533.jpg
ณิริน-แสนดี จับมือเล่าเส้นทางออดิชั่นเป็นศิลปิน เครียด กดดัน เสียน้ำตา โต้ดรามาลูกดารา ใช้เส้น

ณิริน-แสนดี จับมือเล่าเส้นทางออดิชั่นเป็นศิลปิน เครียด กดดัน เสียน้ำตา โต้ดรามาลูกดารา ใช้เส้น

วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 16.48 น.

ลูกไม้หล่นใต้ต้น “น้องแสนดี-น้องณิริน” สองเพื่อนซี้ที่พิสูจน์ตัวเองจนคว้าโอกาสเซ็นสัญญาค่ายดัง พร้อมเปิดใจครั้งแรกหลังถูกโยงดราม่าใช้เส้นสายลูกดารา ขอเม้าธ์วีรกรรม “แม่หนิง-แม่โอ๋” ยกให้เป็นคุณแม่สายโหดตัวจริง พร้อมเคลียร์ชัด ๆ ความสัมพันธ์กับ “น้องบีน่า” วันนี้ยังเหมือนเดิมมั้ย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “เป็กกี้ ศรีธัญญา” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินฝึกหัดค่าเลิฟอีส รู้สึกยังไง?


ณิริน : หนูรู้สึกตื่นเต้นมากค่ะ และดีใจมากที่พี่จิ๊บ (เทพอาจ กวินอนันต์) มองเห็นพวกเรา หนูกับแสนดีไปออดิชั่นหลายๆ ค่าย ดีใจที่พี่จิ๊บมองเห็นเรา และเห็นว่าเราจะพัฒนาได้ ให้โอกาสพวกเรา 

พอรู้ว่าออดิชั่นแล้วได้ รู้สึกยังไง?

แสนดี : ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ เพราะตอนออดิชั่นรู้สึกว่าทำไม่ดี วันนั้นพี่จิ๊บอยู่ในห้องออดิชั่นด้วย วันนั้นพี่จิ๊บให้เซ็นเลย หนูก็แบบ ขอบคุณพี่จิ๊บนะคะ หนูรักพี่จิ๊บค่ะ 

มีความกดดันมั้ย ออดิชั่นหลายที่ แต่ที่นี่ได้ ความกดดันสูงขนาดไหนวันที่ไปออดิชั่น?

ณิริน : สำหรับหนูตอนออดิชันหลายๆ ที่ มันไม่ได้ อาจเพราะเรายังพัฒนาตัวเองไม่พอ ยังเก่งไม่พอ เหมือนมาที่นี่กดดันตัวเองส่วนนึงเพราะหนูอยากได้ค่ายนี้มากๆ ตอนแรกหนูคิดในหัวอย่างเดียวเลยว่าต้องได้ๆ อย่างเดียว ไม่มีคำว่าไม่ได้ ถ้าไม่ได้คงเสียใจ ไม่รู้จะไปไหนต่อ ก็กดดันที่เราก็ไม่อยากให้คุณแม่ต้องเสียหน้าด้วย ก็กดดันตรงนี้

แสนดี : หนูกดดันมาก เหมือนพี่จิ๊บเรียกทุกคนในค่ายมาดูหนู หนูกลัวมาก พี่จิ๊บถามว่ามีเพลงเตรียมบ้างมั้ย หนูไม่รู้จะร้องอะไร วันนั้นหนูโชว์ไป 5-6 เพลงเลย เพราะหนูเตรียมมาเยอะ พี่จิ๊บเขาขอดูทุกอัน หนูก็กดดัน 

ในห้องเขาให้ทั้งร้องทั้งเต้น?

ณิริน : เขาให้ร้อง 1 เพลง ร้องโชว์พลัง ร้องเต้น 1 เพลง โชว์พิเศษว่าเราทำอะไรอย่างอื่นได้ อย่างของหนูก็เล่นเปียโนกับร้องเพลง อาจมีเพลงร้องแต่ละสไตล์บ้าง หนูโชว์ประมาณ 5-6 เพลง

เพลงที่เอาไปร้องแล้วคิดว่าดีสุดในวันนั้นคือเพลงอะไร?

ณิริน :  DREAM ของ BABYMONSTER ค่ะ 

แสนดี : Lose Control ค่ะ 

ซ้อมหนักเหมือนกัน แม้จะฝึกหัดอยู่ ต้องเรียนด้วย แบ่งเวลายังไง?

แสนดี : จริงๆ พี่จิ๊บเขาแคร์เรื่องเรียนมากๆ หนูก็บอกว่าถ้านัดซ้อมขอไม่ดึกมาก แล้วก็ขอหลังเลิกเรียนค่ะ

ณิริน : เสาร์-อาทิตย์ซ้อมเต็มที่ค่ะ ของหนูคุณแม่ไม่ได้เคร่งว่าต้องเสร็จกี่โมง เขาขอแค่ให้ทำดีที่สุด แต่เรื่องเรียนห้ามตกค่ะ ถ้าเราเรียนวันแรกตอนเข้าไปออดิชั่น พี่จิ๊บบอกว่าการเรียนก็ห้ามทิ้งนะ ถ้าเกรดออกก็เอามาให้ดูด้วย เราต้องเรียนดี พี่จิ๊บบอกแม่หนูว่าถ้าณิรินทำอะไรไม่น่ารักใส่แม่ หรือแม่คุยกับหนูไม่ได้ให้แม่โทรมาหาพี่จิ๊บ เดี๋ยวพี่จิ๊บคุยให้ค่ะ เขาเหมือนเป็นแฟมิลี่มากกว่าบอสของเรา แต่เกรดหนูยังไม่ออกค่ะ (หัวเราะ) 

อยู่ในค่ายสนุกมากมั้ย?

แสนดี : สนุกมากค่ะ 

ต้องแลกด้วยหยดน้ำตาเหมือนกัน มีอะไรเกิดขึ้น?

ณิริน : สำหรับหนูไม่ได้กดดันหรือเครียดหรือเสียใจขนาดนั้น หนูรู้สึกว่าทุกคนในค่ายเหมือนแฟมิลี่มากกว่าเป็นเพื่อนร่วมงานทุกคนน่ารักซัปพอร์ตกัน แต่ความกดดันก็มีบ้าง ที่เรารู้สึกว่าเรายังทำไม่ดีพอ เราพัฒนาตัวเองไม่ถึงโกลว์ที่เราต้องการ หนูก็ร้องไห้ 

แสนดี : หนูก็กดดัน หนูเข้าไปแล้วคนอื่นสนิทกันอยู่แล้ว มันกดดันมากๆ หนูไม่รู้จะคุยกับใคร หนูเคยร้องไห้ให้แม่ฟัง บางคนเขาทำดี พอหนูเข้าไป ครูเต้นบอกว่าทำได้ดีกว่านี้ ตอนแรกหนูคิดว่าหนูเก่งเต้น แต่พอหนูเข้าไปในค่ายหนูรู้สึกว่าหนูทำอะไรไม่ได้เลย 

ร้องไห้บ่อยแค่ไหน?

แสนดี : แม่ ร้องไห้บ่อยแค่ไหน (ถามแม่โอ๋) 

ณิริน : ร้องไห้ทั้งกลุ่มจริงๆ ค่ะ หนูมีไลน์กลุ่มกับพี่ๆ 3 คน กลุ่มเทรนี 5 คน โชว์เสร็จทุกคนร้องหมดเลย คนนึงเสียงแหบ บางคนร้องผิด พี่จิ๊บก็ปลอบ แต่หนูรู้สึกว่าเราทำได้ดีกว่านี้ ร้อง 10 นาทีไม่เลิก จนครูบอกว่าไม่เป็นไรลูก ใจเย็นๆ ลูก 

จิตวิญญาณสตาร์เลย แสนดีร้องไห้บ่อยแค่ไหนพี่โอ๋?

โอ๋ : เอาจริงๆ ตั้งแต่เด็กร้องไห้น้อยมาก แต่พอเข้าไปเทรนนี่ วันนึงขึ้นรถมาร้องไห้โฮ คนเป็นแม่เนอะ แสนดีความเครียดแทบเป็นศูนย์ พอเห็นก็บอกว่าไม่เป็นไร แสนดีตั้งใจ บางเรื่องเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจ สิ่งที่เขามาถามเขาไม่ค่อยเข้าใจ เขาเสียใจ แม่ก็ร้องไห้ไปด้วย ก็บอกว่าให้ฮึด เดี๋ยวต้องเจออะไรอีกเยอะ หลังจากวันนั้นอีกวันสองวันเขาก็โอเค

แสนดี : แล้วก็ร้องไห้ใหม่อีกอาทิตย์ถัดมา (หัวเราะ)

โอ๋ : ถ้ามีเทรนมาใหม่ ก็ร้องไห้ใหม่ ไม่เป็นไร เป็นน้ำตาที่เขาอยากเรียนรู้ มีความสุขที่ได้ทำ 

ณิริน : การเป็นเทรนี่กับการร้องไห้เป็นเรื่องปกติค่ะ อาจมีเครียดบ้าง แต่ว่าพี่จิ๊บก็ให้กำลังใจเรา 

หนิงภูมิใจมั้ย?

หนิง : ภูมิใจกับทั้งคู่มากๆ เพราะเราอยู่ตั้งแต่เดย์วันที่เขาไปออดิชั่นกัน ออดิชั่นแล้วก็เฟล ไม่ได้ คุยกันงุ้งงิ้ง 2 คน สุดท้ายก็อยากให้เป็นกำลังใจให้เขา ให้เขาได้มีโอกาสพัฒนา จริงๆ แล้วจะบอกทั้งคู่เสมอ เวลาดุไม่ได้ดุแค่ณิรินคนเดียว ดุแสนดีด้วย 

ณิริน : น่ากลัวมากเลย (หัวเราะ)

หนิง : ว่าชีวิตการทำงานจริงๆ เราต้องพัฒนา ต้องมีวินัย ต้องรักในอาชีพ ในจรรยาบรรณอาชีพนี้จริงๆ 

เราเข้าไปด้วยความสามารถของเรา มีคนพูดมั้ยเข้าไปได้เพราะเป็นลูกดารา?

ณิริน : มีค่ะ 

เจอคอมเมนต์แบบนี้ไป รู้สึกยังไง?

แสนดี : ณิรินฟีลเศร้า หนูฟีลโกรธ 

ณิริน : ไม่ได้รู้สึกเครียดหรืออะไร หนูแค่รู้สึกท้อ หนูก็คุยกับแม่ คิดว่าถ้าไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ สักวันนึงเขาเห็นเองค่ะ หนูไม่ได้โกรธพวกพี่เขาเลยที่เขียนแบบนี้ เพราะพี่ๆ เขาก็มีสิทธิ์คิด เป็นหนู หนูก็คิด แต่หนูรู้สึกว่าถ้าเราพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ มันก็จะโอเคค่ะ หนูเชื่อว่าพี่ๆ เขาคงให้โอกาสเราประมาณนึง หนูทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ไปออฯ มาหลายค่ายก็ไม่ได้ แต่พี่จิ๊บเขาเห็นอะไรบางอย่างในตัวหนูกับแสนดี ก็รับเราเข้าค่าย ก็ขอโอกาสทุกคนอย่าเพิ่งตัดสินพวกหนูนะ 

แสนดี : หนูฟีลโกรธ จะต่อย หนูไม่ชอบอยู่แล้วตอนคนมาด่า เขาคิดได้ แต่ไม่ต้องพูดก็ได้ค่ะ เหมือนพอถึงจุดนึงแล้ว มันทำได้จริงๆ มันก็ท้อแหละ แต่ฟีลโกรธมากกว่าเศร้า 

ถึงขั้นบอกให้แม่โอ๋ บอกพี่จิ๊บว่าถ้าหนูความสามารถไม่ถึง พี่จิ๊บไม่ต้องรับหนูเข้าค่าย?

แสนดี : วันที่หนูออฯ หนูได้เซ็นสัญญาวันนั้น วันนั้นหนูรู้สึกว่าหนูทำไม่ดี หนูทำแย่มาก หนูไม่กล้ากลับไปดูวิดีโอ พอพี่จิ๊บรับ หนูขึ้นรถก็ถามแม่ว่าเขารับเพราะหนูเก่งจริงๆ ใช่มั้ย วันนี้หนูรู้สึกว่าหนูทำแย่มาก แม่ไปบอกพี่จิ๊บ ไปย้ำเขาได้มั้ย ถ้าหนูไม่เก่ง ไม่ต้องรับหนู 

ณิรินรู้มั้ยเกิดมาปุ๊บอยากเป็นอะไร?

ณิริน : หนูรู้ตั้งแต่เกิดเลยว่าหนูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เป็นศิลปินค่ายเลิฟอีส หนูรู้ชะตากรรมว่าเกิดมาต้องเป็นศิลปินค่ายเลิฟอีส ตอนเกิดหนูไม่ได้ร้องไห้ หนูร้องเป็นเพลง 

หนิง : ณิรินเวลาเขาร้องไห้ เขาเป็นโคลิก ชอบร้องไห้ตลอดเวลา แต่พอเปิดเพลงให้เขาฟัง เขาจะหยุดทันที 

หนิงไม่อยากให้ณิรินเข้าวงการ?

ณิริน : พอแม่บอกโลกวงการบันเทิงมีทั้งร้ายและไม่ร้าย เขาอยากให้หนูเป็นหมอศัลยกรรม เหตุผลหลักๆ เขาอยากไปคลินิกฟรีค่ะ แต่ตอนนั้นหนูอยากเข้าวงการมาก ตอนเด็กหนูรู้แล้วล่ะว่าอยากเป็นศิลปิน แต่อยากลองหลายๆ ทาง อยากลองเล่นละคร ก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น ไปขอลุงโน่ว่าอยากเล่น แม่ก็ไม่รู้ ลุงโน่ก็ไปบอกแม่ว่าให้ณิรินเล่นนะ ละครเรื่องนั้นเปิดทางให้หนูอยู่วงการบันเทิงด้วย

อีกสิ่งที่สำคัญคือการเป็นศิลปิน ได้ร้อง ได้เต้น ทำให้หนูลืมเรื่องอะไรที่มันไม่ดี?

ณิริน : ที่หนูอยากเป็นมาก อย่างเวลาหนูทะเลาะกับเพื่อน มันทำให้ลืมได้ ทะเลาะกับพ่อแรงๆ มีปัญหากับพ่อ ก็อยากลืม ไม่อยากเครียด การร้องการเต้นทำให้หนูรู้สึกผ่อนคลายขึ้นจริงๆ เป็นแรงผลักดันว่าเราอยากเริ่ดบ้างนะ

คุณพ่อฝากคุณย่ามาแสดงความยินดี?

ณิริน : ใช่ค่ะ 

ทำไมเขาไม่แสดงความยินดีเอง?

ณิริน : หนูก็รักคุณพ่อเหมือนเดิม รักทุกคนเหมือนเดิม หนูก็เข้าใจในสิ่งที่พ่อเลือก หนูเคารพการตัดสินใจของพ่อ หนูเชื่อว่าเขาอยากมีความสุขบ้าง แต่ที่หนูไม่ได้คุยกับเขา หนูไม่ได้ติดต่อหรือตัดการติดต่อกับเขา เพราะคิดว่าทุกครั้งที่คุยหนูไม่อยากมีปัญหากับพ่อ ไม่อยากให้พ่อต้องเครียดด้วยว่าณิรินโกรธ ถ้าสมมติมีอะไรก็บอกคุณย่าก็ได้นะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูยังรักพ่อเหมือนเดิมนะคะทุกคน ยังโอเคเหมือนเดิม แค่ช่วงนี้เฉยๆ โนดราม่านะ 

หนิง : เขาโตแล้ว เขา 13 เขามีสิทธิ์คิด ตัดสินใจบนทางที่เขาคิดและตัดสินใจ ถ้าเป็นทางที่ถูกแล้วดี เราเป็นแม่ก็เคารพสิ่งที่เขาคิด 

มีช่วงนึงณิรินไม่มีความสุข แต่ช่วงนี้สว่างไสว พร้อมเจิดจ้า?

ณิริน : มีความสุขเพราะพี่จิ๊บให้โอกาสค่ะ 

เข้าวงการได้ปรึกษาแม่มั้ย เขาให้คำแนะนำยังไง?

ณิริน : แม่เขาค่อนข้างให้เดินเองไปก่อน ถ้ามีปัญหาหนูก็ถามเขาได้ เช่นเรื่องที่โดนดราม่าว่าแก้ปัญหายังไง เวลาอยู่ในค่ายพัฒนาตัวเองไม่พอ รู้สึกตัวเองยังทำไม่ถึง ต้องทำยังไง หนูก็ถามแม่ 

แสนดี : หนูไม่ค่อยปรึกษา เพราะแม่เขาเต้นไม่เป็น ร้องไม่เป็น 

โอ๋ : (หัวเราะ) แสนดีเขาเด็กมาก แล้วความคิดเขามีอยู่แค่นี้ เขาตั้งใจ เขาอยากทำให้เต็มที่ เขาชอบ เขารู้ตั้งแต่เด็กแล้วล่ะว่าเขาชอบ เขาก็จะไม่ปรึกษาแม่ เขาจะบอกว่าแม่ร้องเพลงไม่เป็นแม่จะคอมเมนต์ได้ยังไง โอ๋ก็บอกว่าฉันก็ฟังเป็นโว้ย แต่ส่วนมากเราจะบอกเรื่องอื่น อย่างเรื่องมารยาทมากกว่า เวลาเข้าไปสวัสดีทุกคนนะ นั่งตรงนี้ ถ้าจะแต่งหน้าอย่าเอาไอแพดมาเล่น ไหว้ทุกคน มองตา ไม่ใช่ไหว้ส่งๆ โอ๋จะเน้นเรื่องมารยาท  แต่เรื่องเพลงโอ๋เชื่อว่าพอเขาเข้าค่ายก็ดีนะ แม่ไม่ต้องมาทะเลาะกับลูก ให้ทางค่ายดูแลเขาไปเลย 

ลูกมีความเป็นศิลปิน แต่เราร้องไม่ได้ เต้นไม่ได้ รู้สึกยังไง?

โอ๋ : มันคือความภูมิใจ เราไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ เป็นศูนย์ 

แสนดี : เป็นคนสวย

โอ๋ : อันนั้นแน่นอน ไม่งั้นเธอจะสวยเหมือนแม่เหรอ เราไม่เป็นอะไร แต่เราเห็นเขาตั้งแต่เด็กๆ โอ๋รู้สึกว่าแสนดีเขาชอบเรื่องการเต้นตั้งแต่เด็ก แต่ตอน 12 เขาบอกว่าถ้าเขาเต้นอย่างเดียว  เขาจะไม่ได้เป็นศิลปินนะแม่ เขาน่าจะได้เรียนร้องเพลง หลังจากนั้นเขาเรียนร้องเพลงแค่ปีนิดๆ เองก็มีพัฒนาการขึ้น 

มีดราม่าว่าเป็นลูกดาราแหละถึงได้เข้า?

โอ๋ : เห็นน้ำตาลูกแหละ ไม่ได้มีใครพูดอะไร โอ๋เห็นลูกร้องไห้วันที่ไปเทรน ไปเซ็น ไปรอ ลูกร้องไห้กลับมา ก็คิดว่าอีกหน่อยต้องมีคนพูด พอไลฟ์ก็เลยพูดไปเองแหละว่าครั้งนี้แสนดีเขาตั้งใจมาก เราก็รู้ความตั้งใจของลูก ค่ายเป็นค่ายใหญ่ ก็รู้สึกแค่ ค่ายเขาน่าจะต้องพิจารณาพอสมควร ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ เป็นแค่ลูกดาราแล้วเข้าไป แม่ก็เลยรู้สึกว่าเขาตั้งใจ ทางค่ายก็น่าจะเห็นความมีอะไรของเขา ถึงรับเขา ไม่ใช่แค่เป็นลูกเรา 

คำนี้ณิรินก็โดน?

หนิง : หนิงพูดกับเขาเสมอๆ ณิรินทั้งเล่นละคร ทำพิธีกร ทำงานมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว มันเลยอาจไม่ได้แรงมากสำหรับณิริน หนิงจะบอกณิรินว่าทุกครั้งที่ทำงาน เราได้โอกาส เราต้องทำงานให้ดี เขาจะพูดยังไงก็แล้วแต่ ณิรินต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ถ้าผลงานณิรินดี ใครก็ว่าณิรินไม่ได้ ดังนั้นวันนี้ถ้าเรารู้ว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ ก็แค่พัฒนา ทำต่อไป ทำจุดอ่อนให้เป็นจุดแข็ง หนิงค่อนข้างเป๊ะเรื่องการทำงานและวินัย

ณิริน : เขาเป็นคนพูดตรงๆ ไม่ได้ใช้อารมณ์ แต่เป็นคนพูดตรงๆ 

น้องณิรินสนิทน้องบีน่าตั้งแต่ตอนไหน?

ณิริน : ตั้งแต่เกิดเลย 

ช่วงบีน่าเจอดราม่าให้กำลังใจเพื่อนยังไง?

ณิริน : หนูก็ให้กำลังใจเพื่อน ล่าสุดชวนบีน่ามากินข้าวกับเพื่อนๆ มีแสนดี มีเพื่อนหนูอีกคนด้วย บีน่าเขาก็เครียด เขาก็ร้องไห้กับหนู เราก็คอยซัปพอร์ตคอยให้กำลังใจว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ก็สนุกดี ยังเจอกันอยู่ หนูยังรักบีน่าเหมือนเดิม

แสนดี : หนูก็เหมือนกัน ตอนดราม่าเกิดขึ้นหนก็พิมพ์ไปว่ายูโอเคมั้ย เขาก็ตอบกลับมาว่าโอเค วันไปกินข้าว หนูก็ไปด้วย 

บีน่าเป็นคนเหมือนพาณิรินเข้าวงการร้องเต้นในตอนแรก?

ณิริน : ตอนแรกหนูชอบอยากเป็นศิลปินอยากเต้นอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นเดี่ยวเป็นกลุ่มยังไง ยังหาแนวทางไม่เจอ บีน่าเขาบ้าเคป๊อบ ทีป๊อบมากค่ะ เขามีทุกอย่างเลย ทุกอัลบั้ม มีหมดเลย เขาชวนเราร้อง ชวนเราเต้น นั่นแหละเริ่มเห็นและฟันธงว่าหนูอยากเป็นเกิร์ลกรุ๊ปแบบนี้ ตอนนั้นไปเที่ยวสิงคโปร์บีน่าก็เปิดเพลงแบล็กพิงค์ คิดท่าเต้น ตอนนั้นรู้เลยว่าอยากเป็น

เป็นเพื่อนที่ทำให้เราเห็นภาพชัดว่าเราอยากเป็นศิลปิน?

ณิริน : ใช่ค่ะ 

ร้องเต้นด้วยกันบ่อยๆ ทำให้คนคิดว่าจะออกเป็นดูโอ้คู่กันหรือเปล่า?

แสนดี : จริงๆ แล้วก็ตามใจพี่จิ๊บ แต่เราบอกพี่จิ๊บว่าขอไม่ออกคู่ 

ณิริน : น่าจะออกกลุ่มมากกว่า เราบอกพี่จิ๊บไปแล้ว พี่จิ๊บค่อนข้างฟังความคิดเห็นของเด็ก การที่เราไม่ออกคู่เพราะดูโอ้ก็ค่อนข้างยาก หนูรู้สึกว่ามันยืนบนเวทีแล้วไม่สวย อยากมีสัก 4-5 คนยืนเรียงกัน 

โอ๋ : อยากให้ออกคู่เนอะ สองคนสวยดี 

หนิง : ไปแอบดูเขาซ้อม รู้เลยทำไมไม่อยากออกคู่ เวลาร้องเพลงดูโอ้มันต้องประจันหน้ากันมองหน้าส่งอารมณ์ ลองให้เขาทำดูสิ สภาพเป็นไง 

มองหน้ากันแล้วยังไง?

ณิริน : มันสนิทกันเกินไป เพลงเศร้ามากเลยนะคะ แต่มองหน้าเพื่อนแล้วแบบ.. เมื่อวานซ้อมอยู่ แสนดีหลุดขำ ครูถามว่าเป็นอะไร แสนดีบอกว่าเปล่าค่ะ แล้วมองหน้ากันไม่ได้ นั่นแหละ เลยคิดว่าถ้าออกคู่อาจขำกันเอง แต่เวลาโชว์กับพี่ๆ 5 คน หนูรู้สึกว่ามันลงตัวนะ ถ้าให้พูดตรงๆ หนูว่าหนูกับแสนดีคาแรกเตอร์โดดกันเกินไป ก็เลยอยากออกกลุ่ม 

ในค่ายมีใครอยู่ในกลุ่มเรา?

แสนดี : เล็งแล้วค่ะ จริงๆ หนูอยากเทรนกับคนใหม่ๆ ใครก็ได้ หนูอยากมีเพื่อน

ณิริน : หนูอยากเดบิวต์กับพี่กลุ่มที่เทรนด้วย เพราะหนูรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครคนใดคนหนึ่งขาดหาย หนูรักพี่เขาหมดเลย เขาก็น่ารักกับเรามาก อยากให้เดินไปด้วยกัน 

หนิง : อยากเดบิวต์เป็นศิลปินต่างประเทศบ้างมั้ย

แสนดี : หนูคิดอยู่แล้วว่าอยู่ค่ายไทยดีกว่าตั้งแต่แรก ถ้าเราไปเริ่มที่ประเทศอื่น มันจะยาก 

โอ๋ : กลัวลำบาก 

ณิริน : หนูอยากไปโชว์โคเชลล่าค่ะ แต่ถ้าให้ไปอยู่ต่างประเทศ หนูไม่ไป ไม่ได้เจอพี่จิ๊บหนูจะร้องไห้ หนูรักพี่จิ๊บ

แสนดี : ไอเลิฟพี่จิ๊บๆๆๆ

วันที่ 30 พ.ค. จะออนสเตทด้วยกัน คืองานอะไร?

ณิริน : งาน ULTRASOUND, House of Trainees ที่ LIDO ค่ะ เป็นคอนเสิร์ตเปิดตัวเทรนี่เลิฟอีสค่ะ 

แสนดี : ค่ายโพสต์ในไอจีแล้ว แต่มันเป็นสุ่ม เพราะในฮอลล์นั้น 600 คนใกล้เต็มแล้วๆ จริงๆ ตอนแรก 500 เต็มตั้งแต่วันแรกเลย 

ณิริน : เขารวมหมดเลย แค่ญาติพี่น้องเทรนนีทุกคนรวมกัน 146  คน  บ้านเรานี่แหละไปเยอะมาก ทุกคนรอดูได้เลย เวทีระเบิดแน่นอน

หนิง : ปกติเด็กสองคนนี้เขาถนั

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top