533.jpg
สื่อนอกตีข่าว‘จับใบดำ-แดง’ประสบการณ์ลุ้นระทึกชายไทย ชี้เกณฑ์ทหารไม่จำเป็นแล้วยุคนี้

สื่อนอกตีข่าว‘จับใบดำ-แดง’ประสบการณ์ลุ้นระทึกชายไทย ชี้เกณฑ์ทหารไม่จำเป็นแล้วยุคนี้

วันอังคาร ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2562, 11.48 น.

23 เม.ย. 2562 สำนักข่าวอัลจาซีราของกาตาร์ เสนอรายงานพิเศษ “Red or black? Experiencing Thailand's military drafting” บอกเล่าเรื่องราวการเกณฑ์ทหารในประเทศไทย โดยระบุว่า พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 (1954 Military Service Act) กำหนดให้ชายไทยอายุ 21 ปี ต้องเข้ามารายงานตัวเพื่อเกณฑ์ทหาร และหากไม่สมัครใจก็ต้องตัดสินด้วยการ “จับใบดำ - ใบแดง” ใบแดงคือต้องเป็นทหาร ส่วนใบดำนั้นได้รับการยกเว้น โดยธรรมเนียมนี้เกิดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งกองทัพต้องการกำลังพลราวปีละ 1 แสนคน 

ณ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เจมส์ แคมป์เบล (James Campbell) หนุ่มลูกครึ่งไทย - อังกฤษ วัย 24 ปี บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวว่า ย้อนไปเมื่อปี 2559 เขาเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมเทศกาลลุ้นระทึกครั้งนี้ และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “กลัว” โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงพ่อแม่ที่แก่ชรา เช่นเดียวกับ ศรายุทธ ชุมชัย (Sarayut Chumchai) หนุ่มวัย 22 ปี กล่าวยอมรับว่าเครียดมากตอนจับสลาก แต่เมื่อพบว่าได้ใบดำก็รู้สึกว่าโชคดี อย่างไรก็ตาม เมื่อถามต่อไปว่าประเทศไทยยังควรมีการเกณฑ์ทหารหรือไม่ เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ 


ถึงกระนั้น สำหรับบางคนก็ยินดีเข้าร่วม อาทิ เอก (Ek) หนุ่มวัย 26 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพช่างซ่อมมอเตอร์ไซค์ เล่าว่า เคยสมัครเข้าเป็นทหารสังกัดกองทัพเรือ เพราะขณะนั้นยังไม่มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว อย่างน้อยการเป็นทหารก็ยังมีเงินเดือน และแม้จะมีเพื่อนบางคนไม่ค่อยพอใจนักเพราะถูกส่งไปประจำการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2547 แต่สำหรับเขานั้นไม่มีปัญหาอะไร 

รายงานของอัลจาซีรา กล่าวต่อไปว่า สืบเนื่องจากมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีความรุนแรงที่เกิดขึ้นในค่ายทหาร กล่าวคือ มีทหารเกณฑ์ถูกทำร้ายร่างกายหรือบางครั้งก็ถึงขั้นเสียชีวิตทั้งจากเพื่อนทหารด้วยกันและจากผู้บังคับบัญชา ทำให้การเลือกตั้งในประเทศไทยเมื่อเดือน มี.ค. 2562 หลายพรรคการเมืองเสนอว่าควรยกเลิกการเกณฑ์ทหาร อาทิ พรรคอนาคตใหม่ พรรคเพื่อไทย ไม่เว้นแม้แต่พรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่กล่าวในทางคล้ายๆ กัน

นอกจากนี้ยังกล่าวด้วยว่ามีชายไทยบางส่วนพยายามติดสินบนเพื่อหนีการเกณฑ์ทหาร แม้ทางกองทัพจะประชาสัมพันธ์ในเชิงห้ามปรามอยู่เนืองๆ ก็ตามเพราะหากถูกจับได้จะมีโทษถึงจำคุก ขณะที่อีกไม่น้อยใช้วิธีเข้าเรียนหลักสูตรกำลังสำรอง (รด. หรือ นศท.) เป็นเวลา 3 ปีในชั้นมัธยมปลาย หรือผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีก็สมัครใจเพราะได้สิทธิ์ลดวันเป็นทหารจาก 2 ปีเหลือเพียง 6 เดือน

ทางด้าน จอห์น เดรเปอร์ (John Draper) ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจสังคม มหาวิทยาลัยขอนแก่น (Social Survey Centre at Khon Kaen University) มองว่า หลังสิ้นสุดสงครามเย็นประเทศไทยก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารอีกต่อไป ดังนั้นระบบนี้ควรถูกยกเลิกเสียเพราะเป็นการสนับสนุนสังคมศักดินา เห็นได้จากกองทัพไทยมีอัตราส่วนนายทหารชั้นนายพลมากที่สุดหากเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

จอห์น เสนอแนะว่า รัฐบาลไทยควรเปลี่ยนระบบการเกณฑ์ทหารไปสู่โครงการพัฒนาชนบท เช่น งานก่อสร้างและบูรณะอาคารเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพราะจะสามารถช่วยเหลือคนยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้ในที่สุด นอกจากนี้เขาเชื่อว่าจะทำให้ประชากรของประเทศไทยมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของการรับใช้ชาติ และหลีกเลี่ยง “วัฒนธรรมแห่งการฆ่า” (culture of killing) โดยเฉพาะที่น่าเศร้าคือการฆ่าหรือทำร้ายร่างกายทหารเกณฑ์ หลายกรณีถูกนำไปเชื่อมโยงกับระบบวินัยและการลงโทษ

รายงานของอัลจาซีรา ทิ้งท้ายด้วยคำพูดของเจมส์ แคมป์เบล หนุ่มลูกครึ่งไทย - อังกฤษ วัย 24 ปี อีกครั้ง ว่าเขาเคยได้ยินเรื่องผิดๆ ในค่ายทหาร แต่หากเกิดขึ้นกับเขาเองจะไม่ยอมอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในตอนแรกเขาตั้งใจจะสมัครเพราะมีวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่ผู้เป็นแม่บอกให้ “เป็นผู้ชาย” ด้วยการไปจับใบดำ - ใบแดง และดีใจมากเมื่อพบว่าสิ่งที่อยู่ในมือของเขาเป็นใบดำ อนึ่ง..กองทัพไทยเคยกล่าวว่าการเกณฑ์ทหารนั้นจำเป็นเพื่อปลูกฝังความมีวินัยและจงรักภักดีต่อ 3 สถาบันหลัก “ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” และรัฐธรรมนูญไทยก็ระบุว่าเป็นหน้าที่

ขอบคุณเรื่องจาก : https://www.aljazeera.com/news/2019/04/red-black-experiencing-thailand-military-drafting-190417015605789.html

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top