533.jpg
คนญี่ปุ่นกับความคลั่งไคล้ชาวตะวันตก ชาตินิยมเริ่มเปลี่ยนผัน?

คนญี่ปุ่นกับความคลั่งไคล้ชาวตะวันตก ชาตินิยมเริ่มเปลี่ยนผัน?

วันอาทิตย์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.
Tag :

เมื่อพูดถึงชาวญี่ปุ่น สิ่งหนึ่งที่มองเห็นได้ชัดเจนคือมีความเป็นชาตินิยมสูง แต่ในความเป็นจริงจะเห็นว่าชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะคนรุ่นก่อนจะชื่นชอบฝรั่งชาติตะวันตกมาก เช่นเดียวกับปัจจุบันที่หนุ่มสาวจำนวนมาก ต่างก็คลั่งไคล้และหลงใหลในความเป็นตะวันตกไม่น้อย

ในปัจจุบันจะพบหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ที่นิยมใช้ไอโฟน และใช้สินค้าแบรนด์เนมจากชาติตะวันตก ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การแต่งตัว หรือการเข้าร่วมในเทศกาลของชาวตะวันตก อย่างในวันคริสต์มาส หรือวันวาเลนไทน์ ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่นเช่นกัน


ความหลงใหลและชื่นชอบชาวตะวันตก ทำให้หนุ่มสาวของญี่ปุ่นหลายคู่นิยมเดินทางไปยุโรปและสหรัฐ หรือแม้กระทั่งพากันไปแต่งงานในฮาวาย

ความจริงแล้ว อิทธิพลของชาติตะวันตก ได้แผ่เข้ามาในญี่ปุ่นหลายร้อยปีแล้ว จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นรุ่นก่อน ก็จะนิยมชมชอบฝรั่งชาติตะวันตกไม่น้อย ซึ่งอาจจะดูสวนทางกับความเป็นชาตินิยมอย่างที่เราเห็นๆ กัน แต่ในความเป็นจริงก็คือชาวญี่ปุ่นอยากมีความทัดเทียมกับตะวันตก ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่สมัย “เมจิ” ถือเป็นพื้นฐานการพัฒนาชาติของญี่ปุ่นในสมัยนั้น จนนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรม มีการพัฒนารถยนต์ และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมาก กลายเป็นยุคเฟื่องฟูของญี่ปุ่น จนมีการพัฒนาการลงทุนในต่างประเทศ และซื้อกิจการของชาวตะวันตกมากมาย

การเข้ามามีอิทธิพลของชาติตะวันตก ไม่เพียงทำให้ชาวญี่ปุ่นเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ทางด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ในด้านศิลปะและวัฒนธรรม ก็เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของชาวญี่ปุ่นไม่น้อยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร หรือเทศกาลต่างๆ

ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าคนญี่ปุ่น รู้จักการปรับตัวและผสมผสานความคิดแบบฝรั่งกับความคิดญี่ปุ่น ดูได้อย่าง การปกครอง ยังคงลักษณะผสมระหว่าง เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหรัฐ สิ่งเหล่านี้ผู้สันทัดกรณีมองว่า เป็นมาตั้งแต่วิกฤติ “เรือดำ” ในปี 1853 ที่สหรัฐอเมริกา ได้ส่งเรือรบ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกว่า “เรือดำ” จำนวน 4 ลำ เข้าไปปิดอ่าวอูรางะ ในเมืองเอโดะ และขู่จะโจมตี หากไม่เปิดการค้าขายกับสหรัฐ ถือเป็นการใช้การทูตแบบเรือปืนบังคับ (Gunboat Diplomacy)

ก่อนหน้านี้ คนญี่ปุ่น ถือว่าเป็นชาติที่มีอัตราการรู้หนังสือสูงมาก อาจจะเกิน 80 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงก่อนปฏิรูปเมจิ เพราะสันติภาพในสมัยโตกุกาว่ากว่า 200 ปี ทำให้คนญี่ปุ่นสนใจการอ่าน การเขียน หนังสือ มากกว่ายุโรปในยุคเดียวกันด้วยซ้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ญี่ปุ่นรับความรู้ตะวันตกค่อนข้างง่าย

อย่างไรก็ตาม คนญี่ปุ่นยังรักษาศิลปะญี่ปุ่น รวมถึง วัฒนธรรมที่ฝังรากลึกมาตั้งแต่การปฏิรูปไทกะ ในช่วง ปี 645 การที่ชาวญี่ปุ่นนิยมชาติตะวันตก จึงอาจจะเป็นแค่การผสมผสานให้เข้ากันได้กับวัฒนธรรมเท่านั้น เห็นได้จากการรับประทานเค้กของชาวญี่ปุ่นที่นิยมคู่กับชา ซึ่งแตกต่างจากชาวตะวันตก แต่ก็ต้องยอมรับว่า อิทธิพลของตะวันตก ได้เข้ามาในอยู่ในสังคมญี่ปุ่นหลายอย่าง แม้กระทั่งเทศกาลคริสต์มาสซึ่งแม้จะเป็นเทศกาลของชาวตะวันตก แต่ชาวญี่ปุ่นก็ฉลองคริสต์มาสกันอย่างคึกคัก หากแต่ที่แปลกคืออาหารประจำเทศกาลคริสต์มาสในญี่ปุ่น คือ ไก่ทอด KFC แทนที่จะเป็นไก่งวง

กล่าวกันว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 1970 เมื่อลูกค้าต่างชาติในกรุงโตเกียวมาซื้อไก่ทอด KFC เพื่อใช้แทน “ไก่งวง” ในอาหารค่ำวันคริสต์มาส และหลังจากนั้นทาง KFC ก็ได้คว้าโอกาสนี้ทำการตลาดจนกลายเป็นประเพณีในญี่ปุ่น

นอกจากไก่ทอดแล้ว ชาวญี่ปุ่นยังนิยมทานเค้กสตรอเบอร์รี่ในวันคริสต์มาสด้วยเช่นกัน ธรรมเนียมนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1960 เมื่อ Fujiya ร้านขนมชื่อดังของญี่ปุ่นแนะนำเมนูเค้กสตรอเบอร์รี่สีแดงสดบนครีมสีขาว เข้ากับธีมสีแดง-ขาวของเทศกาลคริสต์มาส และได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวญี่ปุ่น

แม้ว่าในญี่ปุ่นจะมีผู้นับถือศาสนาคริสต์เพียงไม่ถึง 1% แต่คริสต์มาสได้กลายเป็นเทศกาลแห่งความรัก หรือ “วาเลนไทน์ฤดูหนาว” ไปแล้ว โดยในค่ำคืนวันที่ 24-25 ธันวาคมคู่รักชาวญี่ปุ่นจะจับมือฝ่าลมหนาวไปทานอาหารค่ำ และชมไฟประดับในเทศกาลคริสต์มาสด้วยกัน สถานที่ต่างๆ ล้วนแต่จัดแคมเปญต้อนรับคริสต์มาสอย่างคึกคัก

ส่วนเทศกาลวันวาเลนไทน์ในประเทศญี่ปุ่นนั้น ก็กลายเป็นประเพณีที่คู่รักจะแสดงความรักต่อกัน โดยวันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น เป็นวันที่ “ผู้หญิงจะให้ช็อกโกแลตแก่ผู้ชาย” แต่ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะการให้ช็อกโกแลต แต่อาจจะมีการให้ของขวัญอื่นๆ และอาจจะสารภาพรักต่อฝ่ายชายในวันนี้ด้วยก็ได้

อย่างไรก็ตาม สภาพเศรษฐกิจ ก็มีส่วนสำคัญต่อการใช้สินค้าของชาวญี่ปุ่นเช่นกัน อย่างในปัจจุบันที่ญี่ปุ่นกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจ ธุรกิจหลายอย่างเริ่มต้องขายให้กับต่างชาติ ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ถึงกับต้องประกาศส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติภายใต้นโยบาย “อาเบะโนมิกส์” เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top