533.jpg
เสียงหัวเราะตีตราจอง ดีเจนุ้ย ยื่นจดเครื่องหมายการค้า กันถูก AI แอบอ้าง

เสียงหัวเราะตีตราจอง ดีเจนุ้ย ยื่นจดเครื่องหมายการค้า กันถูก AI แอบอ้าง

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 08.21 น.

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศเดินหน้าผลักดันและสนับสนุนการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทย โดยมุ่งเน้นไปที่เครื่องหมายการค้ารูปแบบใหม่ ผ่านการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยดำเนินการจดทะเบียน เครื่องหมายเสียง เพื่อสร้างอัตลักษณ์และการจดจำแบรนด์ให้มีความโดดเด่นในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งเป็นการสร้างเกราะป้องกันภัยคุกคามจากการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในทางที่ผิด

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเสียงได้กลายเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสื่อสารทางการตลาดและการสร้างแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเสียงเปิดแอปพลิเคชัน เสียงโฆษณา เสียงแนะนำตัว หรือวลีสั้นๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถจดจำและเชื่อมโยงไปยังสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ได้ในทันที การจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงจึงเปรียบเสมือนเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ และช่วยเสริมความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในสภาวะที่ตลาดมีการแข่งขันสูง


ดีเจนุ้ย

ทั้งนี้ ได้มีการยกตัวอย่างกรณีศึกษาในต่างประเทศ ศิลปินระดับโลกอย่าง เทย์เลอร์ สวิฟต์ ได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงต่อสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าสหรัฐฯ จำนวน 2 รายการ ได้แก่ ข้อความเสียง “Hey, it’s Taylor Swift” จากโฆษณาโปรโมตอัลบั้มกับ Amazon Music และข้อความเสียง Hey, it’s Taylor จากคลิปโปรโมตอัลบั้มกับ Spotify ซึ่งกรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าเสียงเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าและจำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI สามารถเลียนแบบน้ำเสียงหรือสร้างเสียงเสมือนจริงได้อย่างแนบเนียน ซึ่งอาจนำไปสู่การแอบอ้างตัวตน การสร้างความสับสนให้แก่ผู้บริโภค หรือการนำเสียงไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ในส่วนของประเทศไทย กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2543 และฉบับที่ 3 พ.ศ. 2559) เพื่อเพิ่มบทบัญญัติการคุ้มครองเครื่องหมายเสียง ไม่ว่าจะเป็นเสียงคน เสียงสัตว์ เสียงเพลง เสียงดนตรี หรือเสียงอื่นๆ ที่ไม่ได้สื่อถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าโดยตรง หรือเสียงที่ไม่ใช่เสียงโดยธรรมชาติของสินค้า หรือเสียงที่ไม่ได้เกิดจากการทำงานของสินค้า ซึ่งการจดทะเบียนนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์และความแตกต่างให้กับธุรกิจ

ดีเจนุ้ย

สำหรับสถิติการจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้ยื่นคำขอรวมทั้งสิ้น 494 คำขอ แบ่งเป็นคำขอของผู้ประกอบการไทย 438 คำขอ คิดเป็นร้อยละ 88.7 และต่างชาติ 56 คำขอ คิดเป็นร้อยละ 11.3 โดยมีคำขอที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว 114 เครื่องหมาย และอยู่ระหว่างการพิจารณาคำขอ 138 คำขอ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่ยื่นจดทะเบียนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท กาลิน อีคอมเมิร์ซ จำกัด ในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (7 คำขอ), บริษัท ฟ้าอรุณพืชผลเพื่อไทย จำกัด ในธุรกิจปุ๋ย (4 คำขอ) และบริษัท ยูนิ-ชาร์ม คอร์ปอเรชั่น ในธุรกิจกางเกงผ้าอ้อมอนามัย (4 คำขอ) นอกจากนี้ บุคคลที่มีชื่อเสียงอย่าง ตีเจนุ้ย ก็ได้ยื่นจดเครื่องหมายเสียงเสียงหัวเราะต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาด้วยเช่นกัน

นางอรมน ได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ไทย วางแผนกลยุทธ์การทำธุรกิจให้รอบด้าน โดยคำนึงถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีที่อาจส่งผลให้นักสร้างสรรค์ต้องปกป้องคุ้มครองสิทธิ์ในเสียงที่ตนสร้างขึ้น และทำการจดทะเบียนเพื่อป้องกันการละเมิดหรือลอกเลียนแบบ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน สร้างการจดจำ และเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ ตลอดจนเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญารูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนหรือแอบอ้าง

ดีเจนุ้ย

ดีเจนุ้ย

ดีเจนุ้ย

ดีเจนุ้ย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา, อินสตาแกรม djnui
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top