537.jpg
ทนไม่ไหวแล้ว! ชาวจีนประท้วงเดือดที่กวางโจว ต้านล็อกดาวน์ซีโร่โควิด

ทนไม่ไหวแล้ว! ชาวจีนประท้วงเดือดที่กวางโจว ต้านล็อกดาวน์ซีโร่โควิด

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.20 น.

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 สำนักข่าว RTE ของไอร์แลนด์ เสนอข่าว Hundreds protest southern China Covid lockdowns ระบุว่า ที่ภาคใต้ของประเทศจีน ประชาชนชุมนุมประท้วงและเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบเนื่องจากไม่พอใจมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยสำนักข่าว AFP ตรวจสอบและยืนยันว่า เหตุการณ์ที่ปรากฎเป็นคลิปวีดีโอซึ่งเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 14 พ.ย. 2565 ระบุว่า มีผู้คนนับร้อยพากันเดินขบวนในเขตอุตสาหกรรมของเมืองกวางโจว และมีบางส่วนพยายามรื้อแนวกั้นเพื่อไม่ให้ถูกขังอยู่ในบ้าน

คลิปวีดีโอปรากฎภาพประชาชนร้องตะโกนไม่ต้องการมาตรการตรวจคัดกรองโควิด-19 พร้อมกับขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ บางคนทะเลาะกับเจ้าหน้าที่ที่สวมชุดป้องกันอันตราย นอกจากนั้นยังมีภาพของชายคนหนึ่งที่พยายามข้ามคลองที่แยกเขตไห่จื้อ (Haizhu) ที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ใกล้เคียง โดยผู้คนที่สัญจรผ่านไป-มา บอกว่า ชายคนดังกล่าวพยายามหลบหนีการปิดเมือง


เขตที่มีผู้อยู่อาศัยกว่า 1.8 ล้านคนในเมืองกวางโจว กำลังเป็นจุดแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เจ้าหน้าที่ได้ประกาศปิดเมืองอย่างรวดเร็วครั้งแรกในช่วงปลายเดือน ต.ค. 2565 โดยมุ่งไปที่ย่านพักอาศัยหลายสิบแห่ง กระทั่งวันที่ 14 พ.ย. 2565 คำสั่งปิดเมืองได้ครอบคลุม 2 ใน 3 ของทั้งเขต ซึ่งขยายไปจนถึงคืนวันที่ 16 พ.ย. 2565 ขณะที่มีการตรวจคัดกรองแบบปูพรมใน 9 เขตเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 1,000 ราย  ซึ่งเมืองนีมีประชากร 18 ล้านคน ล่าสุดวันที่ 15 พ.ย. 2565 พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 2,300 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า จีนเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่เพียงชาติเดียวที่ยังยึดมั่นในแนวทางซีโร่โควิด หรือแผ่นดินปลอดโควิด นำมาสู่มาตรการล็อกดาวน์กักขังคนได้เป็นพันคน แม้จะพบผู้ติดเชื้อเพียงรายเดียวในย่านนั้นก็ตาม แต่การล็อกดาวน์ที่เข้มงวดได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงด้านเศรษฐกิจ รวมไปถึงประชาชนเริ่มร้องเรียนเกี่ยวกับการดูแลที่ไม่เพียงพอ อาหารที่ขาดแคลน การรักษาพยาบาลฉุกเฉินที่ล่าช้า ทำให้ระยะหลังๆ ผู้คนเริ่มไม่เชื่อมั่นในนโยบายนี้

ในเดือน ก.ย. 2565 ชาวจีนหลายสิบคนเดินขบวนประท้วงที่ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของเมืองเสินเจิ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ประกาศล็อกดาวน์เมื่อพบผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่ง หรือในช่วงต้นปี 2565 การปิดเมืองเซี่ยงไฮ้ยาวนานถึง 2 เดือน เมืองดังกล่าวมีประชากรกว่า 25 ล้านคน มากเป็นอันดับ 3 ของโลก ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารอย่างกว้างขวาง การเสียชีวิตเนื่องจากเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาล มีการประท้วงแบบประปราย ล่าสุดวันที่ 11 พ.ย. 2565 ทางการจีนประกาศลดเวลากักตัวเคนเดินทางเข้าประเทศจาก 7 วันเหลือ 5 วัน และเลิกกักตัวผู้ต้องสงสัยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ

สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ เสนอข่าว China zero Covid: Violent protests in Guangzhou put curbs under strain เผยแผร่ภาพฝูงชนในเมืองกวางโจว กรูกันเข้าไปทำให้รถตำรวจพลิกคว่ำ ท่ามกลางความตึงเครียดจากนโยบายซีโร่โควิดนอกจากนั้นยังรายงานว่า ที่เขตไห่จื้อ ซึ่งเป็นชุมชนของแรงงานที่ย้ายมาจากพื้นที่อื่นๆ คนงานได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่สวมชุดป้องกันโรคมาเป็นเวลาหลายคืน กระทั่งมาถึงเหตุประท้วงเดือดในคืนวันที่ 14 พ.ย. 2565 เนื่องจากการไม่สามารถกลับไปทำงานทำให้ไม่ได้รับค่าจ้าง ประกอบกับราคาอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น

มีรายงานการปล่อยข่าวลือ เช่น บริษัทที่รับงานตรวจคัดกรองแบบ RT-PCR จงใจทำให้พบผลติดเชื้อแบบปลอมๆ เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อซึ่งหมายถึงผลกำไรของบริษัทด้วย หรือที่มณฑลเหอเป่ย ทางภาคเหนือของจีน เมื่อทางการประกาศว่า จะยุติการตรวจคัดกรองโควิด-19 ในเมืองฉือเจียจวง กลับกลายเป็นการร่ำลือกันไปอีกว่า ทางการกำลังจะใช้ชาวเมืองเป็นหนูทดลองเพราะอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากปล่อยให้เชื้อระบาดเป็นวงกว้างโดยไม่ตรวจคัดกรอง ชาวเมืองเริ่มตื่นตระหนก มีการกักตุนยาพื้นบ้านที่เชื่อว่ารักษาโรคได้ รวมถึงข่าวลือว่าเสบียงในเมืองใกล้หมดแล้ว

ผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละแห่งของจีน กำลังหาทางควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยที่ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ หลังตัวเลขทั้งผลผลิตจากโรงงานและยอดค้าปลีกชี้ชัดถึงผลกระทบอย่างรุนแรงจากทั้งตัวไวรัสเองและนโยบายของทางการ ปัจจุบันไม่มีมณฑลใดของจีนที่ไม่พบผู้ติดเชื้อ ด้านเมืองฉงชิ่ง เมืองใหญ่ทางภาคตะวันตกที่มีประชากร 20 ล้านคน ชาวเมืองประชดมาตรการของทางการโดยเรียกว่าเป็นการปิดเมืองโดยสมัครใจ เพราะไม่มีการประกาศปิดเมืองอย่างเป็นทางการ แต่มีการขอความร่วมมือให้อยู่แต่ในบ้าน

ต้นสัปดาห์นี้ ที่เขตเฉาหยางในกรุงปักกิ่ง มีการยกเลิกจุดตรวจ RT-PCR ที่ตั้งอยู่ริมถนนแล้วย้ายไปอยู่ในพื้นที่พักอาศัย ส่งผลให้ผู้คนต้องรอคิวยาวมากขึ้น เนื่องจากอาคารหลายแห่งกำหนดให้ต้องมีผลตรวจมายืนยันก่อนเข้าใช้สถานที่ ส่วนที่เขตปกครองตนเองทิเบต คนงานเรียกร้องขอเดินทางออกจากเมืองลาซา หรือที่มณฑลซินเจียง การล็อกดาวน์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่น แม้รัฐบาลจีนจะผ่อนคลายมาตรการลงเล็กน้อยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งอาจหมายถึงรัฐบาลกำลังพิจารณาการผ่อนปรนมากขึ้น แต่ก็คงไม่ทัการ

สำนักข่าวรอยเตอร์ เสนอข่าว China's economy loses momentum as COVID curbs hit factories, consumers ระบุว่า เศรษฐกิจจีนประสบกภาวะชะลอตัวเป็นวงกว้างในเดือน ต.ค. 2565 เนื่องจากผลผลิตของโรงงานเติบโตช้ากว่าที่คาดไว้ และยอดค้าปลีกลดลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ตอกย้ำความต้องการที่ลดลงทั้งในและต่างประเทศ ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก กำลังเผชิญสารพัดมรสุมทั้งการควบคุมโรคระบาดโควิด-19 ที่ยืดเยื้อ ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกถดถอย และการตกต่ำของวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งล่าสุด ณ วันที่ 15 พ.ย. 2565 พบการลงทุนด้านนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2563

ฟู่หลิงฮุ่ย (Fu Linghui) โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) ยอมรับว่า มาตรการกักกันโรคในประเทศสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านลบจากเศรษฐกิจโลกก็กำลังเพิ่มสูงขึ้น อุปสงค์ที่ลดลง อุปทานที่ตกต่ำ และความคาดหวังอ่อนแอ เป็นแรงกดดัน 3 ประการต่อการดำเนินงานทางเศรษฐกิจ ขณะที่ ซิชุน หวง (Zichun Huang) นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics บริษัทวิเคราะห์เศรษฐกิจที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ มองว่า แนวโน้มเศรษฐกิจจีนยังมืดมน แม้ทางการจะผ่อนคลายมาตรการบางส่วนก็ตาม ด้วยการส่งออกที่ชะลอตัวลง ธุรกิจอสังหาฯ ที่ซบเซา และนโยบายซีโร่โควิดที่น่าจะอยู่ไปอีกนานกว่าความหวังหลายๆ ด้าน

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนในวันที่ 15 พ.ย. 2565 ดัชนีปรับตัวสูงขึ้น คาดว่าเป็นผลความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาที่ผ่อนคลายลง เมื่อ สีจิ้นผิง (Xi Jinping) กับ โจ ไบเดน (Joe Biden) ผู้นำสูงสุดของทั้ง 2 ชาติ ได้พบปะกัน รวมไปถึงจากมาตรการสนับสนุนล่าสุดของจีนก็ช่วยยกระดับความเชื่อมั่นได้

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top