วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สิงคโปร์ (รอยเตอร์/สเตรทไทมส์) - การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในสิงคโปร์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ คาดจะมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของรัฐบาลต่อโรคโควิด-19 รวมถึงมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาและสร้างงาน และการปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานต่างชาติ
รัฐบาลสิงคโปร์ประกาศยุบสภาและจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 10 กรกฎาคม โดยนายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง แถลงผ่านทางโทรทัศน์ว่า การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในสิงคโปร์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว และการเลือกตั้งจะทำให้รัฐบาลใหม่ซึ่งจะมีอำนาจบริหารประเทศ 5 ปีเต็มสามารถมุ่งเน้นไปที่วาระแห่งชาติได้
ปัจจุบัน สิงคโปร์มีผู้ป่วยสะสมโรคโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันแล้ว มากกว่า 40,000 คน มากกว่า 90% ของผู้ป่วยมีความเกี่ยวข้องกับหอพักสำหรับแรงงานต่างชาติ จึงคาดว่าการรณรงค์หาเสียงที่มีเวลาอยู่ราว 2 สัปดาห์ จะมุ่งเน้นไปที่มาตรการฟื้นเศรษฐกิจหลังโรคระบาด และการปรับปรุงสภาพการทำงานของแรงงานต่างชาติ อย่างไรก็ดี พรรคการเมืองไม่สามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งได้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ คณะกรรมการการเลือกตั้งสิงคโปร์จะจัดการถ่ายทอดสดการหาเสียงทั้งทางโทรทัศน์ และทางไลฟ์สตรีมมิงแทน
ด้านพรรคแรงงานซึ่งเป็นฝ่ายค้านเพียงพรรคเดียวที่มีที่นั่งในสภาชี้ว่า การจัดเลือกตั้งระหว่างวิกฤตโรคระบาดใหญ่ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน และหันเหความสนใจของรัฐบาลไปจากการจัดการกับโรคโควิด-19 อีกทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค ซึ่งทำให้การรณรงค์หาเสียงแบบลงพื้นที่ใกล้ชิดและการจัดเวทีปราศรัยทำได้ยากขึ้น อาจทำให้บรรดาพรรคการเมืองเล็กๆ เสียเปรียบยิ่งกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่านายลี เซียนหยาง น้องชายนายกรัฐมนตรีลี เซียนลุงของสิงคโปร์เผยว่า ได้เข้าร่วมพรรคสิงคโปร์ก้าวหน้าหรือพีเอสพี เพื่อสู้กับพรรคกิจประชาชน หรือพีเอพีของพี่ชายในการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ เขาเคยวิจารณ์พรรคพีเอพีว่า ออกนอกลู่นอกทาง และเห็นด้วยกับหลักการและค่านิยมของพีเอสพี สำหรับพรรคพีเอสพีเพิ่งตั้งขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปีก่อน โดยนายตัน เฉิงบ็อก วัย 80 ปี ที่ลาออกจากพรรคพีเอพีในปี 2554 เพื่อลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 7 ของประเทศ และพ่ายให้แก่นายโทนี ตัน ที่ได้รับการสนับสนุนจากนายกรัฐมนตรีลีด้วยคะแนนเฉียดฉิวเพียงร้อยละ 0.35 เท่านั้น
ทั้งนี้ นายลี เซียนหยาง วัย 62 ปี และนางลี เหวยหลิง วัย 65 ปี ทะเลาะกับนายกรัฐมนตรีลี วัย 68 ปี เรื่องอ้างว่าพี่ชายคนโตไม่ยอมรื้อบ้านพักของนายลี กวนยู บิดาผู้ก่อตั้งประเทศตามพินัยกรรมหวังใช้ประโยชน์ส่วนตัว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี