุทธองค์ทรงเรียกพระแม่ธรณีเป็นพยาน พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นและบีบมวยผม ปล่อยน้ำที่พระพุทธเจ้าทรงกรวดแผ่เมตตาไว้ตลอดการบำเพ็ญเพียรจนท่วมกองทัพมาร
ปางมารวิชัย: เป็นที่มาของพระพุทธรูปปางมารวิชัย ที่แสดงถึงชัยชนะเหนือหมู่มารและความเป็นผู้ค้ำจุนแผ่นดิน
ความเชื่อในไทย: คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็น "แม่" ผู้หล่อเลี้ยงชีวิต มีความเชื่อว่าการบูชาจะช่วยให้ร่มเย็นเป็นสุข พ้นจากภัยพิบัติ และเจริญรุ่งเรืองในการทำมาหากิน โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน
รูปลักษณ์และการบูชา
ท่าทาง: รูปเคารพมักทำเป็นหญิงสาวรูปร่างอวบใหญ่ นั่งคุกเข่าบีบมวยผมทางด้านขวา ซึ่งหมายถึงการปลดปล่อยพลังงาน
คาถาบูชา: "เม กะ มะ อุ" (หัวใจพระแม่ธรณี ถอดจากเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
เรื่องราวของ "พระแม่ธรณีบีบมวยผม" มาจากตำนานตอนที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะพญามารก่อนตรัสรู้ ตาม "ปฐมสมโพธิกถา" ซึ่งเป็นคัมภีร์ไทยโบราณ พญามารท้าทายพระพุทธเจ้าว่าไม่มีพยานยืนยันการบำเพ็ญบารมีของพระองค์ พระพุทธเจ้าจึงทรงสัมผัสพื้นดิน เรียกพระแม่ธรณีให้เป็นพยาน พระแม่ธรณี หรือ พระศรีวสุนธรา ปรากฏตัวขึ้น บีบมวยผมให้น้ำไหลออกมาเป็นสาย น้ำนี้เปรียบเสมือนผลบุญที่พระพุทธเจ้าสั่งสมมาในอดีต ซึ่งไหลท่วมกองทัพมารจนพ่ายแพ้ไป
พระแม่ธรณีปรากฏในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น เทศน์มหาชาติ และลิลิตตะเลงพ่าย โดยในศิลปะไทยมักแสดงเป็นหญิงสาวอวบอิ่ม นั่งคุกเข่าหรือยืนในท่าคล้ายนั่งคุกเข่า มวยผมยาวสลวย มือขวายกจับโคนผม มือซ้ายจับมวยผม แสดงท่าบิดให้น้ำไหลออกมา เช่นเดียวกับในพุทธประวัติ
ตามการตีความของกรมศิลปากร การบีบมวยผมของพระแม่ธรณีไม่ใช่แค่การแสดงพลัง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินที่หล่อเลี้ยงชีวิต และการยืนยันถึงความจริงที่โลกเป็นพยานได้ นี่คือเหตุผลหลักที่ศิลปินพุทธเลือกแสดงท่านี้ในงานศิลปะ เพื่อเล่าเรื่องชัยชนะของพระพุทธเจ้าในรูปแบบที่เข้าใจง่าย
ในความเชื่อของคนไทย
พระแม่ธรณี ไม่ใช่แค่ตัวละครในตำนาน แต่เป็นสัญลักษณ์ของ "แม่" ผู้ให้กำเนิดและปกป้อง ตามหนังสือ "ตำนานและความเชื่อในสังคมไทย" โดยสำนักพิมพ์มติชน การบีบมวยผม ถูกมองว่าเป็นการปลดปล่อยน้ำ ซึ่งเปรียบได้กับน้ำฝนหรือน้ำในแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงเกษตรกรรมและชีวิตคนไทย น้ำที่ไหลจากมวยผมจึงไม่ใช่แค่เครื่องมือปราบมาร แต่เป็นภาพแทนของความเมตตาและพลังแห่งธรรมชาติที่พระแม่ธรณีมีต่อมนุษย์
พิธีกรรมในไทย เช่น การบูชาพระแม่ธรณีก่อนปลูกบ้าน หรือการขอฝนในพิธีโบราณ แสดงให้เห็นว่า คนไทยมองพระแม่ธรณีเป็นผู้ควบคุมทรัพยากรธรรมชาติ การบีบมวยผมในศิลปะจึงอาจสะท้อนถึงความหวังให้แผ่นดินอุดมสมบูรณ์และปกป้องจากภัยพิบัติด้วย
มุมมอง "สากล" เทพธิดาแห่งดินในวัฒนธรรมอื่น
ถ้ามองกว้างออกไป ความเชื่อเรื่องเทพแห่งดินที่ปกป้องมนุษย์ไม่ได้มีแค่ในไทย ตามข้อมูลจาก Encyclopaedia Britannica ในตำนานกรีก "ไกอา" (Gaia) เป็นเทพีแห่งโลกที่ให้กำเนิดชีวิตทั้งปวง และในอินเดีย "ปฤถวี" (Prithvi) เป็นเทวีแห่งแผ่นดินที่คอยหล่อเลี้ยงสรรพสิ่ง
แม้ทั้ง 2 วัฒนธรรมจะไม่มีภาพ "บีบมวยผม" แต่แนวคิดเรื่องโลกที่เป็นพลังปกป้องและให้ชีวิตคล้ายกับพระแม่ธรณีในพุทธศาสนาอย่างไรก็ตาม การที่ไทยเลือกแสดงพระแม่ธรณีด้วยท่าบีบมวยผม อาจเป็นเอกลักษณ์ที่พัฒนามาจากการผสมผสานความเชื่อท้องถิ่นเข้ากับพุทธศาสนา ซึ่งต่างจากวัฒนธรรมอื่นที่มักเน้นภาพเทพีถือพืชหรือยืนนิ่งสงบ
แล้วทำไมต้องเป็น "มวยผม" ไม่ใช่ท่าอื่น ?
ในศิลปะพุทธ "มวยผม" เป็นทรงผมที่พบในรูปปั้นเทวีหรือนางในวรรณคดี ซึ่งอาจสื่อถึงความงามและพลังที่ซ่อนอยู่ ตามหนังสือ "ศิลปะไทย" โดยศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี การบีบมวยผมอาจเป็นการแสดงถึงการปลดปล่อยพลังที่เก็บไว้ เหมือนน้ำที่ไหลออกมาเพื่อพิสูจน์ความจริงและขับไล่ศัตรู
“แม่พระธรณี” กับ “พรรคประชาธิปัตย์”
เล่ากันเอาไว้ว่า ในวันที่ประชุมเพื่อก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนั้นได้มีการเสนอให้เชิญ “แม่พระธรณี” มาเป็นสัญลักษณ์ของพรรคฯ ที่ประชุมเห็นพ้องตรงกัน ในความหมาย “เพื่อการให้ความร่มเย็นแก่ประชาชน”
จากนั้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2525 ได้ย้ายที่ทำการพรรคฯ จากสวนรื่นฤดีมาที่ถนนเศรษฐศิริในปัจจุบัน โดยนายปราโมช สุขุม ส.ส. กรุงเทพมหานคร เป็นผู้เสนอให้มีการจัดสร้าง แม่พระธรณีบีบมวยผมประดิษฐานไว้ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์นับจากนั้นเป็นต้นมา
พระแม่ธรณีที่ท้องสนามหลวง
ลักษณะเด่น: เป็นปูนปั้นรูปพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม โดยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม เพื่อเป็นทานน้ำดื่มแก่ประชาชนที่มาสักการะ จึงมีอีกชื่อว่า "อุทกทาน" (การให้ทานด้วยน้ำ) สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2460พระแม่ธรณีมีศาลเก่าตั้งอยู่บริเวณหัวมุมสนามหลวง ริมถนนราชดำเนิน ใกล้โรงแรมรัตนโกสินทร์ และสะพานผ่านพิภพลีลา เป็นปูนปั้นพระแม่ธรณีกำลังบีบมวยผม ในอดีตเคยมีน้ำสะอาดไหลออกมาจากปลายมวยผม และสามารถใช้ดื่มกินได้ด้วย สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยพระราชดำริของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ด้วยมีพระราชประสงค์ในการแจกจ่ายน้ำดื่มสะอาดบริสุทธิ์แก่ราษฎร
ขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ยังทรงพระยศเป็นเจ้าฟ้าวชิราวุธฯ จึงพระราชทานคำแนะนำให้สร้างอุทกทาน หรือ พระแม่ธรณีบีบมวยผม กระทั่งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นยุคข้าวยากหมากแพง อุทกทานถูกชาวบ้านขโมยอุปกรณ์ท่อน้ำต่าง ๆ จนไม่สามารถใช้การได้
แม้จะมีการซ่อมแซมให้ใช้ได้ดังเก่าในสมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่สถานที่นี้ก็ไม่ได้ใช้เป็นที่แจกจ่ายน้ำสะอาดอีกต่อไป เป็นแต่ศาลศักดิ์สิทธิ์ให้ผู้คนเข้ามาสักการะเท่านั้น
จิตรกรรม พระแม่ธรณีบีบมวยผม วัดชมภูเวก จ.นนทบุรี
เป็นจิตรกรรมรูปพระแม่ธรณีที่ได้รับการยกย่องว่า สวยงามที่สุด หากมีโอกาส ไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปชม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี