533.jpg
ภูเขาไฟ'เมานาโลอา-คีเลาเวอา'ในฮาวาย หยุดปะทุแล้ว

ภูเขาไฟ'เมานาโลอา-คีเลาเวอา'ในฮาวาย หยุดปะทุแล้ว

วันพฤหัสบดี ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.45 น.

15 ธ.ค.65 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หอสังเกตการณ์ภูเขาไฟฮาวาย (HVO) สังกัดสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (U.S. Geological Survey) ประกาศว่าภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างภูเขาไฟเมานาโลอา (Mauna Loa) ได้หยุดปะทุแล้ว ส่วนภูเขาไฟคีเลาเวอา (Kilauea) หยุดปะทุราวสองสัปดาห์ก่อนเช่นกัน

เคน ฮอน นักวิทยาศาสตร์ประจำหอสังเกตการณ์ฯ ระบุว่าเมานาโลอาหยุดปะทุลงชั่วคราว และมีแนวโน้มว่าจะไม่ปะทุอีกอย่างถาวร โดยในอดีตไม่เคยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าเขตรอยแยก (rift zone) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของภูเขาไฟลูกนี้หยุดพ่นเถ้าถ่านชั่วคราวและกลับมาปะทุใหม่


ฮอนกล่าวว่าภูเขาไฟคีเลาเวอา ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและตั้งอยู่ใกล้เคียงกันนั้นหยุดปะทุลงเกือบพร้อมกัน โดยทางหอสังเกตการณ์ฯ จะรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบว่าการปะทุของภูเขาไฟทั้งสองลูกมีความเชื่อมโยงกันมากกว่านี้หรือไม่ โดยการปะทุของภูเขาไฟคีเลาเวอาในปี 2018 ได้ทำลายที่อยู่อาศัยมากกว่า 700 หลัง

อนึ่ง ภูเขาไฟเมานาโลอา ความสูง 4,169 เมตร ได้ปะทุและพวยพ่นวัสดุภูเขาไฟออกมา 200-250 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็นปริมาณราว 1 ใน 5 ของวัสดุจากการปะทุของภูเขาไฟคีเลาเวอาในปี 2018

ก่อนการปะทุที่เพิ่งสิ้นสุดลง ภูเขาไฟเมานาโลอาได้ส่งเสียงดังกึกก้องมากขึ้นเรื่อยๆ ช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ โดยการปะทุครั้งล่าสุดในประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในปี 1984

ที่มา xinhuathai

.-011

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top